นายกฯ ลั่น!จะไปลงประชามติ “รับร่างรธน.”อ้างแผนยุทธศาสตร์ ขอเวลาสร้างความสงบ5ปี

บิ๊กตู่” ใส่ชุดทหารนอกราชการ ประกาศจุดยืนส่วนตัว รับร่างรัฐธรรมนูญ-คำถามพ่วง ประชามติ

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงข่าวถึงการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ตอนนี้สถานการณ์บ้านเมืองปกติ เนื่องจากความมีเสถียรภาพทางการเมือง และการรักษาความมั่นคง รวมถึงการรักษาสภาพให้ประเทศชาติจนสามารถเดินหน้าได้ เพื่อเดินหน้าประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่เป็นสากล อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ผ่านมาก็มีทั้งดี ดีมาก และดีน้อย แต่ไม่มีรัฐธรรมนูนฉบับไหนถูกใจคนได้ ร้อยเปอร์เซ้นท์ คงเป็นไปได้ยาก ซึ่งหลายประเทศก็เป็นแบบบ้านเรา เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเราก็พยายามเดินหน้าปฏิรูปให้ได้เพื่อให้เป็นไปตามพื้นฐานของประเทศ โดยตนคำนึงถึงว่าเราจะอยู่ต่อไปอย่างไรในวันหน้า โดยที่ไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นอีก ซึ่งเราก็ดำเนินการตามหลักการที่มีอยู่ รวมถึงแม่น้ำ5สาย ซึ่งทุกคนต้องนำไปเป็นบรรทัดฐาน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลไม่ต้องการสืบทอดอำนาจ ตนพูดเสมอว่าเราจะต้องเลือกตั้งปี2560 เพราะเป็นสัญญาที่ให้ไว้ทั้งในและต่างประเทศ และเราต้องมองว่าสิ่งใดจะเข้าไปสู่กระบวนการเหล่านั้นได้คือการร่างรัฐธรรมนูญ แต่ก็มีปัญหาเกิดขึ้นมาอีก จึงอยากให้เข้าใจว่าเราต้องการเดินหน้าประเทศ และทำอย่างไรให้ประเทศชาติมีเสถียรภาพมีอีกอย่างน้อย5 ปีมองในแง่อายุของรัฐบาลการเลือกตั้งและแผนการปฏิรูป ซึ่งสิ่งเหล่านี้แต่อยู่ในวงรอบ5 ปี พร้อมทั้งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยมุ่งหวังว่าใครผมหรือใคร แต่เป็นเรื่องของกลไกต่างๆ ตามวิถีทางประชาธิปไตยที่จะเกิดขึ้นต่อไปหลังการลงประชามติ

“ขอยืนยันว่าเราดำเนินการทุกอย่างอย่างเต็มที่และทั่วถึงประชาชนที่พยายามลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ทั้งนี้หมไม่อยากให้มองว่าการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นการร่างโดยทหาร แต่เป็นการร่างโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ซึ่งทหารเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการจัดกระบวนการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญโดยมีการนำเอาพื้นฐานของเดิม ปัจจุบัน และอนาคตมาใส่ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถ้าไม่ทำแบบนี้ทุกอย่างก็จะเป็นแบบเดิม ดังนั้นจำเป็นต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาให้ได้เพื่อให้ทันตามโรดแมปที่ประกาศไว้ ส่วนที่วิจารณ์ว่าทำไมไม่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมนั้น ผมยืนยันว่าประชาชนมีส่วนร่วมตามขั้นตอนอยู่แล้ว มีเพียงบางพวกเท่านั้นที่ไม่ให้ความร่วมมือ ซึ่งตนก็ไปบังคับไม่ได้ ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว และว่า ส่วนของการทำประชามติถ้าคิดว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ ตนก็ไม่จำเป็นต้องไปประกาศไว้แบบนั้นทั้งให้มีการเลือกตั้ง และการทำประชามติ เพราะรัฐธรรมนูญ(ชั่วคราว) กำหนดไว้ชัดเจน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนไม่ได้วาดภาพความน่ากลัว แต่ต้องการสร้างความรับรู้ว่าเราจะอยู่ต่อไปอย่างไรในอนาคต ซึ่งสิ่งที่จะเกิดขึ้นสองวันข้างหน้านี้ถือเป็นอนาคตของประเทศ ให้ใครมาบิดเบือนหรือชี้นำในทางที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งไม่อยากให้นำปัญหาเดิมจนทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอีก เพราะวันนี้ทุกอย่างดีขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนอดทนสักระยะหนึ่ง อย่าขัดแย้งกันด้วยเรื่องการลงประชามติ ทั้งนี้ตนพูดในความเห็นส่วนตัว และเป็นเรื่องของตนคิดว่าน่าจะพูดได้บ้างเหมือนกัน เพราะหลายๆท่านก็ออกมาพูด ทั้งในเวทีเปิดและเวทีปิดกันเยอะเเยะ ในส่วนตัวของตนหลายท่านถามมาหลายครั้งแล้ว ว่าตนมีความคิดเห็นอย่างไร กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ตนขอตอบในฐานะที่เป็นประชาชนคนหนึ่ง ซึ่งขอให้แยกให้ออกจากตำแหน่ง หัวหน้า คสช. และตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนขอยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการชี้นำเพราะหลายคนก็พูดเลอะเทอะกันไปหมด ตนก็น่าจะพูดได้ ทั้งนี้ตนได้ปรึกษาฝ่ายกฏหมายมาแล้ว

