บิ๊กตู่ สั่งเลิกแล้ว เห็บสยามโมเดล ชี้ใช้ไม่ได้ ไทยยึดศก.พอเพียง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

“นายกฯ” เปิดงานฉลองวันอาเซียนเข้าสู่ปีที่ 50 เปิดนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์และภาพพระราชทานจากสมเด็จพระเทพฯ “ย้ำ” ทุกฝ่ายต้องร่วมมือเพื่อมีที่ยืนในเวทีโลก ระบุอาเซียนต้องยึดหลักประชาชนเป็นศูนย์กลาง เศรษฐกิจพอเพียง และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง บ่นปัญหาอยู่ที่คน เปรียบตัวเองเป็นเครื่องปั่นใกล้พังคนอย่างไรก็ไม่เข้ากัน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 สิงหาคม ที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดงานฉลองวันอาเซียน (ASEAN Day 2016) ซึ่งกต.จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4, 5 และ 8 สิงหาคมนี้ เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียนในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2559 ซึ่งเป็นปีแรกของการสถาปนาประชาคมอาเซียน รวมทั้งเป็นการเริ่มต้นการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของการก่อตั้งอาเซียนในปี 2560 สำหรับงานในวันนี้ (4 ส.ค.) มีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยคณะทูตจากประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วม ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีเชิญธงอาเซียนขึ้นสู่ยอดเสา การเปิดตัวสมุดภาพที่ระลึกการสถาปนาประชาคมอาเซียน พิธีเปิดนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์และภาพพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งจัดแสดงระหว่างวันที่ 4-11 สิงหาคมนี้ ที่กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนที่จะถูกนำไปจัดแสดงที่มิวเซียมสยาม ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม-29 กันยายนนี้ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้รับชม

นายกฯกล่าวตอนหนึ่งว่า สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มก่อตั้งที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 8 สิงหาคม 2510 และมีความเจริญก้าวหน้าจนกลายเป็นประชาคมอาเซียนในวันนี้ ทุกอย่างต้องมีประวัติศาสตร์ ว่าเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง ซึ่งต้องฝากนักเรียนทุกคนต้องคิดแบบที่ตนเองคิด วันข้างหน้าถึงจะเดินไปได้ เรามีเหตุผลที่น่าภาคภูมิใจในการเฉลิมฉลองอาเซียนเข้าสู่ปีที่ 50 เพราะอาเซียนได้ร่วมกันสร้างบรรทัดฐานการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในภูมิภาค จากการเป็นเพื่อนบ้านที่มีความแตกต่าง ทั้งระบบการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ จนสามารถนำเข้ามาสู่ความร่วมมือตามวิถีอาเซียน สร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สร้างความเข้าใจ และไว้เนื้อเชื่อใจ ยึดหลักผลประโยชน์ร่วมกัน ป้องกันความขัดแย้ง และร่วมกันส่งเสริมบทบาทของอาเซียน ในการปฏิสัมพันธ์กับสหประชาชาติ เราต้องมองทั้งประเทศ ภูมิภาค และการเชื่อมกับประชาคมโลก เราไม่สามารถอยู่คนเดียวในโลกนี้ ดังนั้นทำอะไรต้องนึกถึงคนอื่นด้วย


