09.00 : INDEX ปัจจัย ชี้ขาด ชุมนุม 14 ตุลาคม อยู่ที่ จำนวน ประชาชน เข้าร่วม

7.10.20 | 08:57 น.

ยิ่งใกล้วันที่ 14 ตุลาคม มากเพียงใด ประเด็นอันเกี่ยวกับการแก้ไข”รัฐธรรมนูญ”ยิ่งทวีความร้อนแรง

โดยเฉพาะเมื่อจับอาการจากทางด้าน”รัฐบาล”

ไม่ว่าจะมองผ่านท่าทีของบางส่วนจาก 250 ส.ว. ไม่ว่าจะมองผ่านท่าทีบางส่วนจาก ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ

ขอให้โฟกัสไปยัง”คณะกรรมาธิการ”ร่วมเป็นสำคัญ

เป็นคณะกรรมาธิการอันมีคนจาก 250 ส.ว. อันมีคนจาก พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ แต่ไม่มีคนจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าพรรคก้าวไกล

Advertisement

บทบาทของ ส.ส.จากพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่ว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าพรรคก้าวไกล ไม่ว่าพรรคเสรีรวมไทย ไม่ว่าพรรคประชาชาติ ไม่ว่าพรรคเพื่อชาติ ไม่ว่าพรรคพลังปวงชนไทย จึงเฝ้าดู

เฝ้าดูอาการดิ้นอันมาจากกรรมาธิการของพรรคพลังประชารัฐ เฝ้าดูอาการดิ้นอันมาจากกรรมาธิการของ 250 ส.ว.

ความนิ่งเฉยของพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ จึงน่ากลัว

ในเมื่อเป้าหมายการชุมนุมในวันที่ 14 ตุลาคม คือสถานะทางการ เมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เนื้อหาใจกลางจึงอยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรกับ”รัฐธรรมนูญ”

เป็นไปได้หรือไม่ที่พรรคพลังประชารัฐกับ 250 ส.ว.จะคว่ำร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560

นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าวันที่ 14 ตุลาคมจะเป็นอย่างไร

การเข้าร่วมของประชาชนจะดำเนินไปในลักษณะเบิ้มๆอย่างที่กลุ่มเยาวชน นักเรียน นิสิตนักศึกษา คาดหวังเอาไว้หรือไม่ โดยพื้นฐานจะต้องมากกว่า”19 กันยา ทวงอำนาจ คืนราษฎร”

หากจำนวนไม่เบิ้มกว่า ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็จะเปลี่ยนไป ท่าทีของ 250 ส.ว.ก็จะเปลี่ยนไป ท่าทีของพรรคพลังประชารัฐก็จะเปลี่ยนไป

ที่สำคัญท่าทีของพรรคภูมิใจไทย ท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์และท่าทีของพรรคชาติไทยพัฒนาก็จะเปลี่ยนไป

ไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าสถานการณ์ในวันที่ 14 ตุลาคมจะปรากฏ ออกมาอย่างไร ไม่ว่าจะเป็น นายอานนท์ นำภา ไม่ว่าจะเป็น นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ไม่ว่าจะเป็น น.ส.ปภัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล

นั่นก็ขึ้นกับ”ความรู้สึก”ของประชาชน

จำนวนของนักเรียน นิสิตนักศึกษาอาจเป็นเหมือนแม่เหล็กว่าจะทรงพลังมากเพียงใด ปัจจัยชี้ขาดอยู่ที่”ประชาชน”