‘อาชีวะปกป้องสถาบัน’ ประกาศจับมือ ‘บิณฑ์’ ขับเคลื่อนกิจกรรมแสดงความจงรักภักดี
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ที่เตาปูนแมนชั่น แขวงเขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร กลุ่ม ‘อาชีวะปกป้องสถาบัน’ รวมตัวจัดแถลงข่าว โดยมีการผูกผ้าพันคอและติดปลอกแขนสีเหลืองเป็นสัญลักษณ์
นายฐากูร นวลแก้ว ตัวแทนจากกลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบัน เป็นตัวแทนในการอ่านแถลงการณ์ มีเนื้อหาสังเขปว่า จากเหตุการณ์ที่มีกลุ่มผู้ประท้วงได้ออกมาทำกิกรรม โดยมีการรวมตัวเพื่อเสนอข้อเรียกร้องตามสถานที่ต่างๆ ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทำให้สถานการณ์ในปัจุบันถือว่าเกิดวิกฤตเกี่ยวกับความมั่นคงภายในประเทศ โดยเป็นที่ทราบกันดีว่าได้มีกลุ่มคนทั้งในและนอกประเทศที่ไม่หวังดี แทรกตัวเข้ามาด้วยการให้ข้อมูล และการชี้แนะเยาวชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ให้ข้อมูลในเชิงลบ บิดเบือน แฝงการยุยงปลุกปั่น เป็นขบวนการ เพื่อให้เกิดการแตกแยกของคนไทยกันเอง โดยหลักจะเจาะเข้าทางกลุ่มนิสิต นักศึกษา และผู้ที่กำลังจะบรรลุนิติภาวะ ผ่านสื่อโซเชียล กระทำการเผยแพร่ และส่งต่อข้อมูลกันในวงกว้างซึ่งการเข้าถึงรวดเร็วง่ายดาย กระทำอย่างต่อเนื่องนั้นการปลูกฝั่งซ้ำๆ เป็นกลยุทธ์หลักให้คนกลุ่มนี้ บรรลุการชักนำ เพื่อความสัมฤทธิ์ผลของผู้ไม่หวังดีนั่นเอง ทั้งนี้ จากการปลุกปั่นค้นข้อมูลถือเป็นการสร้างความสั่นคลอนต่อรัฐบาลในการบริหารประเทศ
กลุ่มศิษย์เก่าอาชีวะปกป้องสถาบัน จึงไม่สามารถนิ่งเฉยต่อการกระทำ และพฤติกรมดังกล่าวได้อีกต่อไป จึงขอแสดงจุดยืนดังนี้
1.กลุ่มศิษย์เก่าอาชีวะปกป้องสถาบันจะดำรงไว้ซึ่งระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
2.กลุ่มศิษย์เก่าอาชีวะปกป้องสถาบัน มาจากการรวมตัวของศิษย์เก่าที่เคยผ่านการการศึกษามาจากสถาบันอาชีวะ แต่เรามีที่ยึดเหนี่ยวร่วมกันภายใต้ธงไตรรงค์คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยเรารวมได้มากกว่า 30 แห่งแล้ว และเนื่องจากเราเป็นศิษย์เก่าจากอาชีวะ สถานศึกษาที่เราร่ำเรียนมาในปัจจุบันจึงไม่เกี่ขวข้องการแถลงข่าวนี้
3.ขอให้ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง จงหยุดการกระทำ ก้าวล่วงบิดเบือนข้อมูลต่อสถาบัน การยุยงปลุกปั่นเพื่อนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงประเทศ การยุยงทำให้ประชาชนแตกแยก
4.การแสดงออกของประชาชน ถือป็นสิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุม การจัดกิจกรรมใดๆ ถือป็นสิทธิของบุคคล ทางกลุ่มจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวและขัดขวาง แต่ต้องไม่ก้าวล่วง และมี
พฤติกรรมที่หมื่นต่อสถาบัน ย้ำ “ต้องไม่จาบจ้วงสถาบันโดยเด็ดขาด”
5.แนวทางการขับเคลื่อนของกลุ่ม เราจะยึดแนวสันติ ไม่ทำร้ายประชาชน ยกเว้นผู้ที่จาบจ้วง หรือเพื่อป้องกันตัวเองและปกป้องประชาชนที่จงรักภักดี เราพร้อมจะปกป้องสถาบัน โดยถวายความจงรักภักดีจนถึงที่สุด
6.กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบันจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง และการทำงานของรัฐบาล
