ครม. ไฟเขียววงเงินกู้เพื่อยกระดับเศรษฐกิจและสังคม โครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย

6.10.20 | 14:55 น.

ครม. ไฟเขียววงเงินกู้เพื่อยกระดับเศรษฐกิจและสังคม โครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 6 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำหนักนายกฯ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.ให้ความเห็นชอบวงเงินกู้เพื่อยกระดับเศรษฐกิจและสังคมระดับตำบล หรือโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงการอุตมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งในหลักการจะให้ 1 ตำบล มี 1 มหาวิทยาลัยเข้าไปช่วยทำงานกับชุมชน เบื้องต้นในปีแรกวางเป้าหมาย 3,000 ตำบล และมี 73 มหาวิทยาลัยที่จะลงไปทำงานภายใต้งบประมาณ 10,629 ล้านบาท

โดยเชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะทำให้เกิดการจ้างงานคนในพื้นที่ประมาณ 60,000 คน และทำให้เกิดการพัฒนาพื้นที่ระดับตำบลในด้านต่างๆ เช่น การท่องเที่ยว คุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม และวิสาหกิจชุมชน ซึ่งการดำเนินการปีแรก มีตำบลที่มีความพร้อมสูง ที่จะยกระดับไปสู่ความยั่งยืน 750 ตำบล ขณะเดียวกันมีตำบลที่มีความพร้อมระบดับปานกลาง 1,500 ตำบล ที่จะพัฒนาให้พึ่งพาตนเองได้ ขณะที่ 750 ตำบล ที่มีความพร้อมค่อนข้างต่ำอยู่ด้วยความยากลำบาก ตั้งเป้าจะพัฒนาให้สามารถอยู่รอดได้

ขณะที่ ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ครม. มีมติอนุมัติโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ (1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย) ตามที่ อว.เสนอ โดยมีเป้าหมายหลักคือการลดความยากจนแบบมีเป้าหมาย ในระยะแรกจะดำเนินการในพื้นที่ 3 พันตำบลทั่วประเทศ โดยมีมหาวิทยาลัย 73 แห่งดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชนในแต่พื้นที่ งบประมาณรวม 10,629,600,000 บาท ทั้งนี้ ในการดำเนินการในพื้นที่จะเป็นไปตามบริบท สภาพปัญญา สิ่งแวดล้อม ทรัพยากร ความหลากหลายทางชีวภาพและความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่สำคัญของแต่ละพื้นที่ โดยจะเป็นการนำองค์ความรู้เทคโนโลยี นวัตกรรมของมหาวิทยาลัย หน่วยงานภายใน อว.และหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนไปช่วยในการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมในตำบล อาทิ การสร้างและพัฒนาอาชีพใหม่ การส่งเสริมสร้างความเข้มแข็งของวิสาหกิจชุมชน การพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน การส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน การพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น สุขภาพ การศึกษา และความปลอดภัยในชุมชน การฟื้นฟูและรักษาสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

ศ.ดร.เอนก กล่าวว่า สำหรับการจ้างงาน จะมีการจ้างงานบัณฑิตจบใหม่ ประชาชนในพื้นที่และนักศึกษารวมทั้งโครงการจะมีการจ้างงานไม่น้อยกว่า 60,000 คน โดยจะมีการจ้างงาน 20 อัตราต่อตำบล เพื่อช่วยในกิจกรรมพัฒนาต่างๆ ของแต่ละตำบล โดยผู้ที่ได้รับการจ้างงานจะได้รับการพัฒนาทักษะพื้นฐานที่สำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ ทักษะด้านดิจิตัล ทักษะด้านการเงิน ทักษะด้านสังคมและภาษาอังกฤษ ควบคู่ไปกับทักษะเฉพาะด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในพื้นที่

“เป้าหมายของโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัยคือการยกระดับตำบลที่มีความพร้อมสูงไปสู่ระดับความยั่งยืน ประมาณ 750 ตำบลหรือ 25 เปอร์เซ็นต์ของตำบลในโครงการที่มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสังคม สามารถพัฒนาชุมชนของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง ยกระดับตำบลที่มีความพร้อมปานกลางไปสู่ระดับความพอเพียง ประมาณ 1,500 ตำบลหรือ 50 เปอร์เซ็นต์ของตำบลโครงการที่มีความสามารถในการพึ่งพาตนเองในระดับหนึ่งจากทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรมที่มีอยู่ในพื้นที่และมีความพร้อมที่จะก้าวไปสู่ตำบลที่มีความยั่งยืน” ศ.ดร.เอนก กล่าว

Advertisement