ประท้วงวุ่น ‘โรม’ อภิปรายล่อแหลม ‘พรเพชร’ เตือนหลายรอบ ชี้ ปชช.ต้องเป็นเจ้าของอำนาจสูงสุดของประเทศ ไม่ใช่เป็นเบี้ยล่าง
เวลา 16.00 น. วันที่ 24 กันยายน ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วม เพื่อพิจารณาญัตติร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 2560 จำนวน 6 ฉบับ โดยมี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า เข้าใจข่าวที่ ส.ว.เริ่มขยับจะคว่ำทุกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งของฝ่ายค้านและรัฐบาล เพราะกังวล ส.ส.ร.จะร่างรัฐธรรมนูญอย่างที่ประชาชนต้องการ งบประมาณ 15,000 ล้านบาท ใช้ร่างรัฐธรรมนูญ หรือทำประชามติ อย่ากังวล แค่เลิกซื้อเรือดำน้ำ 1 ลำ ก็มีเงินเอาไปทำประชามติเเล้ว ถือว่าคุ้มค่า สำหรับการเอาประเทศออกจากความขัดเเย้ง อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการอภิปรายเริ่มอึมครึม เมื่อนายรังสิมันต์ อภิปราย จนนายพรเพชร วิชิตชลชัย ต้องกล่าวตักเตือนให้ระมัดระวัง ข้อบังคับการประชุมอภิปรายห้ามกล่าวถึงสถาบันพระมหากษัตริย์
นายรังสิมันต์ อภิปรายต่อว่า โจทย์ใหญ่นับจากนี้ คือการทำให้สถาบันหลักของชาติ กลับมาใกล้ชิดกับระบอบประชาธิปไตยอีกครั้ง นายพรเพชร เตือนซ้ำอีกให้นึกถึงความรู้สึกสมาชิกท่านอื่นด้วย ข้อบังคับการประชุม ข้อที่ 45 ระบุชัดเจนว่าห้ามอภิปรายถึงสถาบันพระมหากษัตริย์
ทั้งนี้ นายรังสิมันต์ รับปากจะอยู่ในประเด็น พร้อมอภิปรายว่า ภารกิจของ ส.ส.ร.ต้องมาจากประชาชน ประชาชนต้องเป็นเจ้าของอำนาจสูงสุดของประเทศ ไม่ใช่เป็นเบี้ยล่าง ต้องเป็นพื้นที่ไม่ใช้อำนาจบิดเบือน ข่มขู่ หากบรรลุเรื่องนี้ไม่ได้ ประชาธิปไตยที่ฝันไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย ประชาธิปไตยจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าหากมี ส.ส.ร.มาจากการเเต่งตั้ง ปิดหูตัวเอง ไม่ยอมให้แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ทุกมาตรา ความจริงรัฐธรรมนูญ 2560 อนุญาตให้แก้หมวด 1-2 ได้ หาใช่เป็นการเปลี่ยนเเปลงรูปแบบของรัฐเสมอไป เป็นต้น และไม่มีใครในประเทศนี้ที่มีความสามารถล้มล้างสถาบันได้ นอกจากกองทัพ
จากนั้นเกิดการประท้วง จากฟาก ส.ส.รัฐบาล และ ส.ว.ที่สลับหน้ากันขอให้ประธานสภาควบคุมการอภิปรายของนายรังสมันต์ ที่อาจล่อแหลม นายพรเพชร เตือนอีกว่า การพูดบางอย่าง อาจพูดในห้องสอนหนังสือ แต่ในที่นี้เป็นสถานที่ของตัวเเทนประชาชนผู้ทรงเกียรติ กรุณาพูดในประเด็น และความสุภาพ

นายรังสิมันต์อภิปรายว่า ไม่เเปลกที่ผู้ได้ประโยชน์ จาก คสช.มาทักท้วงการแก้รัฐธรรมนูญ ตนขอเรียกร้องให้คนได้ประโยชน์กลับตัวกลับใจ กับบาปที่ก่อไว้ ให้เห็นชอบต่อหลักการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตั้ง ส.ส.ร.ให้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ตนถอยไม่รู้จะถอยยังไงเเล้ว ขอให้ ส.ว.เห็นชอบร่างทุกฉบับที่ฝ่ายค้านเสนอต่อสภาอยู่ที่พวกท่านจะทิ้งโอกาสไปหรือไม่ หาก ส.ว.ยังเพิกเฉย เเสดงว่า ต้องการระบอบที่อยู่ตรงกันข้ามกับประชาชน และมีบางอย่างที่อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ
จากนั้น เวลา 16.40 น. ที่ประชุมเริ่มกลับมาดึงเครียด เมื่อนายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้เรียกให้นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว.ลุกขึ้นอภิปราย ทำให้นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นประท้วง ทันที เนื่องจากนายเสรีได้สิทธิอภิปรายแล้ว 25 นาที เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา จึงไม่ควรได้สิทธิอภิปรายอีก แต่สมาชิกคนอื่นๆก็อภิปรายเพียงครั้งเดียวตามเวลาที่กำหนด แต่นายพรเพชร ยันยันว่า ทุกฝ่ายสามารถเสนอซ้ำได้ ซึ่งขณะนี้ส.ว.ยังเหลือเวลาการอภิปรายตามที่ได้รับการจัดสรรอยู่ ทำให้ส.ส.พรรคฝ่ายค้านทั้งพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นประท้วงนายพรเพชรอีกครั้ง จนกระทั่งนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ต้องขึ้นบัลลังก์ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมแทน โดยนายชวน ได้ชี้แจงว่า การอภิปรายครั้งนี้เป็นการตกลงเรื่องเวลา ฝ่ายละ 7 ชั่วโมง 20 นาที โดยแต่ละฝ่ายบริหารเวลาด้วยตัวเอง กรณีที่ส.ว.อภิปรายเพิ่มอีก 2 คน ถือเป็นสิทธิของสมาชิก ถ้าจะอภิปรายอีกทำได้เนื่องจากเวลาท่านเหลือ แต่ไม่สามารถอภิปรายสรุปได้ เพราะไม่ใช่ผู้เสนอญัตติ จึงยืนยันว่าท่านใช้สิทธิของท่านได้

