วีระ ยื่น ป.ป.ช.ไต่สวนข้อเท็จจริง หัวหน้าคสช. ส่อไม่โปร่งใส-เอื้อประโยชน์ให้ อผศ.

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ได้โพสต์ความเห็นลงเฟซบุ๊ก “Veera Somkwamkid” ระบุว่า

วันศุกร์ที่ 5 ส.ค. เวลา 11.30 น. ผมได้ไปยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ขอให้ไต่สวนข้อเท็จจริง หัวหน้าคสช.และคสช.ในฐานะเป็น ครม. และ ผอ.อผศ. กรณีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และฐานความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ประเด็นหลัก คือ เชื่อว่า คสช.ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ แก่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ทั้งที่ คสช.น่าจะทราบดีว่า อผศ.ไม่มีขีดความสามารถเพียงพอ สำหรับการรับจ้างในการดำเนินงานหลายอย่าง ให้กับหน่วยงานราชการหลายหน่วยงาน ที่สำคัญ มีการกระทำที่เข้าข่ายเอื้อประโยชน์โดยมิชอบต่อ อผศ. เช่นให้สิทธิพิเศษในการรับจ้างพัฒนา งานต่างๆของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐด้วยวิธีพิเศษ ทำไมต้องใช้วิธีพิเศษ ทำไมไม่ทำให้โปร่งใส ทำไมไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตาม ระเบียบว่าด้วยการพ้สดุ ปี พ.ศ. 2535 หลักฐานที่ทำให้น่าเชื่อว่ามีการกระทำความผิด คือ มันมีความจำเป็นเร่งด่วนอะไร ที่ คสช.จะต้องรีบดำเนินการให้กับ อผศ.สามารถรับจ้างด้วยวิธีพิเศษ

หลังผ่านการยึดอำนาจไม่นาน (ภายใน 2 เดือนนับจากวันที่ทำการปฏิวัติ) มีคำถามว่าทำไมต้องรีบเร่งดำเนินการ ให้อผศ.ได้รับสิทธิพิเศษในการรับจ้างงานต่างๆด้วยวิธีพิเศษ กล่าวคือ ในวันที่ 22 พ.ค.57 คสช.ใช้กำลังยึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญ ในวันเดียวกันนั้นเอง คสช.ได้ออกประกาศ คสช.ฉบับที่ 10/2557 เรื่องให้อำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี เป็นอำนาจหน้าที่ของหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ

หลังจากการรัฐประหารเพียง 25 วัน ในวันที่ 15 มิ.ย. 57 ฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อขอสิทธิพิเศษในการรับจ้างพัฒนาหรือก่อสร้างปรับปรุง ฟื้นฟูแหล่งน้ำ งานขุดลอกคูคลอง ลำรางสาธารณะ งานสร้างฝายกั้นน้ำ และงานลอกท่อระบายน้ำ ต่อมา ในวันที่ 1 ก.ค.57 ปลัดกระทรวงการคลัง ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ทำหนังสือตอบกลับไปยัง เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ว่ากระทรวงการคลังเห็นชอบด้วยกับมติของคณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษฯ โดยมีเงื่อนไขประการหนึ่ง คือ ให้ อผศ. ต้องเป็นผู้ดำเนินการเอง โดยมิได้เป็นการประกอบการงาน หรือร่วมการงาน หรือสมทบกับบุคคลอื่นไม่ว่าจะเป็นการค้าหรือการอื่น ต่อมาคสช.ได้ประชุมปรึกษาเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2557 ลงมติรับทราบมติรับทราบ มติคณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษของหน่วยงานและรัฐงิสาหกิจ ในคราวประชุมครั้งที่ 1/2557 เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2556 แต่จากการตรวจสอบได้พบว่า ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2557 องค์การทหารผ่านศึกได้ไปทำสัญญา กับหน่วยงานราชการหลายแห่งในหลายจังหวัด โดยในวันที่ 1 ก.ค.2557 คสช.ยังไม่มีมติในเรื่องนี้แต่อย่างใด แล้ว อผศ.อ้างอิงอำนาจจากก.ม. มาตราใด จึงแอบไปทำสัญญา ล่วงหน้า นับร้อยสัญญาในวันที่ 1 ก.ค.2557 ) นี่คงเป็นเรื่องสำคัญ ที่ กลุ่มที่ร่วมกันกระทำความผิด ต้องการหนีความผิด จึงผลักดันให้เกิดกระแสรับร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะ มาตรา 279 เอาไว้ เพื่อใช้นิรโทษกรรมให้กันตนเอง อ้างว่าเป็นร่างรัฐธรรมนูณฉบับปราบโกง แต่ผมกลับมองว่าน่าจะเป็นร่างรัฐธรรมนูญที่ช่วยคนโกง ไม่ให้ได้รับโทษมากกว่า ยังมีอีกหลายประเด็น โดย ผมจะนำมาเปิดเผยให้ทราบต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เปิดบริการให้ถึงพรุ่งนี้ ชาวบึงกาฬแห่ทำบัตรปชช.ใหม่ เพื่อใช้สิทธิลงประชามติ
บทความถัดไปเด็กตรังเจ๋ง! กวาด 4 รางวัลแข่งขันหุ่นยนต์นานาชาติในฮ่องกง