7.เราจะเข้ามีกิจกรรมแรกร่วมกับคุณบิณฑ์ บรรลือฤทธ์ เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบัน ในวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามเวลา 16.00 น. กิจกรรมอื่นหลังจากนั้นเราได้มีมติในการจัดเวที แสดงความจงรักภักดีโดยรูปแบบการแสดงดนตรีจากศิลปินปกป้องสถาบัน สลับการพูดของบุคคลร่วมอุดมการณ์เดียวกับทางกลุ่ม กำหนดวัน เวลา สถานที่ โปรดติดตาม

จึงขอเรียกร้องให้นักศึกษากลุ่มอาชีวะของพระราชา ออกมายืนเคียงข้างประชาชนทั้งศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบันและขอเชิญชวนผู้ที่จงรักภักดีต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ พร้อมกันออกมาร่วมกันแสดงจุดยืนเพื่อปกป้องราชบัลลังก์ให้อยู่คู่แผ่นดินนี้สืบไป
หลังจากแถลงการณ์เสร็จ ตัวแทนจากกลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบันได้กล่าวต่อว่า สำหรับกิจกรรมวันที่ 1 พ.ย. ที่จะมีร่วมกับบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ จะร่วมกันที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยพวกตนนัดกับโรงแรมรอยัลรัตนโกสินทร์ แนวทางการเคลื่อนไหวต่อจากนี้ก็ช่วยกันดูเรื่องของการจาบจ้วงและช่วยกันดูแล สอดส่อง ตอนนี้มีอยู่ 2 ฝ่าย ในส่วนของการปกป้องมีค่อนข้างอยู่ อาชีวะจะเข้าไปดูไม่ให้มีการกระทบกระทั่งกัน ในการทำกิจกรรมในเชิงให้ความรู้ สำหรับนักศึกษาที่อาจได้ความรู้ไม่ครบถ้วน
ในส่วนของตนบอกชัดเจนว่าไม่ต้องการสร้างความรุนแรง ที่ผ่านมามีการเสียเลือดเสียเนื้อ อาชีวะคุยกัน เป็นเรื่องการเจรจามากกว่า หาจุดลงร่วมกัน อย่างที่บอกว่ามีศิษย์เก่าเข้าไปสอดส่อง ควบคุม ไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่ง และป้องกันไม่ใช้ความรุนแรง 100% หากรู้ว่าผู้ที่ชุมนุมจะไปร่วมชุมนุมที่ไหน จะบอกกลุ่มคนปกป้องสถาบันให้เลี่ยงสถานที่ส่วนนั้นเพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน
คนเห็นต่างออกมาแสดงสัญลักษณ์เราจะไม่ทำอะไรในส่วนของการป้องกันตัว ในแถลงการข้อที่ 5 มีการกล่าวป้องกันด้วย อาจจะทำให้เข้าใจผิดได้หรือเปล่า คำว่าป้องกันด้วยคนที่ถูกกระทำเขาไม่ได้กระทำความผิดก็ต้องมีการป้องกันตัว ถ้ามีใครทำสัญลักษณ์อะไรเราก็จะไม่ทำอะไรเขา เพราะจุดหลักของเราคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
ศิษย์เก่าอาชีวะกล่าวว่า เราจบอาชีวะมาพัฒนาประเทศชาติ เราเคารพความคิดของทุกคน สำหรับการมองว่ากลุ่มอาชีวะเป็นพวกใช้ความรุนแรงเป็นเพียงการมองด้านเดียว กลุ่มคนที่จบจากอาชีวะก็เป็นคนมีสติปัญญา มีความสำเร็จในการทำงาน และเคารพความคิดเห็นของคนที่ออกมาแสดงเชิงสัญลักษณ์ ไม่ว่าจะแสดงความคิดเห็นอย่างไรก็ตาม แต่ขออย่างเดียวคืออย่าจาบจ้วง เพราะประเทศไทยเรามีสถาบันที่เข้มแข็ง ยืนยันว่าพวกตนไม่ใช่กลุ่มการเมือง
จากนั้น มีการตะโกนว่า ทรงพระเจริญ พร้อมกันก่อนที่นายฐากูรจะประกาศว่า หากมีกลุ่ทนักเรียนอาชีวะที่สนใจจะเข้ามาร่วมกับพวกตนก็ยินดี เพราะคือศิษย์เก่าพระวิษณุด้วยกัน แต่หากใครจะไปร่วมชุมนุมก็ไม่ห้ามแต่อยากให้คิดไตร่ตรองและพิจารณาให้ดี

