‘ม.ต้น’ สุดอัดอั้น ถูกครูวิ่งไล่ หลังติดโปสเตอร์ปมการเมือง หนีไม่ทัน โดนสวดในห้องปกครอง

22.10.20 | 17:40 น.

‘ม.ต้น’ สุดอัดอั้น ถูกครูวิ่งไล่ หลังติดโปสเตอร์ปมการเมือง หนีไม่ทัน โดนสวดในห้องปกครอง

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม เวลาประมาณ 16.00 น. บรรยากาศบริเวณหน้า สน.หัวหมาก ซึ่งมีการเข้าแจ้งความกรณีนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงได้รับบาดเจ็บ จากกรณีบุคคลในกลุ่มเสื้อเหลืองเข้าปะทะในการชุมนุมภายในมหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมากวานนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีนักศึกษา ประชาชนผลัดกันปราศรัยในประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. นักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เกือบ 10 ราย รวมตัวผลัดกันกล่าวถึงประเด็นกาารถูกคุกคามจากครูในโรงเรียน รวมถึงเหตุการณ์ชุลมุนภายในมหาวิทยาลัยรามคำแหง

นักเรียนหญิงรายหนึ่งกล่าวว่า ตนถูกครูในโรงเรียนคุกคามจากการ ‘ผูกโบขาว’ ทั้งโดนตำหนิและขู่หักคะแนน ตนมองว่าการแสดงออกเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่สามารถกระทำได้ หากครูคิดว่านักเรียนทำสิ่งที่ไม่เหมาะสม เพียงตักเตือนพอประมาณก็พอแล้ว ครูมีสิทธิอะไรมากมายขนาดนั้น แม้กระทั่งตนใส่เสื้อกันหนาว ครูก็บอกว่า ใส่มาทำไม

นักเรียนอีกรายกล่าวว่า โรงเรียนของตนมีทั้งสลิ่มและไม่ใช่สลิ่ม พวกตนตั้งกลุ่มทำกิจกรรม ติดโปสเตอร์หน้าประตูโรงเรียน โดนครูวิ่งไล่ตาม หนีไม่ทัน เลยต้องเข้าห้องปกครอง 2 ชั่วโมง จะเรียกพบผู้ปกครอง แต่ตนไม่ยอม สุดท้ายทำโทษด้วยการเก็บขยะ พอขึ้นห้องเรียน โดนเช็กชื่อว่าไม่เข้าห้องเรียน ทั้งที้ ตนถูกเรียกตัวอยู่ในห้องปกครอง

Advertisement

ในขณะที่นักเรียนอีกรายเล่าถึงเหตุการณ์ปะทะระหว่างการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงวานนี้ โดยกล่าวว่า มีช่วงที่ตนตะโกนให้ตำรวจช่วย แต่ตำรวจไม่ช่วย เอาแต่ยืนเก๊ก

จากนั้น นักศึกษาหญิงมหาวิทยาลัยรามคำแหง เล่าเหตุการณ์บางช่วงของการชุมนุมวานนี้เช่นกัน โดยเล่าว่า นอกจากมีการทุ่มลำโพงใส่นักศึกษาแล้ว ยังมีความพยายามนำสายไฟรัดคอด้วย ในฐานะรุ่นพี่ และศิษย์ปัจจุบันของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ตนรับไม่ได้จริงๆ

ต่อมา มีการอ่านบทกวี และผลัดกันเล่าประสบการณ์การถูกคุกคามโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากนั้น นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ชั้นปีที่ 3 ไม่ระบุชื่อมหาวิทยาลัย กล่าวเรียกร้องให้มีการปฏิรูปตำรวจ ขจัดระบบอุปถัมภ์ โดยมีการยกกรณีศึกษาต่างประเทศมาเปรียบเทียบ