เหยี่ยวถลาลม : ไม่ต้องห้ามแต่‘ต้องอ่าน’

ขณะที่ใช้วาทกรรม “รักชาติ” หรือ “ชังชาติ” นั้นเราเข้าใจคำว่า “ชาติ” กันในแง่มุมไหน

คริส เบเคอร์ และ ผาสุก พงษ์ไพจิตร” สองดอกเตอร์จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ได้เคยค้นคว้าและหาคำตอบเอาไว้ในหนังสือชื่อ A History of Thailand

เล่มนี้สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ขอให้อาจารย์ทั้งสองเขียน และจัดพิมพ์เผยแพร่มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 จากนั้นก็ต้องพิมพ์ใหม่เรื่อยมาทุกปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

“สำนักพิมพ์มติชน” ตีพิมพ์ฉบับภาษาไทยในชื่อว่า “ประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย” ได้ให้ความหมายของ “ชาติ” ทั้งในมิติเกี่ยวกับแนวความคิดเรื่องชาติเกิดขึ้นอย่างไร การก่อร่างสร้างขึ้น วิวัฒนาการของพลังทาง
สังคม บทบาท การเติบโต การทำงานของชาติ และรัฐชาติไทย

รัฐไทยก่อตัวขึ้นในช่วง 200 กว่าปีมานี้เอง ชื่อประเทศ เขตแดน เมืองหลวง และความเป็น “ไทย” ในฐานะชนชาติหนึ่งกับรูปแบบรัฐบาลล้วนแต่เป็น “สิ่งใหม่”

ปักเขตแดนกันเมื่อ พ.ศ.2430-2452 กรุงเทพฯเป็นเมืองหลวงเมื่อ พ.ศ.2325 และชื่อประเทศไทยก็ตั้งขึ้นเป็นทางการเมื่อ พ.ศ.2482

การศึกษาประวัติศาสตร์ในแบบที่ไม่ยกตนข่มท่าน ไม่เหยียดเชื้อชนเผ่า ไม่คลั่งชาตินั้นต้องเข้าใจที่มา พัฒนาการทางสังคมและการให้ความหมาย

คริส เบเคอร์ และ ผาสุก พงษ์ไพจิตร” แถลงว่า เนื่องจากไม่มีหนังสือบอกเล่าประวัติศาสตร์อยุธยาตั้งแต่ต้นจนจบตลอดระยะเวลา 500 ปี เมื่อ 15 ปีก่อนหน้านี้จึงได้เขียนร่างเอาไว้

คล้ายแผนที่เดินทางย้อนอดีตไป 5 ศตวรรษ

พาไปเห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ทางภูมิศาสตร์ การตั้งถิ่นฐาน การทำมาหากิน การรวมกลุ่มจนเป็นชุมชน สังคม เกิดเป็นเมือง เป็นอาณาจักร การเคลื่อนย้าย การแลกเปลี่ยนค้าขาย การถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์ วัฒนธรรม การจัดตั้งสถาบัน เห็นความรุ่งเรืองและการล่มสลาย

นั่นคือหนังสือเล่มใหม่ชื่อ “ประวัติศาสตร์อยุธยา-ห้าศตวรรษสู่โลกใหม่”

แค่ย่อหน้าแรกก็เร้าใจเสียแล้ว

“นักท่องโลกชาวยุโรปสมัยพุทธศตวรรษที่ 21-23 ยกให้อยุธยาเป็น 1 ใน 3 มหาอำนาจของเอเชียเคียงคู่กับจีนและอินเดีย ประมาณว่าตัวเมืองอยุธยาสมัยนั้นใหญ่พอๆ กับลอนดอนหรือปารีส”

ต้องอ่าน “ประวัติศาสตร์อยุธยา-ห้าศตวรรษสู่โลกใหม่”

มีวางขายแล้ววันนี้ ที่บูธ H 26 (มติชน) ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 25 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 จนถึงวันที่ 11 ตุลาคม

พลาดไม่ได้เป็นอันขาด !?!!

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้โนเล่ลั่นพร้อมแล้วทั้งกายและใจ ชนะขาดลอยฉลุยเข้ารอบ 2 เฟร้นช์ โอเพ่น
บทความถัดไปสถานีคิดเลขที่ 12 : พิษภาษี