บรรดาข้าราชการใหญ่ ที่ได้รับแต่งตั้งโยกย้าย ตอนนี้เริ่มเข้าทำหน้าที่ใหม่กันแล้ว ตั้งแต่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยตำแหน่งสำคัญที่ทั่วทั้งสังคมสนใจใคร่รู้มากที่สุดว่า เข้ามาทำหน้าที่นี้แล้ว จะมีบทบาทอย่างไรบ้าง จะส่งผลอะไรต่อการเมืองบ้าง
นั่นคือ ผบ.ทบ.คนใหม่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ หรือ บิ๊กบี้
เส้นทางการเติบโตจนมาเป็นผู้นำกองทัพบก ถือว่าตรงตามสายงาน ไม่มีอะไรพลิกผัน
ชื่อ พล.อ.ณรงค์พันธ์จัดเป็นตัวเต็ง ผบ.ทบ.ต่อจาก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์
มาหลายปีแล้ว ลงเอยก็ไม่ผิดคาด
ดังนั้นจึงเป็นนายทหารที่สื่อมวลชนสอดส่องมานาน พบว่าบุคลิกเป็นทหารอาชีพเต็มตัว เงียบขรึม จริงจัง ไม่พูดมาก
จนคาดหมายกันว่าสิ่งที่เราเห็นจากบทบาทของ ผบ.ทบ.คนที่แล้ว หลายต่อหลายอย่าง ไม่น่าจะได้เห็นในยุคบิ๊กบี้
เช่น คงจะไม่ค่อยให้สัมภาษณ์อะไร ไม่ออกมาพูดจาปะทะอะไรกับใครในทางการเมือง
นับเป็นประเด็นที่น่าจับตามองกันต่อไป
ที่กล่าวกันว่า ผบ.ทบ.คนนี้ จะไม่ยุ่งกับการเมือง จะเป็นจริงหรือไม่
อันที่จริงสังคมการเมืองของประเทศไหน ที่สื่อมวลชนจะต้องเฝ้าติดตามสัมภาษณ์ผู้นำกองทัพ ต่อปัญหารัฐบาล ต่อปัญหาทางการเมือง
สังคมนั้นต้องนับเป็นสังคมที่ไม่ปกติ ไม่เป็นระบบ ไร้มาตรฐาน
ซึ่งการเมืองไทยเราเป็นเช่นนั้นจริงๆ เป็นมาตลอดหลายสิบปี
แต่คงไม่ใช่เป็นการทำหน้าที่ผิดๆ ของสื่อมวลชน เพราะข้อเท็จจริงของประชาธิปไตยที่ไม่สมบูรณ์แบบของบ้านเรานั้น
มีทหารคอยแทรกแซงการเมืองเป็นระยะๆ
แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นกับ ผบ.ทบ.ทุกคน และหวังว่า ผบ.ทบ.คนใหม่จะมีส่วนส่งเสริมการเมืองไทยให้เข้ารูปเข้ารอยเข้าที่เข้าทาง
การเมืองต้องเป็นเรื่องของการเมือง
รัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งวันนี้มาจากการเลือกตั้งตามระบบแล้ว เพียงแต่ยังเป็นที่ถกเถียงว่า ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีกติกาที่เอารัดเอาเปรียบ เกิดความเหลื่อมล้ำ มีกลไกเอื้ออำนวยเฉพาะบางกลุ่มให้เข้าสู่อำนาจ
จึงเป็นเหตุให้ต้องมาเรียกร้องการแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ไม่สร้างการเมืองที่เหลื่อมล้ำ
อีกอย่างรัฐบาล ต้องไม่เอาเปรียบพรรคการเมือง นักการเมืองต่างๆ นั่นคือต้องไม่มีคนถืออาวุธมาหนุนหลัง
ไม่ใช่ว่า มีผู้คนออกมาประท้วงต่อต้านรัฐบาล แต่รัฐบาลไม่สนใจรับฟัง เพราะถือว่ามีกลุ่มอำนาจหนุนหลังหนาแน่นมั่นคง ใครก็ล้มไม่ได้
ก็เลยกลายเป็นรัฐบาลที่ไม่ใส่ใจในเสียงประชาชน และเอาอกเอาใจฝ่ายที่อยู่
เบื้องหลังมากกว่า จะสนใจประชาชนที่อยู่เบื้องหน้า
ถ้าทุกคนอยู่ภายใต้การเมืองอย่างเสมอภาค ไม่มีกติกาที่เอื้อประโยชน์เฉพาะกลุ่ม ไม่มีกลไกอำนาจปกป้องรอบด้านเฉพาะบางรัฐบาล
การเมืองก็จะเดินไปตามครรลองปกติ บริหารบ้านเมืองให้ประชาชนได้ประโยชน์จริงๆ ก็จะได้รับการสนับสนุนจากประชาชน อยู่ต่อไปได้ยาวนาน
แต่ประเทศเราไม่เป็นเช่นนั้น มายาวนานแล้ว
วันนี้ ผบ.ทบ.คนใหม่จึงเป็นที่จับตามอง ด้วยความคาดหวัง อย่างน้อยก็ด้วยบุคลิกส่วนตัวที่มีความเป็นทหารอาชีพเต็มเปี่ยม
ไม่ดราม่า น้ำตาซึม
สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