นายกฯ กล่าวว่า สิ่งสำคัญเราต้องสร้างความสมดุลระหว่างกัน ถ้าจะมองอนาคตที่ดีในวันข้างหน้า จำเป็นต้องมองวันนี้ว่าจะทำอย่างไรไปสู่อนาคต จากอดีตที่ล้มเหลว ก็นำมาเป็นบทเรียนที่จะไม่ทำให้เกิดขึ้นอีก เราจะกลับหน้ามือเป็นหลังมือ จากซ้ายกลายไปเป็นขวาทีเดียวคงเป็นไปได้ยาก วันนี้เราจำเป็นต้องปรับตัวเองให้ได้ทั้งในและนอกภูมิภาค ทั้งการส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองของสันติภาพ การฝ่าฟันวิกฤตต่าง ๆ ทั้งภัยจากมนุษย์ที่มีความขัดแย้งกันเอง และภัยจากธรรมชาติ ทั้งโรคระบาด อาชญากรรมข้ามชาติทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าไม่เตรียมการ และช่วยกันในอาเซียนก็แก้ปัญหาไม่ได้ทั้งหมด อย่างเช่นปัญหาหมอกควัน ก็กั้นเขตประเทศไม่ได้ ที่ต้องร่วมกันแก้ปัญหาหมอกควันข้ามชาติ ไปพร้อมกับอาชญากรข้ามชาติ ต้องช่วยกันแก้ไขจะมัวทะเลาะกันไม่ได้ โทษกันไปมาแก้ปัญหาไม่ได้เลย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นปีสำคัญที่เรากำลังก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ตนพบกับผู้นำประเทศต่าง ๆ หลายครั้ง ได้มีการหารือร่วมกันมาโดยตลอด ร่วมกันผลักดันมาตรการต่าง ๆ ในลักษณะการเชื่อมโยงของอาเซียน รัฐบาลไทยได้เพิ่มพูนศักยภาพของประเทศ และอาเซียน เราเข้มแข็งประเทศเดียวไม่ได้ ทิ้งใครไว้ข้างหลังก็ไม่ได้ เราต้องไปด้วยกันเพื่อให้เกิดศักยภาพในการต่อรอง เพราะที่ยืนเราเล็กจำเป็นต้องรวมกันทำให้เป็นกลุ่มประเทศที่มีความเข้มแข็ง ในลักษณะสนับสนุนกันของไตรภาคี ประเทศใครใหญ่กว่าหรือมีศักยภาพมากกว่าก็ต้องสนับสนุนซึ่งกันและกัน อย่างคำกล่าววานนี้ของนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ที่ปาฐกถา “เศรษฐกิจโลกขยับก้าว…เศรษฐกิจไทยขยับไกล” ในสัมมนาหัวข้อ “เศรษฐกิจโลกขยับก้าว… เศรษฐกิจไทยขยับไกล : กบข.เดินหน้าอย่างไร” ที่จัดโดยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) โดยเปิดโมเดลใหม่กู้เศรษฐกิจไทย “เห็บสยาม” เกาะเศรษฐกิจประเทศใหญ่แล้วดูดเลือดจนอ้วน ไม่เป็นศัตรูกับใคร ที่มีประเด็นเรื่องเห็บสยามนั้น ตนก็คิดว่าพูดเกินไปหน่อย ได้สั่งการให้ยกเลิกไปแล้ว มันใช้ไม่ได้ทั้งหมดเราต้องยึดหลักประชาชนเป็นศูนย์กลาง ทุกคนควรภาคภูมิใจในการเดินหน้าไปพร้อมกัน จากนี้ไปจะไม่มีใครเป็นพี่เป็นน้อง แต่จะใช้คำว่าเป็นญาติกันดีกว่า ตนได้คุยกับเอกอัครราชทูตสถานรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ว่าตอนที่ยังไม่เป็นประเทศก็อยู่ใกล้กัน เพราะอยู่ในภูมิภาคเดียวกัน เมื่อมีผู้นำที่แข็งแกร่ง รวบรวมคนได้มากกว่า ก็ไปตั้งหลักอยู่ตรงนั้นตรงนี้ แล้วจดทะเบียนเป็นประเทศ แต่ถึงวันนี้ยังตีเส้นเขตแดนยังไม่เสร็จเลย ตนถึงพูดมาตลอดว่าวันนี้อาเซียนอย่าเอาเขตแดนมาเป็นปัญหา หรืออุปสรรคทางด้านการค้า การลงทุน หรือการสัญจรไปมา ตรงไหนก็ตรงนั้นตามกติกา และคณะกรรมการเขตแดนร่วม (เจบีซี) ที่มีอยู่ ใครถือเขตแดนเส้นไหนก็เส้นนั้นอย่าไปทะเลาะกันมากเดี๋ยวจะไปไม่ได้ทั้งหมด

“อาเซียนเรายึดมั่นว่าอาเซียนจะต้องเป็นเสียงเดียวกัน ใช้หลักประชาชนเป็นศูนย์กลาง แนวทางพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เราต้องทำให้คนรุ่นใหม่ในภูมิภาคได้รับการจ้างงานที่ดีขึ้น มีชีวิตที่เพียบพร้อม คำว่ามนุษย์ ภาษาไทยเรียนว่า คน ซึ่งถ้าเปิดพจนานุกรมคนก็คือการทำให้ยุ่ง อย่าคนในหม้อ ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบได้ถูกต้องมันถึงได้ยุ่งกันทุกวันนี้ เพราะไม่ว่าคนอย่างไรก็ไม่มีทางเข้ากัน พยายามแล้วพยายามอีก ใช้เครื่องปั่นก็ยังไม่เข้ากันเลย จนเครื่องปั่นอย่างผมจะพังอยู่แล้ว ผมเข้ามาผมเป็นเครื่องปั่นให้มันเร็วขึ้น คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน แต่ไม่รู้ว่าเครื่องปั่นอย่างผมจะพังเสียก่อนก็ไม่รู้” นายกรัฐมนตรีกล่าว

บทความก่อนหน้านี้จอมพลัง’โสภิตา’ ลุ้นเหรียญแรกให้ทัพ อลป.ไทย ตี 5 วันที่ 7ส.ค.นี้
บทความถัดไปรอดแล้ว! รพ.ทุรกันดาร ประชากรน้อย ‘สปสช.-สธ.’เกลี่ยงบขั้นบันไดช่วยขจัดปัญหาการเงิน