บทนำ : นับหนึ่งอปท.

14.10.20 | 13:44 น.

หลังจากมีข่าวว่ารัฐบาลให้จัดเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อปท. เริ่มต้นจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ใน 76 จังหวัด ส่วน อปท.อื่นๆ จะดำเนินการในปี 2564 ปรากฏว่าได้เกิดการเคลื่อนไหวเตรียมพร้อมลงสมัครอย่างคึกคัก ทั้งพรรคการเมืองใหญ่ และกลุ่มการเมืองท้องถิ่น ล่าสุด นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 ต.ค.ว่า ก่อนเข้าวาระการประชุม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงให้ ครม.ทราบถึงการจัดการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ตามที่ ครม.มีมติรับทราบให้จัดการเลือกตั้ง 76 จังหวัด ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รายงานขั้นตอนไปแล้ว พร้อมประเมินค่าใช้จ่ายประมาณ 3,236 ล้านบาท โดย กกต.จะกำหนดวันเลือกตั้งภายในเดือนธันวาคมนี้

นายวิษณุกล่าวด้วยว่า สำหรับการตรวจสอบนายก อบจ.และผู้บริหารท้องถิ่น 16 แห่ง ที่ถูกร้องเรียนตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นั้นได้ดำเนินการยุติเรียบร้อยแล้ว ไม่มีตกค้างให้ตรวจสอบ โดยลงโทษไป 5 แห่ง สอบสวนยุติแล้ว 10 แห่ง และเสียชีวิต 1 แห่ง ทั้งนี้ เมื่อประกาศวันเลือกตั้งแล้ว นายก อบจ.จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที สำหรับผู้ที่ไม่ไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง จะเสียสิทธิใน 2 เรื่องคือ ลงรับสมัคร ส.ส.และ ส.ว.ไม่ได้ภายใน 2 ปี และเป็นรัฐมนตรีและข้าราชการการเมืองไม่ได้ภายใน 2 ปีเช่นกัน

การเลือกตั้ง อปท.ครั้งที่จะเกิดขึ้นนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี โดยภายหลังรัฐประหาร 2557 เกิดการโหมกระแสว่าการเมืองไทยมีการทุจริตทุกระดับ จะต้องมีการปฏิรูปก่อนจะเปิดให้มีการเลือกตั้ง สำหรับ อปท.มีการใช้มาตรา 44 โยกย้าย สอบสวนผู้บริหาร อปท.หลายแห่ง โดยระบุว่ามีการทุจริต ความไม่ชอบมาพากลในการใช้จ่ายเงินงบประมาณ มีการกล่าวอ้างว่า อปท.บางแห่งใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือย โดยเฉพาะนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบางรายนั่งเครื่องบินชั้นธุรกิจไม่พอ ต้องนั่งเฟิร์สต์คลาส ดื่มไวน์ขวดละแสนบาท และอ้างสาเหตุหลักของการทุจริตของผู้บริหาร อปท.บางส่วนว่า เกิดจากต้องลงทุนจำนวนมหาศาลในการเลือกตั้ง ข้อกล่าวหาดังกล่าวสร้างความเสื่อมเสียไม่น้อยในการเลือกตั้ง อปท.ที่จะเกิดขึ้น เป็นโอกาสที่ อปท.ต่างๆ จะได้ชี้แจงทำความเข้าใจ และต้องหาเสียงเลือกตั้งด้วยความโปร่งใสเพื่อลบล้างคำกล่าวอ้างต่างๆ