หน้าแรก การเมือง ‘วรรณพร’ชูหน้...

‘วรรณพร’ชูหน้าที่ สดช. 6 ด้าน ปฏิวัติข้อมูลรัฐ-เกษตรดิจิทัล 5จี

11.10.20 | 13:45 น.
‘วรรณพร’ชูหน้าที่ สดช. 6 ด้าน ปฏิวัติข้อมูลรัฐ-เกษตรดิจิทัล 5จี

‘วรรณพร’ชูหน้าที่ สดช. 6 ด้าน ปฏิวัติข้อมูลรัฐ-เกษตรดิจิทัล 5จี

หมายเหตุมติชนสัมภาษณ์พิเศษ “วรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา” เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) หนึ่งในผู้เสวนาเรื่อง “รัฐ-เอกชนพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล” ในงานสัมมนา “เศรษฐกิจดิจิทัล พลิกฟื้นประเทศ” จัดโดยมติชน วันที่ 21 ตุลาคม 2563 เวลา 08.30-12.00 น. ที่โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก (เพลินจิต)

•บทบาทของ สดช.ต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล

สดช.เป็นหน่วยงานราชการ มีฐานะเป็นกรมหนึ่งภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีอำนาจหน้าที่สำคัญในการจัดทำนโยบายด้านดิจิทัลและขับเคลื่อนการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในทุกมิติที่เกี่ยวข้อง ตาม พ.ร.บ.การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ.2560 ซึ่งเรียกได้ว่า หากเป็นการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริม สนับสนุน ผลักดัน และขับเคลื่อนด้านการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ล้วนถือเป็นหน้าที่ของ สดช.ทั้งสิ้น

โดยการขับเคลื่อนงานของ สดช.ล้วนเป็นไปตามทิศทางของนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาครอบคลุม 6 ด้าน ได้แก่ ด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เศรษฐกิจดิจิทัล สังคมดิจิทัล รัฐบาลดิจิทัล การพัฒนากำลังคนดิจิทัล และความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล

Advertisement

และที่สำคัญภายใน สดช.มีกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือกองทุนดีอี ที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ด้วยการให้ทุนสำหรับการส่งเสริม สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือรัฐ เอกชน และบุคคลทั่วไปในการดำเนินการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงให้ทุนในการอุดหนุนงานวิจัยและพัฒนาในเรื่องที่เกี่ยวกับการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

•แผนงาน สดช.ที่กำลังดำเนินการ

ที่ผ่านมา สดช.ดำเนินการมาหลายโครงการ ขอยกบางตัวอย่างการดำเนินงานที่ผ่านมา เช่น การผลักดันการประกาศใช้นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยได้มีการประกาศใช้เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2562 อีกเรื่องคือการผลักดัน พ.ร.บ.สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2562 เพื่อจัดตั้งสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ที่จะทำหน้าที่ประสาน ให้ข้อเสนอแนะ ส่งเสริม และสนับสนุนการดำเนินการระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ

อีกทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เช่น ให้บริการ Smart Sign On เพื่อให้ประชาชนเข้าใช้บริการ Free Wi-Fi ด้วย Username และ Password เดียวกันได้ทั่วประเทศ และการให้บริการ Wi-Fi แก่ประชาชน นักท่องเที่ยว ณ พื้นที่สาธารณะ พื้นที่ท่องเที่ยว และพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จ.ภูเก็ต เป็นต้น การยกระดับศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน สู่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน การส่งเสริมการพัฒนาต้นแบบหมู่บ้าน/ชุมชนในการทำการค้าแบบ e-commerce ผ่านโครงการ Village E-Commerce โดยกลายเป็นโมเดลที่สามารถนำไปขยายผลในเครือข่ายศูนย์ดิจิทัลชุมชนอื่นๆ ทั่วประเทศ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนกว่า 216 ล้านบาทใน 1 ปี (ข้อมูลปี 2561)

อีกแผนงานคือการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย เพื่อยกอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลให้กับประเทศไทย โดยเป็นที่น่ายินดีที่ สดช.ได้ร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น สภาพัฒน์ สถาบัน TMA ในการยกอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลให้กับประเทศไทยอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ซึ่งจากผลการจัดอันดับของสถาบันการจัดการนานาชาติ (IMD) ประจำปี 2563 พบว่า ประเทศไทยถูกจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของเขตเศรษฐกิจทั่วโลก (IMD World Digital Competitiveness Ranking) ในภาพรวมอยู่ในอันดับที่ 39 จาก 63 ประเทศ ซึ่งดีขึ้นจากปีที่ผ่านมา 1 อันดับ

