สถานีนี่นี้…ปัจจุบัน สถานีหน้านั้น…มรณะ : โดย ขรัวตาขำ

สถานีนี่นี้…ปัจจุบัน สถานีหน้านั้น…มรณะ : โดย ขรัวตาขำ

รายได้หลักของไทยพัฒนา ในยามปกติ คือ

ส่งออก (สินค้า) กับการท่องเที่ยว

ครั้นสงครามโควิด-19 กรีธาทัพมาประชิดติดเมือง กวาดต้อนผู้คนป่วยไข้ตายมาก โลกพัฒนายามปกติก็กลายเป็นผิดปกติ

ชีวิตต้องหาวิถีใหม่ให้อยู่รอด

แทบทุกอย่างเปลี่ยนเป็นเล็กและแคบ ความตายเหลือขนาดเท่ากัน ไม่ว่าจนหรือรวยพร้อมสั้นลง

การงานทั้งเล็กทั้งสั้นทั้งแคบทั้งเบา ซ้ำยังต้องสอดส่องดูแล ตรวจตรา ตรึกตรองให้รอบคอบถึงขนาด มีความโปร่งใสเป็นไฟฉายนำร่อง ไม่ใช่วิถีที่เป็นจริงสมตัว วิถีใหม่ก็อาจอับปางเอาง่ายๆ

ลองเอาส่งออกเป็นตัวตั้งดู

จะผลิตอะไรส่งออก ส่งไปที่ไหน ต้องแข่งกับใครเขาบ้าง จะกลับไปเป็นปกติเมื่อไร โอกาสอย่างนั้นเป็นจริงมีหรือ

จะชูการท่องเที่ยวขึ้นใหม่

โลกหยุดการท่องเที่ยวไปโดยอัตโนมัติ

ไปไหนไม่มีความสะดวก

มีแต่ความลำบากลำบนทุรนทุราย

ประการสำคัญ สตางค์ในกระเป๋าผู้คนกลายเป็นเบี้ยน้อยหอยน้อยด้วยกันทั้งสิ้น

ออกนอกบ้านไม่สนุก

อยู่บ้านยังไม่อดตาย และมีโอกาสตายน้อยกว่า

เคยได้จากต่างชาติเกินร้อย กับเวลาที่ดอกเบี้ยธนาคารกำหนด

เหลือไม่ถึง 20 ในกรอบเดียวกัน

อีหรอบนี้ ไทยเที่ยวไทย น่าจะรอดน้อย

ยิ่งผู้รับผิดชอบประเทศชาติ คิดว่าแจกก่อนแล้วจะรอด

นั่นคือ โหมฟืนใส่ไฟชัดๆ

เรามีจุดขายประจำถิ่นมากมาย ไม่ว่าจะสถานที่ที่รื่นร่มรมเยศ อาหารการกินทั้งคาวหวาน การเดินทางปลอดภัยสะดวก เรามีทั้งไอ้ไข่และพญานาค มีธรรมชาติอันน่ามหัศจรรย์ ของดิน น้ำ ลม ไฟ

แต่เราไม่เคยมีให้สม่ำเสมอเลย ก็คือ

เสียงแหกปากของรัฐบาลที่จะดังกรอกหูถึงผู้ว่าราชการจังหวัด และข้ารัฐการทั้งหมด ที่ต้องมีพื้นฐานมัคคุเทศก์โดยสันดานดำรงอยู่

ไทยเที่ยวไทยจะสายเกินไป ถ้าไอ้-อี สายบัวยังลอยชาย

ส่งออกอาจไม่มีที่ยืน ที่ไป ถ้าไอ้ใบ้ทางปัญญายังมัวไหว้ครู

ความลำบากยากจน ค้ำหัวคนทุกครัวเรือนมานานแล้ว

ไม่มีประทีปแห่งความหวัง ทั้งก้นบึ้งและปลายอุโมงค์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เรียงคนมาเป็นข่าว วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2563
บทความถัดไปเลบานอนผวาอีก! ถังน้ำมันบึ้ม ไฟท่วมดับ 4 เจ็บเพียบ