‘มายด์’ เผย ‘อั๋ว’ ถูก ตร.ตาม ชี้ถ้ารัฐบาลอยากถอย ‘ปล่อยนักสู้เพื่อ ปชต.’ คือก้าวแรก
เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ภาคีนิรนามมีการจัดกิจกรรม “นอนแคมป์ไม่นอนคุก” เพื่อกดดันเรียกร้องให้มีการปล่อยบุคคลที่ถูกจับกุมตัวไว้ในเรือนจำ 7 ราย หลังจากมีการปล่อยนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน แล้วเมื่อเวลาประมาณ 16.45 น. โดยมีการผลัดกันปราศรัยบนรถเครื่องเสียงซึ่งจอดขวางถนนหน้าประตูเรือนจำ
ในวลาประมาณ 17.50 น. มีประชาชนทยอยเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง โดยนั่งจับจองที่บนผิวการจราจรจนกระทั่งมีการปิดเส้นทางจราจรฝั่งหน้าเรือนจำ ในขณะที่อีกฝั่งยังใช้งานตามปกติ
เวลาประมาณ 18.00 น. หลังมีการร้องเพลงชาติ ชู 3 นิ้ว นางสาวภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ กลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งได้รับการปล่อยตัววานนี้ ขึ้นปราศรัยว่า คืนนี้ ใครใคร่นอน นอนยาวๆ ไป จนกว่าเพื่อนเราจะถูกปล่อยตัว พวกเขาถูกกระทำเยี่ยงอาชญากร ล่าสุด เมื่อสักครู่ทราบว่าอั๋ว จุฑาทิพย์ ถูกตำรวจตาม พฤติกรรมเจ้าหน้าที่หลายครั้งไม่เหมาะสมมาก หากอยากทำตามกฎหมาย หากมีหมายจับ ทำไมไม่จับตอนกลางวัน ในที่สาธารณะอย่างจริงใจ บริสุทธิ์ใจ อย่าไปดักจับ แอบจับ แบบที่เคยทำกับตน
นางสาวภัสราวลีกล่าวว่า ตนได้ทราบว่า นางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง ในชุดนักโทษถูกตัดผมสั้น ย้อมผมดำ คิดภาพแล้วหดหู่มาก ทำไมสิ่งเหล่านี้เกิดกับนักสู้เพื่อประชาธิปไตย กับคนหวังดีต่อประเทศ ทำไมทำกับเขาเยี่ยงอาชญากร บันทึกของนายอานนท์ นำภา ตนอ่านแล้วพบว่ามีแต่ห่วงสถานการณ์ข้างนอก ห่วงว่าพี่น้องประชาชนเป็นอย่างไร ไม่เคยพูดถึงตัวเองว่าจะได้ออกมาเมื่อไหร่
“ถ้ารัฐบาลฟังอยู่ขอให้สำนึก ขอให้รู้ว่านี่คือการกระทำที่ไม่ฉลาด หากรู้ว่าสิ่งที่ทำไปนั้นผิด ให้รีบปล่อยเพื่อนเราก่อนสายไปกว่านี้ ถ้าปล่อยจึงจะถือว่าเป็นการถอยคนละก้าว การยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรงไม่ใช่การถอย” นางสาวภัสราวลีกล่าว และว่า การที่เรามาลงถนนวันนี้ เพราะรัฐบาลบีบให้ต้องทำ ขอยืนยัน พล.อ.ประยุทธ์ และองคาพยพต้องออกไป และแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากใครกล้ารัฐประหารวันไหนเขาต้องขนลุกกับพลังอำนาจของประชาชน”

ทั้งนี้ กลุ่มภาคีนิรนาม ผู้จัดกิจกรรมยังเผยแถลงการณ์ ดังนี้
นับตั้งแค่ 13 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่จับกุมเพื่อนๆ ของเราหลายคนจากการชุมนุมโดยสงบ บางคนถูกจับกุมในยามวิกาล หรือบางคนถูกจับกุมโดยไร้หมายเรียก ทำให้ในขณะนี้ยังคงมีเพื่อนหลายคนของเราอยู่ในเรือนจำ
ฉะนั้น ภาคีนิรนามจึงมองเห็นว่าการที่ทุกคนออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยและความเป็นธรรมในสังคม จึงถือว่าเพื่อนเราเป็นนักสู้ ไม่ใช่นักโทษ เพื่อนเราจึงไม่ควรถูกขังและจำกัดอิสรภาพจากกระบวนการอยุติธรรมที่มันเกิดขึ้น
ดังนั้น เราจึงต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลทำตามข้อเรียกร้องของภาคีนิรนาม และทำตามประชาชนผู้ที่ไม่อดทนกับรัฐเผด็จการ ดังต่อไปนี้
1.ปล่อยตัวเพื่อนเราโดยไม่มีเงื่อนไข ที่สำคัญคือนักสู้ไม่ควรอยู่ในคุก
2.ยุติการคุกคามประชาชน หยุดการใช้กฎหมายปิดปาก และการคุกคามทุกรูปแบบ ทั้งนี้ ต้องยกเลิกการดำเนินคดีกับแกนนำและผู้ชุมนุมที่ผ่านมาด้วย
3.ประยุทธ์ต้องลาออกภายในวันที่ 24 ตุลาคม 2563
4.เปิดทางให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามร่างที่ประชาชนเสนอ ต้องปิดสวิตช์ ส.ว.
สุดท้ายนี้ เราจะปักหลักรอเสียงตอบรับข้อเรียกร้องของเราจากรัฐที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ขอเชิญคนคิดถึงเพื่อนทั่วฟ้าเมืองไทยและประชาชนที่ไม่อดทนต่อเผด็จการ เข้าร่วมปักหลักพร้อมกับเรียกร้องให้รัฐส่งเพื่อนของเรากลับคืนมา และส่งแรงผลักดัน 5 ข้อเรียกร้องที่เรามุ่งหวังกัน ตั้งแต่เวลา 16.00 น.ของวันที่ 23 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป
เพื่อนไม่ออก เราไม่กลับ ! เพื่อนไม่ออก เราไม่กลับ ! เพื่อนไม่ออก เราไม่กลับ !

