หน้าแรก การเมือง ชวน ลงประชามต...

ชวน ลงประชามติ เห็นใจคนดีไม่พร้อมเลือกตั้ง แต่ย้ำนักการเมืองปกติถ้าไม่ดี4ปีเปลี่ยนได้(คลิป)

7.08.16 | 11:37 น.

“ชวน หลักภัย” เดินทางออกจากบ้านพัก ลงคะแนนร่างรัฐรรมนูญ รับไม่รับร่างไม่ใช่มติพรรค ความคิดอยู่ที่แต่ละคน ยืนยันปัญหาเกิดจากตัวบุคคล ไม่ใช่รัฐธรรมนูญ พร้อมยืนยันพร้อมลงสมัครเลือกตั้งต่อไป

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 7 สิงหาคม นายชวน หลีกภัย อดีตประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางออกจากบ้านพักเลขที่ 183 ถนนวิเศษกุล อ.เมือง จ.ตรัง เพื่อไปใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียง ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับลงประชามติ บริวณหน่วยเลือกตั้งที่60 อาคารเรียนโรงเรียนวัดควนวิเศษ และ นายกิจ หลีกภัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง พี่ชายนายชวน ดินทางมาใช้สิทธิ โดยมี นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ซึ่งไปใช้สิทธิก่อนหน้านี้ที่โรงยิมเนเซี่ยม 4,000ที่นั่ง เทศบาลนครตรัง มาให้การต้อนรับ โดยบรรยาศทั่วไปป็นไปด้วยความเรียบร้อย

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาทีปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์หลังใช้สิทธิว่า การรับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับลงประชามติในวันนี้ ว่าจะรับหรือไม่รับ ต้องถาม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้เป็นมติพรรคแต่เป็นจุดยืนของท่านหัวหน้าพรรคโดยถือหลักว่าทุกคนมาจากพรรคการเมือง โดยผ่านการที่ประชาชนเลือกเข้ามา เพราะฉะนั้นพื้นฐานความคิดอยู่ที่ประชาชน ซึ่งเรามาได้ผ่านการปกครองระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร สิ่งที่เราเห็นว่าถอยหลังไปก็คือการเป็นประชาธิปไตย จึงไม่แปลกที่นักการเมืองจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป แต่ตนก็เข้าใจว่า ไม่มีใครอยากเห็นบ้านเมืองมีความวุ่นวาย เห็นปัญหาขัดแย้งกันมากมาก

“แต่ว่าจริงๆแล้วเหตุที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญๆ ไม่ใช่สาเหตของปัญหา ลองทบทวนไปดูรัฐธรรมนูญปี 2540,2550 ทบทวนดูว่ารัฐธรรมนูญทำให้เกิดปัญหา ไม่มี ปัญหาที่เกิดมาจากพฤติกรรมของคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่คนทั้งหมด นักการเมืองหรือบุคลากรอื่นๆมีสภาพที่เหมือนกันคือทั้งคนดีและคนไม่ได้ ทั้งที่มาจากการเลือกตั้งและแต่งตั้งจะได้คนดีและไม่ดี มาจากเลือกตั้งซื้อเสียง ทุจริตก็ดี และคนที่มาด้วยวิธีชอบธรรมก็มี มาจากแต่งตั้งก็เหมือนกันได้ทั้งคนดีและไม่ดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ“ถ้าเราตระหนักถึงพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บ้านเมืองมีทั้งคนดีและไม่ดี อันนี้เป็นอมตะสัจจะวาจา การที่จะทำให้คนดีปกครองบ้านเมืองจึงควรสนับสุนน” นายชวน กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากวันนี้มีมุมมองดูอนาคตของประเทศไทยอย่างไร นายชวน กล่าวว่า อนาคตก็ต้องดูอนาคต แต่ว่าอย่างน้อยที่สุดตนคิดว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ซึ่งรัฐธรรมนูญเขียนไว้ทุกฉบับ ถ้าอำนาจอธิปไตย เป็นของปวงชนชาวไทย หมายความว่าประชาชนมีสิทธิที่จะตั้งรัฐบาลเลือกผู้แทนราษฎร ซึ่งระบบประชาธิไตยที่แท้จริงต้องมาจากประชาชน แต่ก็เห็นใจคนส่วนหนึ่งที่เป็นคนดีที่มีความสามารถอยากเล่นการเมือง แต่ว่าไม่พร้อมที่จะลงสมัคร เพราะถ้าประวัติมีปัญหาก็จะถูกแฉได้ ซึ่งคนบางส่วนอาจจะเป็นคนดีมีความสามารถ ก็อยากทำงาน แต่คนเหล่านี้ไม่พร้อมที่จะมาจากระบอบเลือกตั้ง ก็สนับสนุนระบอบแต่งตั้ง ก็น่าคิดว่าต้องหาช่องทางให้คนเหล่านี้เข้ามาทำงานได้ แต่ถึงขั้นว่าจะแต่งตั้งทั้งหมดมันก็ไม่เป็นปกติในระบอบประชาธิปไตย จะเหมาว่าทุกคนไม่ดีไม่ได้ เพราะว่าคนที่จะมาเป็นนักการเมืองต้องตัดสินใจในอนาคตัวเอง แต่บางคนอยากเป็นนักการเมือง เพราะต้องการควบคู่ไปกับตำเหน่งอื่นเพราะต้องการเอาหลายอย่าง อันนี้เป็นจุดที่ตั้งของสังเกต เวลาใครวิจารณ์การเมืองไปในทางลบ

