หน้าแรก การเมือง เวทีเสวนาเอฟซ...

เวทีเสวนาเอฟซีซีที ชี้ รัฐธรรมนูญใหม่เปิดทาง คสช.อยู่ยาว

3.08.16 | 22:10 น.

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ (เอฟซีซีที) ได้จัดงานเสวนา “Thailand’s proposed 20th constitution : Have you read it” (ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 ของไทย อ่านแล้วหรือยัง?) เพื่อเปรียบเทียบเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กับฉบับก่อนหน้า โดยมีวิทยากรคือ ดร.เดวิด สเตรกฟัสส์ นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์ไทย , ศ.ดร.สุจิต บุญบงการ กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และนายเฮนนิ่ง เกลเซอร์ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนโยบายสาธารณะและธรรมาภิบาล เยอรมัน-อุษาคเนย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ศ.ดร.สุจิต กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กับร่างเดิมสมัยที่ตนเป็นคณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญฉบับนั้นดีกว่า โดยเฉพาะการการันตีเรื่องสิทธิมนุษยชน รวมถึงมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชั่น ซึ่งชูว่าเป็นจุดเด่นของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่ในร่างรัฐธรรมนูญเดิมที่ตนร่างก็มีอยู่แล้ว สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปคือระบบที่ใช้ในการเลือกตั้งในกระบวนคัดสรรผู้ที่เข้ามาสู่ตำแหน่งของกระบวนการเลือกตั้ง เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับที่ตนเขียนใช้ระบบเยอรมนี แต่จะถูกโจมตีว่าไปเอาระบบของต่างประเทศมาใช้ในประเทศ ทั้งที่ความเป็นจริง รัฐธรรมนูญไทยทุกฉบับก็เอาหลักการบางอย่างมาจากต่างประเทศทั้งนั้น เพียงแต่มาปรับใช้ให้เข้าสถานการณ์ภายในประเทศ

ศ.ดร.สุจิต กล่าวว่า กรณีมีผู้ถามว่า ทำไมไทยมีรัฐธรรมนูญหลายฉบับ ตนมองว่า เมื่อไหร่ที่เกิดสถานการณ์ที่ไม่พึงปรารถนาขึ้น เราจำเป็นต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาของสังคม และหวังว่ามันจะช่วยได้ แต่เมื่อไม่ใช่ แก้ไขปัญหาไม่ได้ ก็มีการยกเลิก ไม่ว่าจะเป็นการผ่านการรัฐประหารหรือการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ประเด็นคือ เราไม่สามารถแก้ไขปัญหาของประเทศโดยการพึ่งพาแต่รัฐธรรมนูญเท่านั้น ตนไม่อยากจะลงในรายละเอียด แต่อยากพูดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น หลังมีรัฐธรรมนูญใหม่ ไม่ว่าจะฉบับนี้หรือฉบับที่ คสช. จะร่างขึ้นมาเอง หากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ผ่าน

ประเทศไทยจะมีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งอย่างแน่นอนปีหน้าตามโรดแมป ไม่ว่าผลการลงประชามติจะเป็นอย่างไร เพราะแรงกดดันทั้งจากในและนอกประเทศมีมากขึ้น จนรัฐบาลไม่สามารถเลื่อนเวลาออกไปอีก แม้จะมีคนบางส่วนอยากให้รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ต่อไป แต่เชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์รู้ดีว่าการทำเช่นนั้นจะไม่ส่งผลดีทั้งต่อตัวเองและประเทศชาติ

ต่อมาสิ่งที่ประชาชนต้องการจากรัฐธรรมนูญใหม่ คือ ต้องการให้เกิดความปรองดองของกลุ่มต่างๆ เพราะไม่ต้องการเห็นความแตกแยก อย่างไรก็ดีเชื่อว่าความแตกแยกทางการเมืองจะยังคงอยู่ต่อไป หลังการเลือกตั้ง แต่ความรุนแรงของการเผชิญหน้าจะน้อยลง เหตุที่ความขัดน้อยลงเพราะผู้นำทหารในคสช. จะไม่ปล่อยอำนาจทันทีแต่จะยังคงมีบทบาทต่อไปในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เนื่องจากหากรัฐสภาประกอบด้วยพรรคเล็ก ขาดผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ก็จะต้องมีการหารือระหว่างพรรคเล็กกับทหาร ดังนั้นแรงกดดันจะไปอยู่ที่ผู้แทนที่ถูกเลือกเข้ามาว่าจะประสานงานกับทหารอย่างไร

