เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 6 สิงหาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) พล.ต.ท.เดชา ชวยบุญชุม ผู้ช่วย ผบ.ตร. และพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. มอบนโยบายการเตรียมความพร้อมในการรักษาความสงบเรียบร้อยการออกเสียงประชามติ
โดยพล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ได้แต่งตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญขึ้น ทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญอันเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลเพื่อให้ประเทศชาติมีประชาธิปไตย โดยการร่างรัฐธรรมนูญดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วอยู่ในขั้นตอนการเสนอร่างให้ประชาชนทั้งประเทศออกเสียงประชามติ มีการกำหนดเวลา ขั้นตอน วิธีการ และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนไปออกเสียงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการออกเสียงประชามติ มีการเปิดศูนย์ไปแล้วเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมอบนโยบายและกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ ดังนี้
“1.สืบสวนหาข่าวภายในพื้นที่รับผิดชอบ จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ในระดับหมู่บ้าน ชุมชนโดยเฝ้าติดตามข้อมูลสถานการณ์การลงประชามติ 2.ประสานกกต.และศูนย์การออกเสียงประชามติ(ทุกระดับ) อย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนข้อมูล ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การปฏิบัติในภาพรวมเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย 3.ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะปฏิบัติหน้าที่ในการออกเสียงประชามติ จัดทำแผนการปฏิบัติแผนเผชิญเหตุ กำชับการวางตัวของเจ้าหน้าที่ให้เหมาะสม และให้การศึกษากฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การปฏิบัติและการบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพครบถ้วน 4. ประชาสัมพันธ์ เชิญชวนประชาชนให้ไปใช้สิทธิ ตลอดจนประชาสัมพันธ์ ข้อห้าม ข้อกฎหมาย ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง และ 5. ระดมกวาดล้างอาชญากรรม โดยเฉพาะการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด การพนัน (โดยเฉพาะการพนันเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ) และยาเสพติดให้โทษ เพื่อป้องกันการกระทำความผิดร้ายแรงหรือความผิดเกี่ยวเนื่อง ในห้วงเวลาการออกเสียงประชามติ” รองผบ.ตร.กล่าว
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวต่อว่า วันลงประชามติ จะใช้กำลังตำรวจกว่า 1 แสนนายในการดูแลรักษาความสงบ มีตำรวจประจำหน่วยดูแลการขนส่งหีบบัตร จนกระทั่งปิดการเลือกตั้ง มั่นใจจะไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรง และเชื่อว่าประชาชนจะออกมาใช้สิทธิจำนวนมาก อย่างไรก็ตามยังคงกังวลและเป็นห่วงสถานการณ์ในพื้นที่ภาคเหนือและ3จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยังมีกลุ่มการเมืองเก่า และกลุ่มคนที่มีความเห็นต่างพยายามบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ แต่ตำรวจได้ออกหมายจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาไว้แล้ว
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวอีกว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯได้กำชับให้ตำรวจนครบาลดูแลความปลอดภัยในคืนหมาหอน สั่งการให้จัดชุดเคลื่อนที่เร็วคอยเฝ้าระวัง โดยเฉพาะพื้นที่เขตมีนบุรีและหนองจอก ที่เป็นพื้นที่สีแดง พื้นที่ของกลุ่มการเมืองขั้วอำนาจเก่า อีกทั้งสั่งการให้ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. เฝ้าระวัง กลุ่มนักการเมือง นักวิชาการ และนักศึกษา ที่ออกมาเคลื่อนไหวในโลกโซเชียล หากพบว่ากระทำความผิด ให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่นางจิราพร ฉายแสง ภรรยาของนายจตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ถูกแจ้งความกรณีให้ที่พักพิงกับผู้ต้องหาที่บิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญนั้น ขณะนี้มีการแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สน.สำราญราษฎร์ ในข้อหาช่วยเหลือผู้ต้องหาในการให้ที่พักพิงแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานข้อมูลกับกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (บช.ภ.5) ในการรวบรวมพยานหลักฐาน คาดว่าวันที่ 8 สิงหาคมจะทราบความชัดเจน
ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย จะเดินทางไปสังเกตการณ์ที่หน่วยออกเสียงประชามติในจังหวัดศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ถือเป็นการแทรกแซง พ.ร.บ.ประชามติหรือไม่นั้น รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ กกต. หากพบว่าเข้าข่ายความผิด จะประสานงานตำรวจดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอีกครั้ง