“ส่วนตัวผมก็จะไปร่วมลงประชามติในฐานะประชาชนคนหนึ่ง และจะลงเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงคำถามพ่วงประชามติ เพราะถ้าเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งก็ไปไม่ได้ ทุกอย่างจะกลับไปที่เดิม และที่สำคัญเราต้องใช้เวลาที่เหลือร่างกฏหมายลูก ซึ่งยังมีอีกหลายขั้นด้วยกันทั้งการออก พ.ร.บ. และกฏกระทรวง ระเบียบสำนักงานนายกรัฐมนตรี รวมถึงระเบียบอื่นๆที่มีข้อเกี่ยวพันเชื่อมโยง ที่จะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปสู่การปฏิบัติได้ ดังนั้นร่างรัฐธรรมนูญไม่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติเองได้แต่เราได้เพื่อการบริหารราชการแผ่นดิน แต่กฎหมายลูกจะเป็นกฏหมายที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยรวม ซึ่งจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วน ถือว่าเป็นคนละขั้นตอน”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯ กล่าวต่อว่า เราอย่ามาทะเลาะเรื่องรัฐธรรมนูญกันอีกเลย ขอให้ดูและพิจารณาให้ดี ในส่วนของตนเองก็ได้ผ่านการพิจารณาด้วยตัวเองเเล้ว และก็รับได้ ซึ่งตนไม่ถือว่าเป็นการโน้มน้าวเเละชักชวนแล้วเเต่ประชาชนจะตัดสินใจ อย่ามาว่าตน เพราะตนเปิดทุกอย่างให้แล้ว ถ้าตนจะเป็นเผด็จการอย่างที่หลายๆคนว่ามาก็ไม่จำเป็นจะต้องให้มีการลงประชามติ และไม่ต้องประกาศให้มีการเลือกตั้งในปี 60 ตนอยากให้ทุกคนมองกันตรงนั้น อย่าไปกลัวว่าทหารจะไม่ชวนเหลือ ดูแลท่าน อย่างไรก็ต้องดูแล ไม่ว่าอยู่ในฐานะใด หรือมีรัฐบาลมาจากไหน ทหารก็ยังเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาสไม่มีเปลี่ยนแปลง ไม่ต้องกลัวเพราะเราเกิดมากับคำว่าชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน


เมื่อถามว่า ประชาชนสงสัยว่าหากอยากให้คสช.อยู่ต่อจะต้องทำอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ให้ย้อนไปดูคำตอบเก่าที่บอกว่าให้ทีการเลือกตั้งในปี 2560 ซึ่งก็ต้องเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แล้วทำอย่างไรที่จะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล และเเก้ปัญหาเดิมๆได้ นั่นคือสิ่งที่ต้องไปกังวลมากกว่า ตอนนี้เรามีหน้าที่ทำในขั้นตอนของกระบวนการ

