‘ไพบูลย์’ ยัน กมธ.ยังเรียกบุคคลเข้าแจงได้ หลังศาลชี้พ.ร.บ.คำสั่งเรียกขัด รธน.

8.10.20 | 16:35 น.

‘ไพบูลย์’ ยัน กมธ.ยังเรียกบุคคลเข้าแจงได้ ไม่มาไม่มีโทษ หลังศาลชี้พ.ร.บ.คำสั่งเรียกขัด รธน.

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะผู้ยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณา พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า แม้ศาลจะมีคำวินิจฉัยว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่กมธ.ของทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ยังคงสามารถเรียกบุคคลเข้ามาชี้แจงได้ โดยประสิทธิภาพการทำงานของกมธ.ไม่ได้ลดลง แต่การจะไปออกคำสั่งตามพ.ร.บ.คำสั่งเรียก ที่ให้อำนาจไว้ในรัฐธรรมนูญ2550 ถูกยกเลิกแล้ว ซึ่งเป็นการให้ความร่วมมือ โดยการทำงานของกมธ.ทำได้ตาม มาตรา 129 ไม่ใช้ พ.ร.บ. คำสั่งเรียก แต่ที่ผ่านมากมธ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นประธาน จะใช้ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกให้นายกรัฐมนตรีมาชี้แจงปมถวายสัตย์ ซึ่งกรณีที่ศาลมีคำวินิจฉัยทำให้เกิดความชัดเจน ในอำนาจหน้าที่ เป็นการป้องกันการลุแก่อำนาจ ใช้อำนาจไปในทางที่มีปัญหากับผู้ที่ถูกเรียก

“เท่าที่ตรวจสอบยังไม่เกิดขึ้น ยังไม่มีใครกล้าใช้พ.ร.บ.คำสั่งเรียก เพราะมีการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่มีความพยายามในกมธ.ป.ป.ช.ที่จะทำหนังสือ แต่ได้ถูกทักท้วง ยังไม่ถึงขั้นลงมติ ให้มีคำสั่งเรียก ตามมาตรา 8 ของ พ.ร.บ.นี้ ทุกอย่างชัดเจนและจบ ไม่กระทบการทำหน้าที่ของกมธ. ซึ่งข่าวที่ปรากฏว่า ต่อไปจะเรียกไม่ได้ คงไม่ใช่ ทุกอย่างเหมือนปกติ เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 219 ให้อำนาจเรียกบุคคลหรือเอกสารได้อยู่แล้ว แต่ไม่มีอำนาจสอบสวน เป็นการสอบหาข้อเท็จจริง และผู้ที่ไม่มาก็จะไม่ได้รับโทษทางอาญา” นายไพบูลย์ กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของ กมธ.สภา ขัด รธน.