“สุทิน” ลุกแจง ส.ว. ถึงเหตุผลว่า ทำไมต้องแก้ รธน. ย้ำ เสนอแก้ตามความต้องการของปชช. เชื่อ รธน.ดี ทำให้ต่างชาติเชื่อมั่น แก้ปัญหาเศรษฐกิจได้
จากนั้นเวลา 12.15 น. นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน อภิปรายว่า เมื่อวานนี้ทั้งวันตนได้ฟังเสียงพี่น้องประชาชนทั้งคืน เขาวิตกว่าทั้ง 6 ฉบับ ตกหมดแน่ เพราะเขาหมดหวังกับ ส.ว. ดังนั้น เวลาที่เหลืออยู่ตนจึงมาทำหน้าที่ชี้แจง ไขข้อข้องใจ และทำทุกวิถีทางให้ส.ว.ได้เข้าใจถึงเจตนารมย์ และสิ่งที่ค้างคาทั้งหมด ประเด็นแรกคือคำถามที่ว่า แก้ทำไม ก็ต้องบอกว่า แก้เพื่อแก้ปัญหาปากท้องประชาชน แก้เศรษฐกิจให้อยู่ดีกินดี เพราะการเมืองวันนี้ไม่เอื้อให้แก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ ประเด็นต่อมาถามว่า เป็นความต้องการของประชาชนหรือไม่ พวกเรามั่นใจว่าเป็นความต้องการของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ที่รู้เพราะพวกตนมากจากพี่น้องประชาชนจึงต้องฟังเสียงพี่น้องประชาชน อะไรที่ฝืนประชาชนไม่มีใครกล้าเสี่ยงทำ เพราะเขาจะลงโทษคุณแน่ ที่ชัดๆเลยคือ การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาแทบทุกพรรคชูนโยบายแก้รัฐธรรมนูญ กมธ.ศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ลงๆไปศึกษาและรับฟังความเห็นประชาชน พบว่า ออกไปฟังเสียงประชาชนแล้วพบว่าประชาชนต้องการแก้อย่างท่วมท้น ถ้ายังไม่ชัด ก็ไปฟังผู้ชุมนุมว่าเขาอยากหรือไม่ และอยากแก้อะไร ดังนั้น เรายืนยันว่า เราแก้ตามความต้องการของประชาชน
นายสุทิน กล่าวอีกว่า ต่อมาที่ถามว่า แก้รัฐธรรมนูญเกี่ยวข้องอะไรกับปากท้องประชาชน ขอเรียนว่า วันนี้เราเผชิญกับปัญหาปากท้องกันทั้งประเทศ ประชาชนเป็นหนี้ เศรษฐกิจประเทศไทยเดินได้จากการลงทุนจากต่างประเทศ เราจำเป็นต้องหวังพึ่งเงินจากต่างประเทศทั้งส่งออก ท่องเที่ยว และลงทุน ต่างชาติเขามองว่า ต้องเข้ามาลงทุนในประเทศที่มีกฎหมายเป็นสากล มีมาตรฐาน ไว้วางใจได้ มีระบบบริหารที่ดี หลักแรกที่เขาต้องดูก็คือรัฐธรรมนูญนี่แหละ ถ้าเขามั่นใจ เขาก็พร้อมเข้ามาลงทุน แต่เมื่อท่านยึดอำนาจปี 57 เม็ดเงิน 70% หายไป เพราะเขาไม่มั่นใจ ไม่กล้าเข้ามาลงทุน หลายประเทศก็แซงชั่นเรา พอมีการเลือกตั้ง เราคิดว่า การเลือกตั้งจะฟอกตัวเรา จึงจำใจลงประชามติให้ผ่านเพื่อให้มีการเลือกตั้ง เพื่อให้เศรษฐกิจดีขึ้น แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เลือกตั้งไป 2 เดือน ถึงจะประกาศผลได้ อายเขาไหม เพื่อนอันเฟรนด์ บอกการเลือกตั้งไทยไม่เป็นมาตรฐานสากล ไม่เป็นที่ยอมรับ เขาก็รอไปอีก ไม่ยอมมาลงทุน กว่าจะได้รัฐบาลและแถลงนโยบายต่อสภา งบประมาณปี 2563 ล่าช้า กว่าจะเข้าสภา การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเซมาตลอด ที่คือรัฐธรรมนูที่ทำให้ได้รัฐบาลล่าช้า และมาจาก 19 พรรค ทำให้เกิดความเชื่อมั่นหรือไม่ นี่คือความอ่อนแอจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ วันนี้ต้องทำให้คนทั้งโลกกลับมาเชื่อมั่น ให้เงินลงทุนกลับมา โดยกติกา ซึ่งคือรัฐธรรมนูญต้องแก้เพื่อให้เป็นสากล เพื่อให้เห็นว่าการเมืองเราจะเดินได้ ส่วนที่ถามว่าจะเป็นล้มประชามติ 16 ล้านเสียงหรือไม่ และเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณนั้น ก็ขอชี้แจงว่า ถ้าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ผ่าน รัฐบาลต้องมาขอบคุณพวกตนที่แก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ การทำประชามติคือการกระจายเงินเข้าระบบอย่างทั่วถึงที่สุด ทั้งจัดทำป้าย ทำโปสเตอร์ ฯลฯ อย่าเสียดายเม็ดเงินที่ใช้ทำประชามติ เพราะคุ้มค่า เพราะเราจะได้กติกาที่ดี และแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ ทั้งนี้ เราไม้ข้ามหัว 16 ล้านเสียงที่ทำประชามติไป แต่เรากลับไปคารวะท่านอีก 3 รอบ ว่าพวกตนทำมาใหม่ พวกท่านเห็นด้วยหรือไม่ ถ้าพวกท่านไม่เห็นด้วยก็จบ
นายสุทิน กล่าวด้วยว่า สำหรับประเด็นที่สงสัยว่า ทำไมฝ่ายค้านต้องเสนอแก้รัฐธรรมนูญ 2 แบบ คือแก้ทั้งฉบับ และแก้แบบรายมาตรา ก็ต้องบอกว่า รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดคือรัฐธรรมนูญที่ประขาชนยอมรับมากที่สุด ซึ่งจะเป็นอย่างนั้นได้ คือต้องให้ประชาชนมาเขียน วันนี้ที่ไม่ยอมรับเพราะคสช. เขียน ดังนั้น วันนี้จึงต้องมี ส.ส.ร.มาเขียนใหม่ทั้งฉบับ ยกเว้นหมวด 1 หมวด 2 และยังไม่มีใครรู้ว่า ส.ส.ร.จะเขียนรัฐธรรมนูญอย่างไร เขาอาจะเขียนให้หนัก หรือเพิ่มอำนาจให้ท่านก็ได้ ส่วนการยื่นแก้เป็นรายมาตรานั้นเพราะยื่นให้ท่านแก้ทั้งฉบับแล้ว ท่านบอกไม่เอา บอกกแก้เป็นรายมาตราจะเอา ก็นี่ไง ก็เขียนเสนอให้แล้ว ให้ท่านมาลอร์ปได้เลย เดินซ้ายก็กลัวท่านไม่เอา ตนก็เลยเดินขวาด้วย ท่านชอบสำรับไหนก็มาเลือก วันนี้เรามาร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศ ถ้าสภาจะเป็นประตูทางออกให้กับประเทศได้คือสิ่งวิเศษ วันนี้ท่านเลือกได้ว่าจะหาทางออกให้ประเทศหรือไม่ วันนี้ฝ่ายค้าน กับรัฐบาล หายากมากที่เราจะมีความเห็นตรงกันลักษณะนี้ และพูดไปในทำนองเดียวกันในสภา ที่เป็นแบบนี้เพราะประชาชนสั่งเรา เราทุกพรรครู้ดีว่าอะไรจะเกิดจึงเป็นนิมิตรหมาย ค้างอยู่ฝ่ายเดียวคือฝ่าย ส.ว. และตัวท่านนายกฯ เพราะตนเชื่อว่า จะผ่านไม่ผ่านวันนี้ อยู่ที่นายกฯ ท่านจริงใจหรือไม่ หรือท่านจะตี 2 หน้า โดยการกระซิบให้ปีกซ้ายเสนอ แล้วกระซิบให้ปีกขวาล้ม คนดูออกนะ

