“แรงงาน” แถลงคืบหน้าแก้ค้ามนุษย์ “ขู่” ปรับ1แสน-ปิดกิจการ นายจ้างไม่จดทะเบียนแรงงาน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล กระทรวงแรงงานแถลงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน โดยนายอารักษ์ พรหมณี อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า รัฐบาลกำหนดมาตรการภาคประมงเพิ่มเติมเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน โดยอนุญาตให้แรงงานต่างด้าวที่ทำงานในกิจการประมงทะเลและกิจการแปรรูปสัตว์น้ำ เปลี่ยนนายจ้างได้ภายในกลุ่มโดยไม่จำกัดจำนวนนายจ้างและจังหวัดที่ทำงาน รวมทั้งอนุญาตให้แรงงานต่างด้าวที่ทำงานในเรือประมงสามารถทำงานในตำแหน่งช่างเครื่องยนต์ในเรื่องประมง โดยไม่ต้องมีหนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพช่างเครื่องยนต์จากกรมเจ้าท่า และในปี 2559 ได้จัดทำโครงการ “เขตปลอดการจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย” เพื่อตรวจสอบปราบปราม จับกุมดำเนินคดีแรงงานต่างด้าว นายจ้าง สถานประกอบการและผู้เกี่ยวข้องอย่างเข้มข้น มีพื้นที่เป้าหมายที่ชัดเจน เช่น พื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ตลาดนัด เป็นต้น ส่วนการบังคับใช้กฎหมายหากพบว่ากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2551 จะดำเนินการความเคร่งครัด และหากว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.การประมง พ.ศ.2558 ซึ่งมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการรับแรงงานเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต ซึ่งโทษสูงสุดปรับหัวละไม่เกิน 1 แสนบาท หากไม่มีใบอนุญาตแรงงานต่างด้าวทั้งแต่ 5 คนขึ้นไป จะถูกสั่งอยู่กิจการ หรือเพิกถอดโรงงาน ดังนั้นจึงควรดำเนินการอย่างถูกต้อง

น.ส.พรรณี ศรียุทธศักดิ์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวว่า ความคืบหน้าในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน รัฐบาลกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม โดยได้พัฒนาปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ เช่น ออกกฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานเกษตรกรรม พ.ศ.2557 กฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานประมงทะเล พ.ศ.2557 ที่มีผลบังคับใช้ 14 มกราคมที่ผ่านมา เมื่อมีกฎหมายแล้วก็ต้องดำเนินการบังคับใช้อย่างเคร่งครัด ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการตรวจสอบคุ้มครองแรงงานมุ่งเน้นสถานที่ประกอบกิจการที่เสี่ยงต่อการใช้งานแรงงานเด็ก แรงงานบังคับและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน กิจการประมงทะเล ผลิตอ้อย ก่อสร้าง กิจการแปรรูปเนื้อไก่ โรงแรมและสถานที่ท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังได้บูรณาการร่วมกับชุดเฉพาะกิจ ศปมผ.ในการตรวจแรงงานในอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำและเรือประมงทะเลนอกน่านน้ำ มีการร่วมปฏิบัติงานที่ศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออก หรือพีไอพีโอ (PIPO) เพื่อให้การดำเนินงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กระทรวงแรงงานดำเนินการเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอด ไม่ใช่เพราะได้รับแรงกดดันจากการได้ใบเหลืองเกี่ยวกับการทำประมงผิดกฎหมาย ซึ่งเมื่อดำเนินการอย่างต่อเนื่องเชื่อว่าจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ซิวโปรแกรมเมอร์บราซิลร่วมอาชญากรข้ามชาติแฮกข้อมูลเหยื่อปลอมพาสปอร์ต-ตราตม.สูญ 30 ล.
บทความถัดไปพระเทพฯเสด็จตรุษจีน’เยาวราช’8ก.พ. ทูลเกล้าฯลิงทองคำ-ปชช.รับเหรียญเห้งเจีย