“จักรทิพย์”นั่งหัวโต๊ะเกาะติดทั่วประเทศ จับตาปชต.ใหม่-ดาวดิน-โซเชียล เคลื่อนไหว มั่นใจคุมได้ 100% พบฉีกบัตร3 ราย

7.08.16 | 11:43 น.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 7 สิงหาคม ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปก.ตร.) ชั้น 20 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน พล.ต.อ.วินัย ทองสอง รองผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการออกเสียงประชามติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ผอ.ศรส.ปต.ตร.) พล.ต.ท.เดชา ชวยบุญชุม ผู้ช่วยผบ.ตร. ในฐานะรองผอ.ศรส.ปต.ตร. คณะที่ปรึกษา(สบ10) ผู้ช่วยผบ.ตร.ตัวแทนผู้รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง ประชุมศรส.ปต.ตร. ติดตามสถานการณ์การออกเสียงประชามติ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเร้นซ์ กับทุกกองบัญชาการทั่วประเทศ


พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวภายหลังประชุมว่า สถานการณ์ก่อนวันออกเสียงประชามติเมื่อคืนวันที่ 6 สิงหาคม ที่ผ่านมา จับกุมผู้กระทำความผิดผู้ที่จำหน่ายสุรา แอกอฮอล์ ในพื้นที่นครบาลทั้งหมด 6 ราย ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัดนั้นพบเป็นบางส่วนประปราย ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนความเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองต่างๆนั้น เท่าที่ได้รับรายงานจาก พล.ต.อ.ศรีวราห์ และกองบัญชาการต่างๆทั่วประเทศ ขณะนี้ยังไม่มีสิ่งบอกเหตุความรุนแรงใดๆ ส่วนใหญ่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสามารถควบคุมได้ ส่วนกรณีที่กลุ่มประชาธิปไตยใหม่ มีการนัดรวมตัวเคลื่อนไหว ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หลังออกเสียงประชามติ นั้น ทางเจ้าหน้าที่จะมีการเฝ้ามอนิเตอร์อย่างเข้มข้น ซึ่งตนได้สั่งการไปหมด พร้อมทั้งให้จับตาทุกกลุ่มเคลื่อนไหว ที่ผ่านมาได้มีการดำเนินคดีกับทุกกลุ่ม หากผิดกฎหมาน อาทิกลุ่มดาวดินที่ออกมาเคลื่อนไหว ที่ จ.ชัยภูมิ โดยกลุ่มต่างๆอยู่ในสายตาของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งจับตาความเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดียด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาพบว่ามีการฉีกบัตรจะมีการพิจารณาอย่างไร พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ได้มอบให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ดำเนินการไปแล้ว 3 ราย ส่วนจะตั้งใจหรือไม่นั้นต้องรอการสืบสวนสอบสวนขยายผลก่อน ว่าไปตามกฎหมาย ฝากเตือนประชาชน ว่าตำรวจบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นการกระทำใดที่สุ่มเสี่ยงอย่าทำ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะพิจารณามีการดำเนินคดีอย่างเข้มข้น อย่าไปกังวลกับการฉีกบัตรขณะนี้เห็นมีเพียงไม่กี่ราย อะไรที่สุ่มเสี่ยงเกี่ยวข้องกับกฎหมายตนก็ดำเนินคดีอยู่แล้ว กกต.มีแนวทางการปฏิบัติอยู่แล้วว่าต้องทำอย่างไร

ผบ.ตร.กล่าวว่า ส่วนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีการก่อความไม่สงบเมื่อคืนนี้ เชื่อว่าไม่กระทบ และไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการออกเสียงประชามติ เพราะเหตุเกิดตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว ไม่ใช่ตอนกลางวัน ซึ่งเป็นการสร้างสถานการณ์ไม่ได้หวังผลต่อชีวิต ส่วนทางด้านการข่าวตามพื้นที่ต่างๆตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมายังไม่มีกลุ่มเห็นต่างออกมาเคลื่อนไหว ตนมั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ในการรักษาความสงบ ซึ่ง พล.ต.อ.พงศพัศ รองผบ.ตร. ดูแลเรื่องความปลอดภัย พล.ต.อ.ศรีวราห์ ดูแลเรื่องประชามติ และความมั่นคง ซึ่งเราไม่ได้ทำแค่วันนี้พรุ่งนี้แต่ทำมาตลอด ทั้งการข่าว การลงพื้นที การชี้แจง และสร้างการรับรู้ต่างๆก็ได้ดำเนินการหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตนได้สั่งการให้ผู้บัญชาการภาคต่างๆ ผู้บังคับการจังหวัด ผู้กำกับการสถานีตำรวจในพื้นที่ดูแลอย่างใกล้ชิด ตนเชื่อว่าการลงประชามติครั้งนี้สามารถดูแลความสงบเรียบร้อยได้100 เปอร์เซ็นต์
ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลกับสถานการณ์หลังผลประชามติออกมา ที่อาจจะมีกลุ่มต่างๆออกมาเคลื่อนไหวหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ไม่กังวลเพราะต่อจากนี้เป็นเรื่องของรัฐบาล ในส่วนของตำรวจดูแลเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ที่ผ่านมาเราดูแลการเลือกตั้งใหญ่ๆ และมีการปรับปรุงการทำงานมาโดยตลอด ฝากถึงกลุ่มเคลื่อนไหวต่างๆที่จะออกมาหลังผลประชามติ เชื่อว่ากลุ่มต่างๆรู้กฎหมายอยู่แล้ว กฎหมายคือกฎหมาย อะไรสุ่มเสี่ยงหรือคาบเกี่ยวอย่าไปเกี่ยวข้อง ตนไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร เพราะตนก็รับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ดูแลเรื่องนี้อย่างเข้มข้นอยู่แล้ว เพราะรัฐบาลมีโรดแมปในการขับเคลื่อนประเทศ ขอให้ประชาชนร่วมมือ ส่วนการพนันการออกเสียงประชามติยังไม่ผู้กระทำผิด

Advertisement

ทั้งนี้ ศรส.ปต.ตร. รายงานสรุปผลการดำเนินการออกเสียงประชามติ ทั่วประเทศ ระหว่าง 11 กรกฎาคม ถึง 6 สิงหาคม 2559 กวาดล้างอาวุธปืนทั้งสิ้น 2,401 กระบอก ระเบิด 27 ลูก กระสุน 17,781 นัด การพนัน 4,345 ราย ผู้ต้องหา 9,559 คน ยาเสพติด 19,171 ราย ผู้ต้องหา 20,354 คน ขณะที่ความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ 44 คดี ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา 19 คดี รวม 63 คดี
ขณะที่ในการประชุมศรส.ปต.ตร. กองบัญชาการต่างๆรายงานสถานการณ์น่าสนใจอาทิ กลุ่มประชาธิปไตยใหม่ มีการนัดแนะกันผ่านเฟซบุ๊ก นัดรวมตัวที่มหาวิทยาลัยธรราศาสตร์ หลังการออกเสียงประชามติ และยังพบมีการฉีกบัตรลงประชามติ ในหน่วยออกเสียงประชามติประชาอุทิศ 72 ท้องที่สน.ทุ่งครุ โดยนายพิพัฒน์ แพสุวรรณลักษณ์ อายุ 69 ปี ฉีกบัตรออกเสียงประชามติเป็น 2 ส่วน สอบถามเบื้องต้นทราบว่า เข้าใจผิดว่าต้องแยกส่วนระหว่างลงประชามติร่างรธน.กับคำถามพ่วง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ กกต.ประจำหน่วย พิจารณาว่าเป็นความเข้าใจผิด ไม่มีเจตนาฉีกทำลาย เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหน่วยจึงนำตัวไปลงบันทึกประจำวัน เช่นเดียวกับ ท้องที่ สภ. สวนพริกไทย จ.ปทุมธานี เมื่อเวลา 08.15 น.นางยุรี วันเพ็ญ อายุ 67 ปี ฉีกบัตรลักษณะเดียวกัน เบื้องต้นก็เป็นความเข้าใจผิดนำตัวไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.สวนพริกไทยเช่นกัน และยังพบการฉีกบัตรอีกที่ หน่วยลงประชามติที่ 101 วัดศรีเอี่ยม ท้องที่สน.บางนา เบื้องต้นเป็นนางมลฤดี อ่ำสกุล อายุ 54 ปี ลักษณะเข้าใจผิด โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ สั่งการให้ตำรวจหารือกกต.ว่าจะดำเนินคดีหรือไม่

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า การพิจารณาว่าการฉีกบัตรผิดกฎหมายหรือไม่ เป็นดุลพินิจของกกต. ที่ต้องร้องทุกข์กับตำรวจ ทั้งนี้ส่วนตัวมองว่าหากผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด หากไม่ดำเนินคดี เจ้าหน้าที่อาจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ นอกจากนี้กรณีที่พบความเคลื่อนไหวที่อาจส่งนัยยะการเมือง สั่งการให้ตรวจสอบหาข่าวอย่างเข้มข้น ขณะที่กรณีที่มีการปักป้ายข้อความหมิ่นเหม่ต่อการบิดเบือนประชามติให้พิจารณาดำเนินคดีในประเด็นการจ่ายภาษีป้ายด้วย ยืนยันว่าทุกกรณีบังคับใช้กฎหมาย100เปอร์เซ็นต์ดำเนินคดีทุกข้อหา