บิ๊กตู่ ‘กลุ้มใจ’ พูดมากไป ก็ถูกไล่ลาออก ชี้อะไรทำไม่ดีก็บอกได้ ยินดีรับฟัง

บิ๊กตู่ “กลุ้มใจ” พูดมากไปก็ถูกไล่ให้ลาออก พร้อมรับฟัง ไม่ดีตรงไหนให้บอก แต่ต้องมีหลักการ “เฉย” กับสิ่งที่ไม่ให้กำลังใจ

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 7 ต.ค. ที่ห้องประชุมปทุมมาศ อาคารเฉลิมพระเกียรติในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี อ.เมือง จ.ปทุมธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดงานอาชีวะยกกำลังสองและกล่าวปาฐกถาพิเศษ “การขับเคลื่อนนโยบาย อาชีวศึกษายกกำลังสอง” โดยมีนายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ พร้อมผู้บริหารและเด็กอาชีวะให้การต้อนรับ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้ต้องผลิตทรัพยากรบุคคลให้มีคุณภาพตรงความต้องการตลาด ทั้งครูและนักเรียนต้องมีการวัดผล ก่อนเป็นครูก็ต้องมีการวัดผลว่าตรงกับสิ่งที่ต้องการในวันนี้หรือเปล่า วันนี้ดีใจที่ได้มาพบบุคลากรทางการศึกษา วันนี้ต้องรู้อะไรคือโอกาส อะไรคือวิกฤต อย่าทำโอกาสให้เป็นวิกฤต วันนี้เรากำลังจะเปิดประเทศ ในขณะที่ประเทศอื่นกำลังรบอยู่กับโควิด-19 เราสามารถลดการแพร่ระบาด การติดเชื้อ มีความพร้อมทุกอย่าง หากเราไม่ระมัดระวังการแพร่ระบาดรอบ 2 จะกลับมาหนักกว่าเดิม ขณะนี้เราได้ผ่อนคลายไปเยอะ เริ่มดีตามลำดับ ประเทศไทยมีอาชีพที่หลากหลาย เขาบอกมาไทยไม่มีอดข้าว เวลาไปต่างประเทศตนถามเขา ซึ่งเขาบอกว่าเขารักประเทศไทย วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ อยากมาเที่ยวประเทศไทย วันศุกร์เตรียมมาประเทศไทยพักผ่อน และวันอาทิตย์เดินทางกลับ เพราะเห็นคนไทยมีความสุขเขาอยากเป็นคนไทย ชอบชีวิตความเป็นอยู่ แต่กลับไปทำงานที่โน้น เพราะเงินเดือนสูง ฉะนั้น เราจะทำอย่างไรให้มีเงินเดือนมากขึ้น ในวันข้างหน้าก็ต้องพัฒนากรอบใหญ่ของประเทศ วันนี้เราต้องมองทั้งมนุษย์เงินเดือน มนุษย์ที่ไม่มีเงินเดือน ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ที่ไม่มีต้นทุนเลย ต้องเอาเป้าหมายมาดูเพื่อเดินหน้า เราไม่สามารถจะให้เขาทั้งหมดได้ เพราะงบประมาณเป็นอย่างนี้ หากมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการเก็บภาษีในวันข้างหน้า ทุกอย่างจะกลับมา  ฉะนั้น ฝากลูกๆ หลานๆ เน้นว่าอะไรคืออนาคตและโอกาส โดยดูว่าจะต้องทำตัวอย่างไรนั่นคืออนาคตและโอกาสที่ทุกคนจะมีความก้าวหน้าในการประกอบอาชีพมีรายได้เลี้ยงดูพ่อแม่ สร้างครอบครัวในอนาคต

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ตนอาจจะพูดนอกกรอบแต่ต้องการพูดให้รู้ว่าตนคิดอะไรอยู่ในทุกวัน

“หน้าตาผมเหมือนคนนอนไม่หลับ ผมก็เป็นแบบนี้ทุกวัน ใครมาเป็นผมก็จะรู้ พูดมากไป ก็บอกว่าลาออกไปสิ ผมกลุ้มใจจริงๆ สิ่งใดที่ทำไม่ดีก็บอกมา ผมรับฟังทุกท่าน แต่ขอให้มีหลักการ ขอให้ช่วยกันรักษาบ้านเมืองให้เรียบร้อย อดีตคืออดีต ประวัติศาสตร์ดีเอามาทำต่อและชื่นชม ประวัติศาสตร์ไม่ดีทิ้งไป อย่าทำอีกเท่านั้นเองทุกอย่างมันมีสาเหตุทั้งสิ้น ฉะนั้น เพื่ออนาคตของพวกเราทุกคน พ่อแม่ผู้ปกครองจะได้มีความสุข ขอให้ว่ากล่าวตักเตือนกันบ้าง สังคมเราเป็นแบบนี้ สังคมระบบเครือญาติ นั่นคือครอบครัวของเราต้องรักษาไว้ ถ้าเราไม่รักกันในครอบครัว สังคมก็ไม่รัก แล้วจะเป็นอย่างไร จะอยู่กันต่อไปอย่างไร ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ขอให้ทุกคนช่วยกันทำงานตรงนี้ ทำเพื่อส่วนรวม เพื่อประเทศชาติให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยเร็วจงได้ เป็นอาชีวะที่มีสมรรถภาพ คุณภาพ ความพร้อม ให้ได้ทั้งคนดีคนเก่ง ฐานรากเศรษฐกิจจะดีอยู่ที่คนดี คนเก่ง รักชาติบ้านเมือง เข้ามาพัฒนาประเทศไปด้วยกัน” นายกฯกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สถานีคิดเลขที่ 12 : อย่ากลัวโควิด?
บทความถัดไปผบ.ทบ.ประกาศจุดยืนกองทัพ ‘รัฐประหารต้องเป็นศูนย์’