สถานีคิดเลขที่ 12 : การปกปิดปม6ตุลาฯ

9.10.20 | 12:45 น.

ผ่านมาแล้ว 44 ปี และ 47 ปี แต่ในปีนี้ ยุคที่นักเรียนนักศึกษาตื่นตัวทางการเมืองครั้งใหญ่ ยุคกลับมาอีกครั้งของขบวนการคนหนุ่มสาว ทำให้ประวัติศาสตร์เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 และ 14 ตุลาคม 2516 ได้รับการรื้อฟื้นขึ้นมาเรียนรู้ศึกษากันอย่างเข้มข้น

14 ตุลาคม 2516 เป็นวันที่นักเรียนนิสิตนักศึกษาและประชาชน ลุกขึ้นมาโค่นล้มรัฐบาลทหาร นำสังคมไทยเข้าสู่ยุคประชาธิปไตย จากนั้นขบวนการนักศึกษาประชาชนกลายเป็นพลังสำคัญ เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องทั้งปัญหาความไม่เป็นธรรม ปัญหากรรมกรชาวนา ไปจนถึงระดับปัญหาอธิปไตยประเทศชาติ

ทำให้ผู้มีอำนาจและฝ่ายขวาในสังคมไทยหวาดผวา จึงเกิด 6 ตุลาคม 2519 เพื่อกวาดล้างให้หมดสิ้น

ประเด็นที่นำมากล่าวกันมากในปีนี้คือ แนวคิดใช้ความรุนแรงโหดเหี้ยมสุดขีด เช่น วันที่ 6 ตุลาฯนั้น ไม่ควรเกิดขึ้นอีกแล้วในบ้านเมืองเรา

อีกทั้งผลจาก 6 ตุลาฯ กลับยิ่งทำให้การต่อสู้ในสังคมไทย ไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น เพราะคนที่รอดตายพากันเข้าป่า ร่วมต่อสู้ด้วยอาวุธ จนทำให้สงครามระหว่างอุดมการณ์แผ่กว้างไปทั่วประเทศ เกิดความสูญเสียชีวิตมากมายในหลายพื้นที่

Advertisement

เลิกคิดได้แล้วว่า การล้อมฆ่า เอาคนมาเผา เอาไปแขวนคอแล้วใช้เก้าอี้ฟาด หวังจะเอาความอำมหิตสุดขีดคลั่งมาทำให้หวาดกลัว จนเลิกคิดสู้เลิกคิดต่าง เพราะไม่ได้ผล แถมกลายเป็นยิ่งตอบโต้ต้องล้างแค้น เอาเลือดล้างเลือด ไปกันใหญ่

อีกประเด็นคือ การปกปิดความจริง กลบเกลื่อนเบื้องหลังความรุนแรงโหดร้าย เพื่อให้คนกระทำผิดรอดพ้น นั่นคือการเปิดช่องทางให้แนวทางปราบปรามประชาชนที่ต่อต้านรัฐ พร้อมนำกลับมาใช้ได้อีกทุกเมื่อ

อันที่จริง ในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 นั้น มีการจับกุมผู้นำนักศึกษา 18 คน ดำเนินคดีร้ายแรงทั้งเป็นกบฏ ล้มล้างการปกครอง เป็นคอมมิวนิสต์ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

เช่น นายสุธรรม แสงประทุม เลขาธิการศูนย์นิสิตฯในขณะนั้น รวมไปถึงที่รู้จักกันดีทั้ง ธงชัย วินิจจะกุล, สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล, สุรชาติ บำรุงสุข, อารมณ์ พงศ์พงัน

18 จำเลยคดี 6 ตุลาฯ ถูกดำเนินคดีในศาลทหาร อยู่ราว 2 ปี

จนกระทั่งคณะทหารที่ยึดอำนาจเมื่อวันที่ 6 ตุลาฯ ซึ่งแต่งตั้ง นายธานินทร์ กรัยวิเชียร มาเป็นนายกฯ ตัดสินใจรัฐประหารซ้ำในวันที่ 20 ตุลาคม 2520 เพื่อล้มรัฐบาลธานินทร์ แล้วให้ผู้นำรัฐประหารคือพล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ขึ้นเป็นนายกฯ

รัฐบาลเกรียงศักดิ์ รู้ดีว่าเผด็จการสุดโต่งของรัฐบาลธานินทร์ทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้าย จึงพลิกโฉมการเมือง ใช้แนวทางปรองดอง พร้อมกับนิรโทษกรรมคดี 6 ตุลาคม ทำให้ 18 จำเลยพ้นคุก ได้รับอิสรภาพ

แต่การนิรโทษคดี 6 ตุลาฯ มี 2 ด้านคือ เพื่อสร้างบรรยากาศความสมานฉันท์ คลายความขัดแย้ง และพร้อมๆ กันคือยุติการสืบสาวคดี ที่กำลังเข้มข้นในศาลทหาร

เพราะกลายเป็นว่าทนายฝ่ายจำเลย 18 ผู้นำนักศึกษา ใช้วิธีสืบพยานย้อนกลับหาตัวผู้สั่งการทหารตำรวจที่เข้าปฏิบัติการตามลำดับชั้นๆ ขึ้นไปเรื่อย จนยิ่งไปถึงคนชั้นยศใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ

การนิรโทษกรรมทำให้การสืบสาวคนสั่งการต้องยุติไปด้วย

จึงไม่น่าแปลกใจ ที่คดีใช้กองกำลังรัฐพร้อมกระสุนจริงปราบปรามม็อบเสื้อแดง ในปี 2553 ที่เรียกกันว่าคดี 99 ศพ จึงทำกันทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ขึ้นพิสูจน์ความจริงในศาล

ขณะที่ฝ่ายถูกฆ่า ฝ่ายที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นก่อการร้าย เผาบ้านเผาเมือง ทำทุกทางเพื่อขอให้คดีขึ้นสู่ชั้นศาล

แต่ฝ่ายรัฐเองนั่นแหละ ที่ปิดกั้นอย่างสุดขีด ไม่ให้พิสูจน์ความจริง 99 ศพ

คงกลัวว่าจะเหมือนตอนสืบสาวคดี 6 ตุลาฯ

สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน