กวี นักคิด นักเขียน ผนึกหน้าเรือนจำ อ่าน ‘คำประกาศ’ ส่งกำลังใจผู้ต้องขัง จี้ ‘ประยุทธ์’ ลาออก

กวี นักคิด นักเขียน ผนึกหน้าเรือนจำ อ่าน ‘คำประกาศ’ ส่งกำลังใจผู้ต้องขัง จี้ ‘ประยุทธ์’ ลาออก เลิกหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความเกลียดชัง

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ที่เรือนจำพิเศษ กรุงเทพมหานคร เขตบางเขน เวลาประมาณ 11.00 น. กลุ่มนักคิด นักเขียน สื่อมวลชนอาวุโส ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ เรียกร้อยให้ปล่อยตัวผู้ต้องขังจากการชุมนุมทางการเมือง โดยมีนายสุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ เป็นตัวแทนอ่าน ‘คำประกาศ’ เนื้อหาส่วนหนึ่งดังนี้

เราคือเพื่อนกัน
ความหวัง และ ความห่วงใย

การมาในวันนี้ของพวกเรา – ในฐานะกวี นักเขียน ศิลปิน บรรณาธิการ และคนทำงานสื่อ พวกเรามาเพื่อจะบอกกับ เพื่อนเรา ที่ถูกคุกคาม และถูกจับกุมอย่างไม่เป็นธรรม จนต้องเสียอิสรภาพว่า พวกเขาไม่ได้โดดเดี่ยว พวกเราเพื่อมาเป็นกำลังใจ และแบ่งรับความเจ็บปวดร่วมกัน

พวกเรามาเพื่อยืนยันในเจตจำนงเสรี และจิตสำนึกที่ต้องการบอกว่า สิ่งที่พวกเขาต่อสู้เรียกร้องนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ชอบธรรม และชัดเจน ทั้งนี้เพื่อเปล่งเสียงให้ปรากฏ เพื่อร่วมกันหาทางออกให้กับปัญหาของบ้านเมือง และเพื่อนำประเทศออกจากวิกฤตเชิงโครงสร้างอันเนื่องมาจากฐานอำนาจแบบเผด็จการ

เรามาร่วมกัน ณ ที่นี้ เพื่อบอกกล่าวและเป็นประจักษ์พยานว่าข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม นักเรียน นักศึกษา และประชาชนหลากรุ่นหลายวัย ชัดเจนตกผลึก และชอบธรรม ข้อเรียกร้องดังกล่าวคือ

1. เราขอให้รัฐหยุดการคุกคามประชาชนในทุกรูปแบบในทันที ให้พวกเขาได้รับสิทธิการประกันตัว และต่อสู้ไปตามครรลองของกฎหมายที่เป็นธรรม รัฐจะต้องไม่ใช้กฎหมายล้นเกินจับกุมผู้เห็นต่างที่มาแสดงออกอย่างสงบ ปราศจากอาวุธ และการหยุดคุกคามประชาชนนั้นให้รวมไปถึงการไมาทำ ”รัฐประหาร” ที่จะพาประเทศถอยกลับไปสู่ทางตันอย่างไม่รู้จบ

2. เรามาเพื่อยืนยันว่า บัดนี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา คือสารตั้งต้นของปัญหา ใช้ตัวเองและพวกพ้องเป็นศูนย์บัญชาการของการสืบทอดอำนาจ …. การบริหารอำนาจแบบรวมศูนย์ของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และองคาพยพ ได้ทำให้ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม ที่แต่เดิมนั้นต้องการ ยุบสภา ก็ได้สั่งสมความไม่พอใจจนกลายมาเป็นในปัจจุบัน คือ พลเอกประยุทธ จันทรโอชา ที่เป็นแกนกลางของตัวปัญหานั้น ต้อง ลาออก เท่านั้น แล้วให้กลไกของรัฐสภาทำหน้าที่ต่อ เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี “เฉพาะกิจ” ก่อนยุบสภา คือการตั้ง สสร. ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และเพื่อยุบเลิก “วุฒิสมาชิก” ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง

ไม่ว่าจะต่างกันทางความคิดในรายละเอียด หรือทางสถานะทางชนชั้นแบบใด เราก็ต้องเข้าใจกันและอยู่ร่วมกันบนกติกาที่เท่าเทียม แสวงหา “วิธี” ที่จะสร้างให้เกิด “วิถี” แห่งความปกติทางการเมือง

เราในฐานะกวี นักเขียน ศิลปิน บรรณาธิการ และคนทำงานสื่ออิสระในพื้นฐานต่างๆ เราเชื่อในพลังบริสุทธิ์ของนักเรียน นักศึกษา และประชาชน ที่ “ลงถนน” ด้วยความสงบ และปราศจากอาวุธ เพื่อขอให้ท่านลาออก และหยุดการคุกคาม พวกเขาทั้งหลายมา “ชูสามนิ้ว” เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของคำว่า เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ ของการเห็นคนเท่ากันในเชิงโครงสร้าง และต่างยังเชื่อมั่นในสันติวิธี ในเหตุผล ในความง่าย ในความงาม และในความจริงใจ

พวกเขาเชื่อว่าความยุติธรรมและความปกติทางการเมือง ยังคงเป็นไปได้ในสังคมนี้ และดังนั้น พวกเขาจึงขอแล้วขออีกให้ท่านหยุดข่มขู่คุกคาม ให้พวกเขาใช้สิทธิตามกระบวนการของกฎหมายที่เป็นธรรม พวกเขาไม่ได้ขอมากเกินไปเลย

จงปล่อยเพื่อนเรา โดยไม่มีเงื่อนไข หยุดข่มขู่คุกคาม หยุดให้ร้ายทำลายความหวังและความปรารถนาของราษฎรที่ต้องการเห็นประเทศก้าวพ้นไปกับดักแห่งความพินาศ พลเอกประยุทธ์ต้องถอยก้าวแรกของท่าน โดยการลาออก

มีแต่ทางนี้เท่านั้นที่ประเทศจะพ้นไปจากกับดักแห่งอำนาจ
อย่าหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความเกลียดชังให้เพิ่มขึ้นอีกเลย
นี่เป็นความห่วงใย และความกังวล ที่พวกเราทุกคน – ไม่ว่าจะมีความเห็นทางการเมืองต่างกันอย่างไร เราต่างต้องอยู่ร่วมบนผืนแผ่นดินเดียวกันต่อไป

หยุดทำร้ายราษฎร หยุดทำลายอนาคต อย่าทำให้อนาคต, ไม่มีอนาคต

จากนั้นเป็นการอ่านบทกวีโดยนักเขียนหลายราย อาทิ กฤช เหลือลมัย, รอนฝัน ตะวันเศร้า รณกร โรจน์รัตนดำรงค์ และ วาด รวี เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการอ่านคำประกาศดังกล่าวมีคนในแวดวงวรรณกรรมและสื่อมวลชนอาวุโสเข้าร่วมจำนวนมาก อาทิ นางนิธินันท์ ยอแสงรัตน์ อดีตบรรณาธิการอาวุโส, นาย
วชิระ บัวสนธ์ บรรณาธิการสำนักพิมพ์สามัญชน , นายอธิคม คุณาวุฒิ บรรณาธิการ Way Magazine , นายวิภาส ศรีทอง นักเขียนรางวัล ซีไรต์ ปี 2555 จากผลงาน “คนแคระ”, นายอุทิศ เหมะมูล นักเขียนรางวัลซีไรต์ ปี 2552 จากผลงาน “ลับแล แก่งคอย” เป็นต้น โดยทั้งหมดได้ร่วมกันชู 3 นิ้วหน้าป้ายเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ฯ รวมถึงนายวรัญชัย โชคชนะ อดีตผู้สมัครผู้ว่า กทม. อีกด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ปิยบุตร’ งง เจอหมายเรียกม.116 ถามตร.เรียนกฎหมายอาญามาเล่มเดียวกันหรือไม่?
บทความถัดไป“สุทิน”เผยยังไม่ได้ยินเรื่องยึดอำนาจ แต่ฝากคิดทำรอบนี้ไม่เหมือนเดิม ชี้ยังมีทางออก