Advertisement

ศ.ดร.สุจิต กล่าวว่า บางคนบอกว่าร่างรัฐธรรมนูญใหม่จะทำให้มีคนหน้าใหม่เข้ามาในสภา แต่ตนเชื่อว่าไม่ใช่เรื่องง่าย และจะมีคนใหม่เข้ามาไม่มากนัก ถ้าจะมีคนหน้าใหม่เข้ามา ก็จะเป็นคนที่ถูกหนุนโดยนักการเมืองหน้าเก่า ที่ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้เพราะมีปัญหา เรื่องคอร์รัปชั่น แต่จะเป็นผู้ให้เงินสนับสนุน เพราะเรื่องนอมินีนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่การเมืองไทย

อย่างไรก็ตาม หลังการเลือกตั้งกองทัพก็ยังคงมีบทบาทสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลทางอ้อม และอาจจะไม่ยอมให้พรรคการเมืองมาบริหารประเทศ แต่จะมีการหาคนนอกเข้ามาทำหน้าที่มาเป็นรัฐบาล ขณะที่กองทัพจะดำรงอยู่ต่อไปโดยอ้างเรื่องความมั่นคงของชาติ
สุดท้าย ไม่ว่าจะเขียนรัฐธรรมนูญอย่างไร สิ่งสำคัญคือเรื่องของการปฏิบัติ แนวคิดต่างๆในรัฐธรรมนูญไม่อาจทำให้ประเทศเดินหน้าได้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ดังนั้นจะต้องมีการปฏิรูป สิ่งที่ยังคงอยู่ต่อไป คือความแตกต่างทางการเมือง ดังนจั้นจึงต้องมีการสร้างสมดุลย์ให้ดีระหว่างความสงบเรียบร้อยและเสถียรภาพภายในประเทศหลังมีรัฐบาลใหม่

ด้านนายเดวิด กล่าวว่า จริงๆแล้ว เชื่อว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มาจากแนวคิดที่ว่า รัฐธรรมนูญ 2550 ไม่สามารถโค่นเพื่อไทยได้ จึงต้องมีการปฏิวัติ เรื่องต่อต้านคอร์รัปชั่นก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เรื่องใหม่คือการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะทำได้ยากมาก จากการกำหนดสัดส่วนของสว.ที่มาจากการแต่งตั้งโดยคสช. ทำให้แนวโน้มการแก้ไขรัฐธรรมนูญแทบเป็นไปไม่ได้ ทั้งหมดนี้เหมือนเป็นการทำให้ คสช. ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่โดยถูกกฎหมายต่อไปในอนาคต ขณะที่กฎหมายต่างๆที่ออกโดย คสช. ก็จะยังคงมีความชอบธรรมต่อไปหลังการเลือกตั้ง ถ้ามีการรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้เท่ากับทำให้ได้ คสช. อยู่ไปตลอดกาล ถ้าร่างรัฐธรรมนูญนี้ผ่าน จะต้องมีร่างกฎหมายลูกอีก 10 ฉบับ ที่ไม่รู้ว่าจะออกมาอย่างไรบ้าง และอาจทำให้เกิดการประหลาดใจได้

ขณะที่นายเฮนนิ่ง กล่าวว่า รัฐธรรมนูญไม่ได้มีอะไรใหม่มากนัก แต่มีหลายมาตราที่สะท้อนให้เห็น เช่น มาตรา 224 ที่จะระงับสิทธิเลือกตั้ง และมาตรา 235 การตัดสิทธิ์ตลอดชีวิต มาตราเหล่านี้ไปไกลมาก เป็นอาวุธสำหรับจัดการกับนักการเมืองและจะทำให้นักการเมืองอ่อนแอลง ดังนั้นในอนาคตไม่ว่าจะเป็นพรรคใหญ่ อย่างพรรคเพื่อไทยและประชาธิปัตย์จะอ่อนแอลง ดังนั้นจะมีทั้งนักการเมืองอ่อนแอ พรรคการเมืองอ่อนแอ และรัฐบาลที่อ่อนแอด้วย

อย่างในเรื่องคำถามพ่วง ที่ให้รัฐสภาโหวตเลือกนายกฯด้วยเสียงเกินครี่งหรือ 376 คะแนน จากจำนวน สส. 500 และ สว. 250 ดังนั้น สว.ที่มาจากการแต่งตั้ง หากไปรวมกับพรรคเล็กๆได้ ก็จะสามารถเลือกเสนอคนนอกเป็นนายกฯได้เลย

ถ้าพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งมา ก็ยังต้องตั้งคำถามว่า รัฐบาลภายใต้การนำของเพื่อไทยจะแข็งแรงได้แค่ไหน เพราะเชื่อว่า รัฐธรรมนูญนี้จะทำให้พรรคเพื่อไทยไม่สามารถบริหารประเทศได้ แต่จะต้องเป็นรัฐบาลที่มาจากคนนอก