นับถอยหลังอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันออกเสียงประชามติที่หลายฝ่ายตั้งตารอดูผลว่าจะออกมาอย่างไร แต่หากย้อนกลับเมื่อเกือบ 10 ปี ที่ผ่านมา ในการออกเสียงประชามติ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2550 ในครั้งนั้นมีจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด 45,092,955 คน โดยก่อนที่จะถึงวันประชามติ มีการรณรงค์ ทำรับร่างรัฐธรรมนูญ ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง No vote และ Vote no นอกจากนี้ยังมีการแจกจ่ายเอกสารที่ถูกระบุว่าเป็นการบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ 2550 และผู้ที่ออกมาให้ข้อมูลเรื่องดังกล่าว คือ นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ เลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่างรัฐธรรมนูญ ในขณะนั้น ร่วมถึง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติ ในขณะนั้นก็ออกมาระบุเช่นกัน
อีกทั้งยังมีการปล่อยข่าวในลักษณะที่ว่าหากรัฐธรรมนูญผ่าน โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือบัตร 30 บาทรักษาทุกโรคจะถูกยกเลิก ไม่ต่างจากปัจจุบัน ประหนึ่งเหตุการณ์เดจาวู ต่อมาไม่กี่วันก่อนการออกเสียงประชามติ รัฐบาลในขณะนั้นได้ออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 1 สิงหาคม 2550 ก่อนวันลงประชามติเพียง 18 วัน เพื่อดำเนินการเอาผิดกับพวกที่ก่อความวุ่นวายในช่วงการลงประชามติ
เมื่อถึงวันลงคะแนนประชามติ มีผู้มาใช้สิทธิ 25,978,954 คน คิดเป็นร้อยละ 57.61 ของผู้มีสิทธิทั้งหมด และมีผู้ไม่มาใช้สิทธิ 19,114,001 คน คิดเป็นร้อยละ 42.39 หลังจากปิดหีบ บัตรที่นับเป็นคะแนน 25,474,747 ใบ คิดเป็นร้อยละ 98.06 บัตรเสีย/คืนบัตร 504,207 ใบ คิดเป็นร้อยละ 1.94 ผลการนับคะแนนปรากฏว่า ผู้ลงมติเห็นชอบ 14,727,306 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 57.81 และไม่เห็นชอบ 10,747,441 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 42.19 รวม 25,474,747 คะแนน
โดยแบ่งรายภาคได้ดังนี้ ภาคกลาง เห็นชอบ 5,714,973 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 66.53 ไม่เห็นชอบ 2,874,674 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 33.47 ภาคใต้ เห็นชอบ 3,214,506 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 88.30 ไม่เห็นชอบ 425,883 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 11.70 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3,050,182 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 37.20 ไม่เห็นชอบ 5,149,957 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 62.80 และภาคเหนือ เห็นชอบ 2,747,645 คะแนน ไม่เห็นชอบ 2,296,927 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 45.53 ทำให้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ถูกประกาศใช้เป็นฉบับที่ 18 อย่างเป็นทางการ
ต่อมาในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกหลังจากมีการยึดอำนาจ 19 กันยายน 2549 นายสมัคร สุนทรเวช นำพรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้ง ได้ ส.ส.เขต 199 คน และ ส.ส.สัดส่วน 34 คน รวมเป็น 233 คน ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ ส.ส.เขต 132 คน ส.ส.สัดส่วน 33 คน รวม 165 คน พรรคชาติไทยนำโดยนายบรรหาร ศิลปอาชา ได้ ส.ส.เขต 33 คน ส.ส.สัดส่วน 4 คน พรรคเพื่อแผ่นดิน นำโดย นายสุวิทย์ คุณกิตติ ได้ ส.ส.เขต 17 คน ส.ส.สัดส่วน 7 คน รวม 24 คน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา นำโดย พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ได้ ส.ส.เขต 8 คน ส.ส.สัดส่วน 1 คน พรรคมัชฌิมาธิปไตย นำโดย นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน ได้ ส.ส.เขต 7 คน และพรรคประชาราชนำโดย นายเสนาะ เทียนทอง ได้ ส.ส.เขต 4 คน และ ส.ส.สัดส่วน 1 คน รวม ส.ส.เขต 400 คน ส.ส.สัดส่วน 80 คน รวมเป็น 480 คน
ขณะที่การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2554 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิทั้งสิ้น 75.03% จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 46,921,682 คน พรรคที่ได้รับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อมากที่สุดคือ พรรคเพื่อไทย 15,744,190 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 48.41 ของผู้มาใช้สิทธิ มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ 61 คน ส.ส.เขต 204 คน รวม 265 คน รองลงมาคือ พรรคประชาธิปัตย์ 11,433,501 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 35.15 มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ 44 คน ส.ส.เขต 115 คน รวม 159 คน พรรคภูมิใจไทย 1,281,577 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 3.94 มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ 5 คน ส.ส.เขต 29 คน รวม 34 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 906,656 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 2.79 มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ 4 คน ส.ส.เขต 15 คน รวมเป็น 19 คน
พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน 494,894 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 1.52 มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ 2 คน ส.ส.เขต 5 คน รวม 7 คน พรรคพลังชล 178,110 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.55 มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน ส.ส.เขต 6 คน รวมเป็น 7 คน พรรครักประเทศไทย 998,603 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 3.07 มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ 4 คน พรรคมาตุภูมิ 251,702 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.77 มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ 2 คน พรรครักษ์สันติ 284,132 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.87 พรรคมหาชน 133,772 คะแนน คิดเป็น 0.41 และพรรคประชาธิปไตยใหม่ 125,784 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 0.39 ทั้ง 3 พรรคหลังมี ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคละ 1 คน โดยมีผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน 1,419,088 คน คิดเป็นร้อยละ 4.03% คะแนนเสีย 2,039,694 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 5.79%
อย่างไรก็ตาม ผลการทำประชามติปี 2550 ผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด 45,092,955 คน ผู้มาใช้สิทธิ 25,978,954 คน คิดเป็นร้อยละ 57.61 มีผู้ไม่มาใช้สิทธิ 19,114,001 คน คิดเป็นร้อยละ 42.39 เห็นชอบ 14,727,306 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 57.81 ไม่เห็นชอบ 10,747,441 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 42.19 รวม 25,474,747 คะแนน ส่วนบัตรเสีย/คืนบัตร 504,207 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 1.94 ของบัตรทั้งหมด
หากเทียบระหว่างการลงประชามติปี 2550 กับการเลือกตั้งปี 2554 จะเห็นว่าคะแนนของพรรคเพื่อไทยสูงกว่าคะแนนของผลการประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญนับล้านคะแนน