ส่วนแผนงาน สดช.ที่อยู่ระหว่างการดำเนินงานในขณะนี้ ได้แก่ การพัฒนาคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) เพื่อให้ภาครัฐสามารถบูรณาการและให้บริการข้อมูลข้ามหน่วยงานได้อย่างเป็นระบบ รวดเร็ว ปลอดภัย และควบคุมได้ นำไปสู่การวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ข้อมูลร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณภาครัฐได้มากถึงร้อยละ 30-70 ทั้งในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการประมวลผลมีประสิทธิภาพ เสถียรภาพ และมีความปลอดภัยสูง พร้อมรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลของทุกหน่วยงาน หากการดำเนินการเชื่อมต่อข้อมูลเสร็จสิ้นจะถือว่าเป็นการปฏิวัติระบบข้อมูลภาครัฐ โดยข้อมูลภาครัฐจะมีความเชื่อมโยงกันเป็นศูนย์รวมข้อมูล ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงและเข้าใช้งานข้อมูลได้ตามลำดับชั้นความลับ เกิดการพัฒนาเป็น Data Center นำไปสู่การพัฒนาเป็น Big Data ภาครัฐ และที่สำคัญจะช่วยให้ทุกภาคส่วนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง โดยจะเอื้อให้ภาครัฐเกิดการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น (ปัจจุบันอยู่ระหว่างการโอนย้ายข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐมายัง GDCC)

การนำร่องการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G โดยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และพื้นที่ในการนำร่องเกษตรดิจิทัลด้วยเทคโนโลยี 5G ณ ศูนย์ฝึกอบรมผาหมี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และพื้นที่โครงการร้อยใจรักษ์ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ พร้อมทั้งจะดำเนินงานนำร่อง 5G ด้านการเกษตรจะนำร่องในภาคอื่นๆ ของประเทศไทยต่อไป ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือประชาชนในวงกว้าง เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ในพื้นที่ ลดปัญหาความยากจน สร้างความเท่าเทียม เพิ่มรายได้ และสร้างอาชีพอย่างยั่งยืน

การส่งเสริมและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลผ่านการดำเนินการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และผู้สูงอายุในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล และการพัฒนาศักยภาพผู้ต้องขังให้พร้อมเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งงาน การมีรายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต และสามารถกลับสู่สังคมได้อย่างปกติสุข ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมที่ทั่วถึงและเท่าเทียมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลต่อไป

รวมถึงการผลักดัน (ร่าง) พ.ร.บ.กิจการอวกาศ พ.ศ. … เพื่อให้การดำเนินกิจการอวกาศเป็นไปอย่างครอบคลุม มีการกำกับดูแล แบ่งปันข้อมูล และเรียกดูข้อมูลที่เหมาะสม รวมถึงเป็นการส่งเสริมการพัฒนากิจการอวกาศเชิงพาณิชย์และความมั่นคงปลอดภัย และให้ครอบคลุมถึงการกำกับดูแลสิทธิและผลประโยชน์ของผู้ที่เกี่ยวข้องกับกิจการอวกาศ และการส่งเสริมการเกิดโมเดลธุรกิจใหม่อย่าง Space Economy ต่อไป

•แผนงาน สดช.ที่จะผลักดันในอนาคต

ส่วนใหญ่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน ได้แก่ การพัฒนาคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) ซึ่งเป็นงานการดำเนินการต่อเนื่อง โดยเร่งรัดการโอนย้ายข้อมูลหน่วยงานภาครัฐมายัง GDCC และให้ความสำคัญกับการทำ Platform as a service มากขึ้น เพื่อสนับสนุนการให้บริการภาครัฐ

อีกเรื่องหลักคือการนำร่องการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G ซึ่งเป็นโครงการการผลักดันต่อเนื่องหลังจากที่ประเทศไทยได้ผ่านการประมูลคลื่นเพื่อพัฒนา 5G เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยขณะนี้เริ่มดำเนินการนำร่องเกษตรดิจิทัลในพื้นที่เป้าหมาย พร้อมขยายผลทุกภูมิภาคของประเทศต่อไป พร้อมทั้งกำหนดพื้นที่และแนวทางการนำร่องใน Sector อื่นต่อไป เช่น ในภาคอุตสาหกรรม ภาคท่องเที่ยว ภาคการศึกษา เป็นต้น

