ถามว่าเป้าในการส่งคอมมานโดหน่วยปราบจลาจลเข้ารวบ ตัวไผ่ ดาวดิน แอมมี่ บัตต้อมบลูส์ ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย คืออะไร
เด่นชัดยิ่ง คือ การตัดไม้ข่มนาม ต้องการพิทักษ์อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไม่ต้องการให้ม็อบขยายตัวเติบใหญ่
เฉพาะหน้าเป้าหมายนี้บรรลุผลสำเร็จ นั่นก็คือ ขบวนของคณะ ราษฎรอันเดินทางมาจากจังหวัดขอนแก่นก็ปั่นป่วนรวนเรภายหลังจาก ไผ่ ดาวดิน ถูกรวบตัว
เท่านั้นไม่พอแม้กระทั่งเต็นท์ที่ตั้งเพื่อหลบฝนอันโปรยมาตลอดทั้งวันยังถูกตำรวจสน.สำราญราษฎร์ประสานกับกำลังจากเทศกิจเข้ารื้อถอนอย่างฉับพลันทันใด
มองในแง่การยุทธ์ที่เห็นจากตอนบ่ายของวันที่ 13 ตุลาคม ถือได้ว่าแผนนี้ประสบความสำเร็จในระดับที่แน่นอนหนึ่ง สามารถสยบกำลังคณะราษฎรซึ่งมาจากจังหวัดขอนแก่นลงได้
แต่คำถามที่ตามมาก็คือ สามารถสยบอย่างราบคาบ งอก่องอขิงจริงละหรือ
รูปธรรมที่เห็นก็คือได้มีการประกาศรวมพลจากแกนนำ”คณะราษฎร 2563”อย่างฉับพลันทันใดให้ไปรวมตัวกันที่บริเวณหน้าหอศิลป์กทม. มาบุญครองในเวลา 18.00 น.
จากนั้นม็อบขนาดย่อมก็เคลื่อนตัวจากสยามสแควร์ไปปักหลักประท้วง ณ บริเวณหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ความเงียบเชียบอาจบังเกิด ณ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย บนถนนราชดำเนินเป็นการชั่วคราว แต่กลับไปปะทุ ณ บริเวณสยาม สแควร์ และหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติแทน
เหมือนกับสามารถสกัดขัดขวาง ณ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิป ไตยลงได้ แต่ก็ปรากฏขึ้น ณ ที่อื่น และก็เด่นชัดว่า”คณะราษฎร 2563” ยังดำรงความมุ่งหมายเดิมไม่แปรเปลี่ยน
นั่นก็คือ 08.00 น. ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ร่นเวลาเร็วขึ้น
แทนที่จะเป็นการชุมนุมวันที่ 14 ตุลาคม ในเวลา 14.00 กลับเป็นเร็วขึ้นและด้วยอารมณ์ดาลเดือดเข้มข้นมากยิ่งขึ้น
ความต้องการของรัฐบาลในการจัดการกับ ไผ่ ดาวดิน เอมมี่ บัตต้อมบลูส์ ก็อีหรอบเดียวกับที่เคยจับกุม นายอานนท์ นำพา นาย พริษฐ์ ชิวารักษ์ นั้นเอง
เป้าหมายต้องการสกัด ต้องการสยบสถานการณ์
แต่เจตนากับผลก็มิได้ดำเนินไปอย่างเป็นเอกภาพ เข้าลักษณะ รักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่ออย่างที่โบราณเคยสรุปเอาไว้
อาจสยบ อาจสกัด 14 ตุลาคม 2563 ลงได้ แต่สยบแล้วจบหรือไม่ยังคงเป็นคำถาม


