‘ทีดีอาร์ไอ’ ชี้ ราชการไทย ช้า ล้าสมัย เป็นภาระ ต้องปฏิรูป แนะแก้รธน. สร้างรบ.ที่เป็นปชต.

7.10.20 | 12:54 น.

‘ทีดีอาร์ไอ’ ชี้ ราชการไทย ช้า ล้าสมัย เป็นภาระ ต้องปฏิรูป แนะแก้รธน. สร้างรบ.ที่เป็นปชต.

จากงานสัมมนา สาธารณะทีดีอาร์ไอ ประจำปี 2563 แฮกระบบราชการ เปลี่ยนระบบปฏิบัติการประเทศ จากบทเรียนการรับมือวิกฤติโควิด-19 สู่ความพร้อมรับมือความท้าทายในโลกใหม่ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 ตุลาคม – 7 ตุลาคม 63 ในรูปแบบ Virtual Conference ซึ่งจัดโดย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ทีดีอาร์ไอ

ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ทีดีอาร์ไอ ได้กล่าวบนเวที ในประเด็น “ขีดความสามารถของภาครัฐกับอนาคตประเทศไทย” ถอดบทเรียนการรับมือโควิด 19 ของประเทศไทย และ ขีดความสามารถของรัฐ ในการจัดการปัญหาต่าง

ความตอนหนึ่ง ดร.สมเกียรติ กล่าวว่า ถ้าเปรียบเทียบระบบรัฐไทยเป็นระบบคอมพิวเตอร์แล้ว จะพบว่า ระบบราชการซึ่งเป็นเสมือนระบบปฏิบัติการ (OS) ของภาครัฐเป็นระบบที่ตอบสนองช้า มีหน่วยความจำน้อย ชุดคำสั่งหรือกฎหมายล้าสมัย หรือมีข้อผิดพลาดมาก ทำให้ให้เกิดต้นทุนสูงต่อสังคม ข้อมูลที่ใช้ก็มีความไม่ครบถ้วน หรือไม่ถูกต้องและทันสมัยพอ ทำให้รัฐบาลไม่สามารถบริหารประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างภาระแก่ประชาชนที่มารับบริการ เนื่องจากการเชื่อมต่อระหว่างหน่วยงานรัฐด้วยกันเอง และการเชื่อมต่อกับภาคส่วนอื่นในสังคมมีปัญหามาก จนเกิดเหตุระบบล่มอยู่บ่อยครั้ง

การปฏิรูปรัฐไทย ให้มีขีดความสามารถสูงขึ้น ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งของภาคประชาชนจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง

Advertisement

โดยในส่วนของการปฏิรูปภาครัฐ ควรดำเนินการอย่างเร่งด่วนใน 4 ด้านคือ การปฏิรูประบบราชการให้ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ การปฏิรูประบบกฎหมายให้เกิดกฎกติกาที่มีความเหมาะสมเป็นธรรม มีต้นทุนต่ำและสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ การพัฒนาระบบข้อมูล ซึ่งจะทำให้รัฐสามารถให้บริการประชาชนและกำหนดนโยบายได้อย่างชาญฉลาด และการปรับปรุงการเชื่อมต่อระหว่างรัฐกับประชาชน ซึ่งจะทำให้รัฐเข้าใจประชาชนและสามารถให้ความช่วยเหลือดีขึ้น ตลอดจนสามารถนำเอาพลังของสังคมมาช่วยพัฒนาภาครัฐ

ทั้งนี้การปฏิรูปดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อประชาชนมีความตื่นตัว ในการเรียกร้องและกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในภาครัฐ โดยต้องเริ่มจากการสร้างกติกาการเมืองคือ รัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดรัฐบาลประชาธิปไตยที่ตอบสนองต่อประชาชนและมีขีดความสามารถสูง โดยควรยึดต้นแบบจากรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน พ.ศ 2540 ซึ่งช่วยให้เกิดรัฐบาลที่มีความเข้มแข็ง ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งของกลไกในการตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐบาล โดยการเพิ่มบทบาทในการตรวจสอบของรัฐสภา ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน การมีส่วนร่วมของประชาชนในการเสนอกฎหมายและตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ซึ่งถดถอยไปอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พร้อมกับการลดบทบาทขององค์กรอิสระและตุลาการ ให้เหลืออำนาจในการตรวจสอบรัฐบาลได้เฉพาะในกรณีที่มีการละเมิดกฎหมายอย่างร้ายแรง และการเปิดพื้นที่ให้สื่อและภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมในการตรวจสอบรัฐบาล