เดินหน้าชน : ‘ไฟไหม้ฟาง’

14.10.20 | 12:40 น.

แล้วก็เกิดขึ้นอีกจนได้ เหตุการณ์เศร้าสลดอุบัติเหตุรถไฟขนสินค้า ชนรถคณะกฐินจากสมุทรปราการกำลังจะไปทอดที่วัดจังหวัดฉะเชิงเทรา

ทัวร์บุญไปไม่ถึงวัด ถูกรถไฟชนก่อนถึงวัดเพียงแค่ 3 กม. มีผู้เสียชีวิต 18 ราย บาดเจ็บเกือบ 40 คน

เหตุการณ์แบบนี้เกิดซ้ำซาก ปัญหาจุดตัดรถไฟกับถนน เป็นปัญหาที่คุยกันมานาน แต่ก็แก้ไม่ได้ซักที

พอมีเหตุการณ์แบบนี้ เดี๋ยวก็จะมีคนออกมาผลักดันโครงการโน้นโครงการนี้ เพื่อป้องกัน เหมือน
วัวหายล้อมคอก

แล้วก็เงียบหายจ้อยไป เหมือนไฟไหม้ฟาง

Advertisement

เพื่อรอวันให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก แล้วก็จะวนเวียนแบบนี้ต่อไป

สร้างความประหลาดใจว่าทำไมหน่วยงานที่รับผิดชอบ

อย่างกระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาล

ถึงไม่พยายามแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง

ปล่อยให้ประชาชนสังเวยชีวิตครั้งแล้วครั้งเล่า

ราวกับว่ามาตรฐานความปลอดภัยในระบบขนส่งของประเทศนี้มีปัญหา

การมุ่งแต่เรื่องการสร้างทางให้สะดวก ตัดถนนไปในพื้นที่ต่างๆ

สิ่งที่จะต้องให้ความสำคัญอันดับแรกคือความปลอดภัย

ไม่ใช่แค่อ้างว่าจุดตัดที่เกิดเหตุเป็นจุดลักข้าม ยังไม่มีการขึ้นทะเบียน

ก็เลยยังไม่มีการวางระบบความปลอดภัยต่างๆ เช่น ไม้กั้น หรือระบบสัญญาณเตือน

ถ้าคิดแบบนี้ผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้บริหารหน่วยงานที่รับผิดชอบ น่าจะต้องปรับทัศนคติใหม่

จะต้องมองเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ถ้ายังไม่ขึ้นทะเบียนหรือยังไม่มีงบประมาณ

ก็ต้องหาทางทำให้ปลอดภัยให้ได้

งานนี้คงต้องช่วยกันสนับสนุนให้ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แก้ปัญหาเรื่องนี้ให้สำเร็จให้จงได้

เพราะตอนนี้เห็นว่ากำลังให้มีการตรวจจุดผ่านทั่วประเทศว่ามีจำนวนเท่าไหร่ รวมทั้งอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัย

และที่สำคัญขณะนี้กรมการขนส่งทางรางได้ของบประมาณจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) กรมขนส่งทางบก เพื่อศึกษาและดำเนินการติดตั้งทั่วประเทศ

รมว.ศักดิ์สยามไม่ต้องกังวลว่างบประมาณโดนตัด จะทำให้ไม่มีงบทำไม้กั้น

เพราะงบจาก กปถ.ที่ได้จากการประมูลทะเบียนเลขสวย มีรายได้ปีละเป็นพันล้านบาท

อย่างล่าสุดมีแพทย์หญิงประมูลทะเบียน 8 กก 8888 ไปในราคา 28.1 ล้านบาท

เดี๋ยวจะมี 9 กก 9999 ตามมาอีก และยังมีเลขสวยๆ อื่นๆ อีกจำนวนมาก ทยอยเอาออกมาประมูล

สิ่งสำคัญก็คือ รมว.ศักดิ์สยามจะต้องไปกำกับดูแลให้ผู้บริหารจัดการกองทุน กปถ.ให้ใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

เพราะที่ผ่านมายังมีคำถามเกี่ยวกับการใช้เงินกองทุน กปถ.พอสมควรเลยทีเดียว

เชื่อว่างานนี้ รมว.ศักดิ์สยามจากพรรคภูมิใจไทย มีโอกาสจะสร้างผลงานชิ้นสำคัญให้กับประชาชนคนไทยแล้ว

คงไม่ปล่อยให้ปัญหานี้เงียบหายไปเหมือนในอดีต จนกระทั่งเกิดเหตุสลดแบบนี้ขึ้นมาอีก

เรียกว่าไปไม่ถึงไหน วนกลับมาที่เดิม เพิ่มเติมคือรุนแรงกว่าเดิม อีกต่างหาก