“ผมในฐานะนักการเมือง ก็เลือกเส้นทางที่ต่างจากนักการเมืองท่านอื่น เพื่อนผมไปเป็นผู้พิพากษา อัยการ แต่ผมอยากทำงานให้กับประชาชนเป็นตัวแทนประชาชนจึงตัดสินใจลงสมัคร ส.ส. และโชคดีที่ชาวบ้านสนับสนุน จึงอยากให้เข้าใจจุดนี้ อย่างไรก็ตามถ้าเราประสบพบนักการเมืองที่ไม่ดีเราก็มีสิทธิเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา อย่างน้อยไม่เกิน 4ปี”

Advertisement

ต่อข้อถามที่ว่า ประเด็นที่มาของ นายกรัฐมนตรีหากผ่านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีความเห็นอย่างไร นายชวน กล่าวว่า เรื่องนี้ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ฉบับลงมตินี้จะออกมาอย่างไรก็ตามมันก็ต้องมีรัฐธรรมนูญ ถ้าฉบับนี้ผ่านก็ใช้ฉบับนี้ แต่หากไม่ผ่านก็ต้องมีฉบับอื่นเขามา ซึ่ง นายอภิสิทธิ์ บอกว่า หากฉบับนี้ไม่ผ่านก็มีโอกาสทำฉบับอื่นที่ดีกว่านี้ได้ซึ่งนายอภิสิทธิก็ให้ความเห็นไว้ ซึ่งไม่มีใครรู้ว่า

ฉบับต่อไปจะแตกต่างกับฉบับนี้อย่างไร แต่หากถ้าผ่านไปก็จบและใช้บังคับต่อไปต่อข้อถามอีกว่า จากสถานการณ์บ้านเมืองที่ค่อนข้างจะวุ่นวาย ท่านมีความเบื่อหน่ายหนักและอยากจะเลิกเล่นการเมืองหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ตนไม่เบื่อเพราะว่ามันไม่มีอะไรภูมิใจเท่าเรามาจากประชาชนคนเลือก อันนี้ตนเรียนแล้วว่า เป็นความภาคภูมิในสูงสุดของนักการเมืองที่ประชาชนเป็นแสนเลือกเรา ไม่ต้องแลกกับเงินหรืออามิสสินจ้างๆใดๆต่างจากนักการเมือวงที่มีจากการซื้อเสียงโกงมา คนเหล่านี้เมื่อเข้าไปอยู่ในสภาแล้วต้องหาผลประโยชน์ และจะทำในสิ่งที่ไม่ชอบ โดยช่วงหลังที่ศาลใช้ดุลพินิจตัดสินโทษ นักการเมืองก็ดี ข้าราชการก็ดี โดยเด็ดขาดในหลายเรื่อง ทำให้ตนเชื่อมั่นในองค์กรยุติธรรม จะทำให้กำลังใจต่อผู้ที่เคารพกฎหมาย ในอนาคตจึงต้องยึดความผิดความถูกตามกฎหมาย ที่เกิดขึ้นในขณะนี้เพราะไม่ปฎิบัติกฎหมาย รัฐธรรมนูญ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่มีบอกว่าร่างรัฐธรรมูญฉบับนี้ เป็นฉบับปราบโกง นายชวน ให้ความเห็นว่า จริงๆตนก็เคยบรรยายร่วมกันในงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นยุทธวิธีของการให้ยาหอมว่า ถ้าใครไม่รับคนนั้นไม่ปราบโกง แต่ที่จริงรัฐธรรรมนูญกับการปราบโกงคนละเรื่องกัน รัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายที่กำหนดโครงสร้างกฎหมายบ้านเมือง ด้วยการคานอำนาจระหว่างสถาบันหลัก กำหนดรูปแบบการปกครองว่า กระบวนการเป็นอย่างไร อำนาจผู้ที่มาจากประชาชนเลือกเป็นอยงไรในสภามีระบบแต่งตั้งหรือไม่ ถ้ามีจะมีความแตกต่างจากระบบเลือกตั้ง อย่างไรอันนี้คือโครงสร้าง ส่วนการปราบโกงนั้น รัฐธรรมนูญฉบับไหนก็ต้องทำอยู่แล้ว ยกตัวอย่างหากรัฐธรรมนูญฉับนี้ผ่านหากมีการโกงอีกจะทำอย่างไร จึงเป็นเรื่องของการกระทำของบุคคลไม่ใช่มาจากรัฐธรรมนูญ