เมื่อถามว่า ขณะนี้ประเทศไทยพร้อมที่จะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเเล้วหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า พร้อมหรือไม่พร้อมอยู่ที่ตัวเรา ใครจะทำให้พร้อมก็อยู่ที่ตัวเราและประชาชนคนไทยทั้ง 67 ล้านคน ไม่ใช่คนอื่น และไม่ใช่ต่างประเทศด้วย เพราะไม่ได้มาร่วมชะตากรรมและมาลำบากกันในวันนี้ ประชาชนทำมาหากินได้ก็เพราะบ้านเมืองมีความสงบสุข ดังนั้นสิ่งที่ตนขอร้องคืออยากให้บ้านเมืองมีเสถียรภาพ มีความมั่นคง เพราะเนื่องเศรษฐกิจ กระบวนการยุติธรรม และกฏหมายต่างๆ วันนี้เราไม่ได้ใช้กฏหมายอื่นในการบริหารราชการแผ่นดิน เว้นบางกรณี ที่ส่งผลต่อความสงบเรียบร้อย ส่วนการตัดสินคดีถือเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม และตนจะไม่ไปละเมิดศาลเพราะจะทำให้กระบวนการยุติธรรมเป็นที่เคารพนับถือ เเละหลายอย่างที่เขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เขียนไว้เช่นนั้น เพราะฉะนั้น อย่ามองแค่แง่บวกหรือแง่ลบอย่างเดียวต้องดูว่าจะนำไปสู่การปฏิบัติอย่างไร เพราะการเขียนอธิบายทุกอย่างไม่ได้หมด ต้องคิด และฟังคำอธิบายว่านำไปสู้การปฏิบัติที่สอดคล้องของรัฐบาลและคสช.หรือไม่

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับที่เคยระบุว่าไม่ให้กลัวผีที่มองไม่เห็นนั้น เพราะหลายคนไปวาดภาพไว้ ซึ่งเป็นเพียงคำเปรียบเทียบในส่วนที่มองไม่เห็น ในเรื่องที่คสช.จะสืบทอดอำนาจ ส่วนอดีต ก็มีผีอยู่เหมือนกัน ซึ่งจะต้องทำอย่างไรให้มีคาถาป้องกันผีให้ได้ ก็คล้ายกับการไปเลือกตั้งซึ่งจะต้องมีรัฐธรรมนูญให้ได้ ทั้งนี้รัฐธรรมนูญก็เปรียบเสมือนยันกันผี และทำอย่างไรให้คนดีอยู่ได้ โดยไม่ต้องหวาดกลัว ซึ่งไม่มีอะไรได้ร้อยเปอร์เซ็น แต่เราก็ทำไป ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอด

” ที่ผ่านมาประเทศไทยมีร่างรัฐธรรมนูญกี่ฉบับ ผ่านเหตุการณ์นี้มากี่ครั้ง เราก็พยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อให้เป็นการกระทำครั้งสุดท้ายและวางพื้นฐานของประเทศและเราก็เปิดให้ทุกคนเเสดงความคิดเห็นได้และต้องยอมรับความคิดเห็นของส่วนใหญ่ ซึ่งทุกอย่างผมก็ไม่ได้เปิดในทุกเรื่องเพราะต้องผ่านกลไกต่างๆและทำอย่างไร ให้มีความสงบเรียบร้อยภายใน 5 ปี ซึ่งหลายอย่างเกิดขึ้นมา 10 ปีแล้วและต้องไม่เกิดขึ้นอีก นั่นคือสาเหตุว่าทำไมจะต้องมี 5 ปี เพราะจะได้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนสภาพัฒน์ 5 แผน รวมถึงแผนปฏิรูป ซึ่งจะต้องผลักดันไปสู้การปฏิบัติให้ได้ แต่ทุกอย่างจะเริ่มต้นได้ก็ต้องมีรัฐธรรมนูญที่เหมาะสมกับประเทศไทย ในช่วงเวลาเหล่านี้ ถ้าใช้แบบเดิมก็กลับไปที่เก่า ตนพูดในหลักการไม่ได้ชี้นำ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ขอบคุณต่างประเทศที่ห่วงใย ในฐานะที่เราเป็นมิตรประเทศร่วมกัน ไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร เพราะฉะนั้นต้องทำให้หลายประเทศเหล่านั้นมีความมั่นใจในประเทศไทย เรากำลังเดินหน้าไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยตามที่ทุกคนและโลกต้องการ ซึ่ง คสช.และรัฐบาลก็พยายามอย่างเต็มที่ ที่จะทำให้ดีขึ้น แต่ไม่ถูกใจคนร้อยเปอร์เซ็น แต่อยู่บนพื้นฐานว่าเราความคิดและเจตนารมณ์อย่างไร เพราะฉะนั้นก็อยากให้ประชาชนตั้งใจและร่วมมือกันทำให้ประเทศไม่กลับไปเป็นเหมือนเก่า ตนไม่ได้วาดภาพความหวาดกลัวให้ใคร เพียงแต่จะทำอย่างไรไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ได้หันกลับไปถามผู้บัญชาการเหล่าทัพและนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่ยืนเข้าเเถวต้อนรับว่า ทหารเข้าใจใช่หรือไม่ โดย พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก ได้ตอบรับด้วยการโค้งคำนับ และพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่าก็ต้องเข้าใจอยู่แล้วเพราะอยู่กับตนมานาน วันนี้ตนเป็นนายทหารนอกราชการ แต่ความเป็นทหารก็อยู่ในตัวตลอดเพราะถูกปลูกฝังมาตลอดชีวิตซึ่งตายไปก็เป็นผีทหาร ชาติหน้าจะเกิดเป็นทหารอีกหรือไม่ก็ไม่รู้ เพราะถูกหล่อหลอมด้วยจิตวิญญาณ วันนี้เห็นพี่น้องทหารไปช่วยประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ประชาชนก็ยิ้มแย้มแจ่มใส และก็กลัวว่าทหารจะหายไป ไม่ช่วยเขาอีก ตนขอยืนยันว่าช่วย

