สภาฯแบ่งเวลา 4 ฝ่าย ถกทางออกปท. ฝ่ายค้านลั่น อาจไม่ร่วม ชี้เนื้อหาญัตติรบ.ส่อขัดข้อบังคับ

สภาฯ แบ่งเวลา 4 ฝ่าย ถกหาทางออกประเทศ ฝ่ายค้าน ลั่น อาจไม่ร่วมประชุม ชี้เนื้อหาในญัตติรบ.ส่อขัดข้อบังคับ

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานประชุม 4 ฝ่าย ประกอบด้วย คณะรัฐมนตรี (ครม.) ส.ส.รัฐบาล ส.ส.ฝ่ายค้าน และส.ว. เพื่อกำหนดประเด็น และกรอบเวลาในการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ วันที่ 26-27 ตุลาคมเพื่อหาทางออกให้ประเทศจากสถานการณ์ชุมนุมของประชาชน เพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ภายหลังการประชุม นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมการสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แถลงว่า ได้แบ่งการกรอบเวลาอภิปรายเป็น 4 กลุ่ม รวม 23 ชั่วโมง ได้แก่ ฝ่ายค้านได้ 8 ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาล ส.ว.และครม.ได้ฝ่ายละ 5 ชั่วโมง และแบ่งเวลาให้ประธานรัฐสภาอีก 1-2 ชั่วโมง การประชุมในวันที่ 26 ตุลาคม เริ่มเวลา 09:30 -22:00 น. ส่วนวันที่สองจะอภิปรายต่อจนครบเวลาที่เหลืออยู่ หวังว่า ในญัตติของรัฐบาลที่เสนอให้เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญครั้งนี้จะเป็นทางออกทำให้สถานการณ์คลี่คลายลงบ้าง

ด้าน นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ฝ่ายค้านเห็นเนื้อหาในญัตติที่ฝ่ายรัฐบาลขอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญแล้ว กังวลว่า จะขัดข้อบังคับการประชุมหรือไม่ หากจะมีการพูดถึงเรื่องสถาบัน และการประชุมครั้งนี้ จะตอบสนองความคาดหวังของสังคมในการหาทางออกให้ประเทศได้จริงหรือไม่ ถ้าพิจารณาแล้วไม่ใช่ทางออก ฝ่ายค้านอาจจะพิจารณาทบทวนไม่เข้าร่วมการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ หรือถ้าจะเข้าร่วมประชุมจะเป็นในลักษณะใด เพราะประเทศไทยไม่เคยมีญัตติในลักษณะนี้มาก่อน โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านจะหารือกันในวันที่ 22 ตุลาคม เพื่อหาข้อสรุปในเรื่องดังกล่าว แต่ฝ่ายค้านจะพยายามทำงานร่วมกับรัฐบาล และส.ว. เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสังคมให้มากที่สุด

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ในญัตติขอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญของรัฐบาลมีการอ้างอิงถึงเรื่องขบวนเสด็จ ในวันที่ 14 ตุลาคม รวมถึงข้อเรียกร้องต่างๆของนักศึกษา 3 ข้อ เมื่อมีการกล่าวถึงข้อเท็จ จริงเหล่านี้ ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้อยากให้ใช้รัฐสภาเป็นตัวอย่างในการอภิปรายเรื่องเหล่านี้อย่างมีวุฒิภาวะ ผู้อภิปรายต้องอภิปรายภายใต้กรอบกฎหมายอย่างเหมาะสม

ด้าน นายสมชาย แสวงการ ส.ว. กล่าวว่า มองว่า การเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญครั้งนี้แม้จะไม่ใช่ทางออกทั้งหมด แต่เป็นจุดเริ่มต้นการนำปัญหากลับเข้ามาในสภา เพื่อนำไปแก้ไข เช่น เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนการอภิปรายเรื่องสถาบันนั้น หากจะอภิปรายต้องพูดอย่างมีวุฒิภาวะ ใครพูดอะไรต้องรับผิดชอบคำพูดของตัวเอง และรับผิดชอบหากสิ่งที่พูดไปทำให้เกิดความวุ่นวายในประเทศ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon