“ชูศักดิ์” แจงปม “พล.ต.ท.วิโรจน์” แค่สังเกตการณ์ร่วมประชุม พท.
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม กรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ส่งเรื่องให้นายทะเบียนพรรคการเมืองตรวจสอบการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2563 ว่าชอบด้วยข้อบังคับพรรค พท.พ.ศ.2561 หรือไม่ รวมถึงการประชุมใหญ่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ด้วย โดยอ้างว่ามีบุคคลซึ่งมิได้เป็นกรรมการบริหารพรรคเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคด้วย
นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะทำงานด้านกฎหมายของพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 8 ตุลาคมว่า ในวันประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ตนเองในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรคและประธานที่ประชุมได้เชิญ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ เป็นอดีตหัวหน้าพรรค และปัจจุบันท่านก็เป็นสมาชิกพรรคและกรรมการในคณะกรรมการชุดอื่นๆ พรรคแต่งตั้งเข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมด้วย โดยได้แจ้งต่อที่ประชุมให้รับทราบแล้ว สำหรับเหตุผลที่เชิญ
พล.ต.ท.วิโรจน์เข้าร่วมในการประชุมคณะกรรมการบริหารก็เพียงเป็นผู้สังเกตการณ์ ไม่ได้ออกความเห็นหรือร่วมมีมติใดๆ เนื่องจากการประชุมครั้งนี้เป็นผลมาจากหัวหน้าพรรคได้ลาออกจากตำแหน่ง และจะต้องมีการประชุมเพื่อกำหนดวันประชุมใหญ่เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นเรื่องใหญ่เป็นที่ติดตามของสังคม ดังนั้น เพื่อให้เห็นว่าการประชุมได้ดำเนินการไปด้วยความโปร่งใส เปิดเผย ตรงไปตรงมา จึงได้เชิญท่านเข้าสังเกตการณ์ในห้องประชุมด้วย โดยเห็นว่าท่านเป็นผู้ใหญ่ของพรรคเป็นอดีตหัวหน้าพรรคจึงได้เชิญนั่งใกล้ๆ ตนซึ่งเป็นประธานการประชุม และในวันนั้นยังมีเจ้าหน้าที่และผู้บริหารพรรคฝ่ายต่างๆ เข้าร่วมประชุมด้วย การประชุมก็ไม่มีวาระพิจารณาเรื่องใดเป็นการลับ มีการเปิดให้สื่อมวลชนเข้าทำข่าวด้วย ซึ่งเป็นวิธีปฏิบัติปกติของการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค
ที่ผ่านมาในการประชุมวาระสำคัญๆ ก็จะเชิญผู้ใหญ่ของพรรคที่มิได้เป็นกรรมการบริหารพรรคเข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุม รวมถึงเชิญสื่อมวลชนเข้าทำข่าว ตนขอยืนยันว่าการดำเนินการประชุมคณะกรรมการบริหารในวันนั้นเป็นไปตามข้อบังคับพรรคทุกอย่าง การเชิญบุคคลใดๆ เข้าร่วมประชุมหรือสังเกตการณ์การประชุม เป็นเรื่องที่ปฏิบัติกันโดยทั่วไป ไม่มีประเด็นใดที่ขัดกับข้อบังคับพรรค อันจะทำให้การประชุมเป็นไปโดยมิชอบตามที่นายเรืองไกรกล่าวอ้าง และก็ไม่มีผลต่อการจัดประชุมใหญ่ที่ผ่านมาแต่อย่างใด
นายชูศักดิ์กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจว่าเหตุใดนายเรืองไกรจึงได้จ้องจะยื่นเรื่องร้องเรียน ส.ส.ของพรรค พท. ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่ของพรรคให้เข้ามาช่วยงานและพรรคก็ไม่มีข้อขัดแย้งใดๆ กับนายเรืองไกรโดยเฉพาะเรื่องนี้ ตนเห็นว่าไม่มีประเด็นจะต้องร้องเรียนด้วย