เมื่อถามว่ามีคนสงสัยว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญผ่านแล้ว พล.อ.ประยุทธ์จะไปไหน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ” ก็ไม่รู้เหมือนกัน คงกลับบ้าน ไม่อยากให้ไปคิดตรงนั้น คืออย่าไปกลัวผีที่มองไม่เห็นผมก็ยังอยู่ แต่ในเรื่องนั้นเป็นเรื่องของกระบวนการต่อไป ความเป็นประชาธิปไตยก็ไปว่ากันตรงโน้น อย่ามากังวลกับตน ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนตนก็เป็นคนไทย และไม่ทำลายประเทศไทยรวมถึงพูดให้เสียหาย ไม่ว่าจัเป็นรัฐบาลไหนที่มาต่อจากตน ตนก็จะไม่ว่าเขา เพราะเคารพในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ และการบริหารราชการแผ่นดินของทุกรัฐบาล แต่เมื่อไหร่ที่ชาติมีความเสียหาย นั้นคือสิ่งที่ตนตัดสินใจว่า จะปล่อยให้เป็นอย่างนั้นได้อย่างไร ซึ่งในหลายประเทศก็เป็นเหมือนเราเพราะฉะนั้นอย่าเอาสายตาของต่างประเทศมาโจมตีเรา เพราะเราเอาสายตาของต่างประเทศมาโจมตีเรา เพราะเราคือเรา คนที่พูดอยู่ข้างนอกไม่ได้เดือนร้อยเหมือนเรา ไม่ได้รับรู้สถานการณ์ภายในประเทศ ทั้งความคิด มุมมองและพื้นฐานที่ต่างกัน เราจะต้องทำให้คนไทยเดินไปพร้อมๆกัน ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก หากทุกคนจะร่วมมือกันกับเราที่จะทำงานในช่วงนี้ อย่างน้อยต้องดีกว่าเดิม และสิ่งสำคัญก็คือต้องมีความศรัทธา ซึ่งตนก็มีความศัทธาว่าจะต้องทำให้สำเร็จ ประชาชนทุกคนก็ต้องมีศรัทธา เพราะต่างก็ช่วยเหลือ คสช.และรัฐบาลมา 2 ปีแล้ว

บทความก่อนหน้านี้‘ไฮโซแชมป์’ เผย ‘เจนี่’ ถูกขู่ทำร้าย พาตัวไปไว้ที่ปลอดภัยแล้ว – เตรียมฟ้องคู่กรณี
บทความถัดไปแรงงานญี่ปุ่นในไทย โดย สราวุธ ไพฑูรย์พงษ์