หน้าแรก การเมือง กลุ่มอดีตนักก...

กลุ่มอดีตนักการเมือง-ทหาร-ขรก.-นักวิชาการ ร่วมแสดงจุดยืน เสนอ 3 ข้อแก้ปัญหา

18.10.20 | 11:57 น.

กลุ่มอดีตนักการเมือง-ทหาร-ขรก.-นักวิชาการ ร่วมแสดงจุดยืน เสนอ 3 ข้อแก้ปัญหา ให้ ‘บิ๊กตู่’ เสียสละลาออก-มี สสร.ร่างรธน.ใหม่ – ปล่อยนร.-นศ. ที่ถูกจับกุม

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาระบุว่า ขอแจ้งความคืบหน้าและแก้ไขข่าวเกี่ยวกับรายชื่อประชาชนที่เสนอ 3 ข้อ คือ หนึ่ง ให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออก สอง มี ส.ส.ร.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และ สาม ปล่อยนักเรียนนักศึกษาที่ถูกจับกุม โดยประการแรก ไม่มี พล.อ.สายหยุด เกิดผล ในรายชื่อดังกล่าว เนื่องจากการประสานงานที่ตัวแทนท่านมาประชุมและสื่อสารว่าท่านเห็นด้วย แต่เมื่อภายหลังท่านให้ความเห็นว่า เห็นด้วยแต่ไม่ขอลงชื่อเนื่องจากอายุมากแล้ว จึงขออนุญาตนำชื่อของท่านออก ประการที่สอง ขณะนี้ มีผู้ร่วมรายชื่อเข้ามามาก เป็น 157 คนแล้ว โดยผ่านการประสานงานจากฝ่ายต่างๆที่แบ่งกันไปทำหน้าที่ จะพยายามอัพเดทไปเรื่อยๆ แม้ว่าจะมีการประกาศปิดแล้วก็ตาม และประการที่สามบ่ายวันนี้ จะมีการประชุมกลุ่มผู้ริเริ่มความคิด เพื่อดำเนินการให้ได้ผลในขั้นต่อไป


นายสมชัย ระบุต่อว่า ความห่วงใยประเทศ และข้อเรียกร้องต่อผู้มีอำนาจการชุมนุมของประชาชนในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาได้สะท้อนให้เห็นว่า ความรู้สึกไม่พอใจต่อคณะผู้ปกครองประเทศที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ขยายตัวและมีแนวโน้มที่รุนแรงจริงจังมากขึ้น ไม่ว่ารัฐบาลจะใช้กลไกรัฐ มาตรการ หรือ พรก.สถานการณ์ฉุกเฉินในระดับร้ายแรง การจับกุมแกนนำ หรือ ใช้วิธีการทางกฎหมายใดๆก็ไม่สามารถห้ามปรามการแสดงออกถึงความไม่พอใจของประชาชนได้ ยิ่งการใช้กำลังรุนแรงเพื่อสลายการชุมนุมในคืนวันที่ 16 ตุลาคม 2563 ไม่เป็นไปตามหลักสากลของสหประชาชาติ ที่ต้องแยกแยะระหว่างการชุมนุมที่ผิดกฎหมายและการชุมนุมที่ไม่มีความรุนแรง แต่รัฐกลับเลือกใช้วิธีการจัดการสลายฝูงชนโดยใช้น้ำฉีดผสมสารเคมี และกองกำลัง ราวกับการจัดการจลาจลทั้งที่เป็นการชุมนุมโดยสงบ ไม่มีอาวุธ ไม่มีการเข้าทำลายสถานที่ หรือก่ออันตรายต่อชีวิตทรัพย์สิน และกลุ่มผู้ชุมนุมยังประกอบด้วยเด็ก เยาวชน นักเรียน สตรี จำนวนมาก ถือเป็นการขาดความชอบธรรมในการปกครองประเทศ

นายสมชัย ระบุอีกว่า สาเหตุที่สำคัญที่นำไปสู่การชุมนุม คือ ความไม่พอใจต่อการบริหารประเทศที่ล้มเหลวทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง ตลอดจนการเห็นว่ารัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสำคัญนั้นถูกสร้างขึ้นอย่างไม่เป็นกลาง เจตนาเพื่อการสืบทอดอำนาจในคณะพวกของตัวเอง และ การชุมนุมของประชาชน นักเรียน และนักศึกษากลับถูกคุกคาม จับกุมคุมขังอย่างไม่เป็นธรรม เพื่อให้เกิดการแก้ไขที่ตรงกับสาเหตุ คณะประชาชนที่ประกอบด้วยอดีตนักการเมือง นักการทหาร อดีตข้าราชการระดับสูง นักวิชาการ นักธุรกิจ มีความห่วงใยต่อสถานการณ์บ้านเมืองและขอแสดงจุดยืนเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีต่อประเทศ 3 ข้อดังนี้

ข้อที่ 1 ถึงเวลาแล้วที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องเสียสละตนเอง ด้วยการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อให้บ้านเมืองเดินต่อไปได้ เพราะท่านเป็นศูนย์กลางของความขัดแย้งรังแต่จะนำไปสู่การบานปลายของสถานการณ์ที่ไม่พึงปรารถนา การลาออกนั้นเพื่อให้รัฐสภาได้ใช้กลไกในรัฐสภาลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญ โดยขอให้สมาชิกวุฒิสภาลงคะแนนอย่างเป็นอิสระ หรืองดออกเสียง แต่หากไม่มีผู้ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่เหมาะสม ก็สามารถใช้วรรคสองของมาตรา 272 เลือกบุคคลที่อยู่ภายนอกบัญชีรายชื่อ ด้วยคะแนนเสียง 2 ใน 3 ของรัฐสภาได้

Advertisement

ข้อที่ 2 คณะผู้บริหารใหม่ จะอยู่ในวาระเพียงแค่เวลาที่เหลือของรัฐสภาชุดปัจจุบัน โดยมีภารกิจหลัก คือ การส่งเสริมให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญของประชาชนทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในเวลาไม่นาน และหากร่างรัฐธรรมนูญเสร็จและผ่านการลงประชามติจากประชาชนแล้ว ให้มีการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ ส่วนการคงอยู่หรือเปลี่ยนแปลงองค์กรอิสระต่าง ๆ รวมทั้งศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญใหม่

ข้อที่ 3 รัฐบาลต้องปล่อยตัวนักเรียน นักศึกษาและประชาชนที่ถูกจับกุมจากการชุมนุมในช่วงที่ผ่านมาอย่างไม่มีเงื่อนไข หากจะมีการดำเนินคดีต้องเลือกกรณีที่เป็นความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง ไม่ใช่คดีมโนสาเร่ และไม่เลือกปฏิบัติเพื่อให้เกิดความรู้สึกว่า รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายที่เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ในขณะเดียวกันหากสามารถใช้หลักรัฐศาสต ร์นำหลักนิติศาสตร์ตามสถานการณ์โดยเน้นความสงบของบ้านเมืองเป็นหลัก