อีกโครงการ คือการยกระดับศูนย์ ICT ชุมชนสู่ศูนย์ดิจิทัลชุมชนอีกโครงการที่เราดำเนินการต่อเนื่อง โดยดำเนินการคัดเลือกศูนย์ดิจิทัลชุมชนที่มีศักยภาพและมีความพร้อมเพื่อเข้าสู่กระบวนการยกระดับศูนย์ดิจิทัลชุมชนทางกายภาพ ได้แก่ การปรับสภาพพื้นที่และอุปกรณ์เพื่อให้ทันสมัยและสามารถรองรับการใช้งานของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการค้าขายสินค้าออนไลน์ผ่าน e-commerce ของคนในชุมชน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระดับพื้นที่สู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมต่อไป

ขณะเดียวกันยังมีการติดตามและประเมินผลนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อติดตามและประเมินผลความสำเร็จของการดำเนินงานตามนโยบายและแผนระดับชาติฯ สำหรับการเร่งรัดให้มีการดำเนินการตามนโยบายและแผนดังกล่าวต่อไป รวมถึงการจัดทำนโยบายการอนุญาตให้ดาวเทียมต่างชาติประเภทวงโคจรไม่ประจำที่ (อช.) เพื่อสร้างตลาดการแข่งขันการดำเนินการกิจการดาวเทียมประเภทวงโคจรไม่ประจำที่ เกิดบริการที่หลากหลาย ในราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ และนำไปสู่ธุรกิจรูปแบบใหม่อย่าง Space Economy

•สดช.ทำงานใกล้ชิดกับทุกหน่วยงาน

สดช.มีการดำเนินงานโครงการหรือกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับทุกภาคส่วนอยู่บ่อยครั้ง โดยที่เห็นได้ชัด เช่น สดช.มีช่องทางสื่อสาร การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และร่วมมือกับผู้ประกอบการด้านดิจิทัลโดยตรง ผ่านสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย หรืออย่างการดำเนินโครงการที่มีผลกระทบหรือมีความเกี่ยวข้องในวงกว้าง บ่อยครั้งที่ สดช.จะดำเนินการสัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการจัด Focus Group หรืองานสัมมนากลุ่มย่อย โดยมีการเชิญหน่วยงานที่หลากหลาย ทั้งภาครัฐ เอกชนและบุคคล เช่น การดำเนินโครงการการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับ Disruptive Technology

สำหรับการร่วมมือกับภาครัฐ เอกชนและสังคม เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเพื่อความต่อเนื่องและมีการระบุผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน บ่อยครั้งจะออกมาในรูปแบบของการจัดตั้งคณะทำงาน เช่น การจัดตั้งคณะทำงานส่งเสริมเกษตรดิจิทัล เป็นต้น ซึ่ง สดช.มี Policy Lab ที่มีกระบวนการการออกแบบนโยบายด้วยการให้ความสำคัญกับกลุ่มเป้าหมายในการร่วมกันระบุปัญหา และออกแบบนโยบาย

โดยตอนนี้มีหลายโครงการร่วมกับรัฐ เอกชนและสังคม เช่น การนำร่องการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G โดยในระยะแรกเป็นการดำเนินการนำร่องเกษตรดิจิทัลที่ร่วมดำเนินงานร่วมกันกับทุกภาคส่วน ได้แก่ สดช. สำนักงาน กสทช. มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ CAT Telecom AIS TRUE Huawei ทั้งนี้ จากการติดตาม วิเคราะห์สถานการณ์และผลักดันการยกอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลให้กับประเทศไทย โดยร่วมมือกับสภาพัฒน์ สถาบัน TMA และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการระดมสมองเพื่อหาแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศ

•สดช.นำเทคโนโลยี 5G ไปต่อยอด

สำหรับ 5G อย่างที่กล่าวมาข้างต้น ปัจจุบัน สดช.กำลังเร่งดำเนินการผลักดันการนำร่องการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G ในมิติต่างๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการขับเคลื่อน 5G แห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และ สดช.ก็มีบทบาทในการทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการร่วมกับสำนักงาน กสทช. โดยเบื้องต้นจะมีการนำร่องการใช้ประโยชน์จาก 5G ในมิติเกษตรดิจิทัลที่ได้รับมอบหมายให้ขยายผลให้ครอบคลุมทุกภาคทั่วประเทศ อีกทั้งปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินงานเพื่อนำร่องในมิติสาธารณสุขและมิติภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้ จะค่อยๆ ดำเนินการนำร่องการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G ในมิติต่างๆ ต่อไป ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