‘จตุพร’รับ’พ่ายแพ้’ชี้เป็นสงครามไร้โอกาสชนะ ทำตามคำพูด ไม่ลงสมัครเลือกตั้งแน่นอน

8.08.16 | 13:18 น.
ภาพจากแฟ้ม-นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช.

“จตุพร” ลั่น ไม่ลงเลือกตั้งรอบใหม่แน่นอน ชี้ความสุขไม่ได้อยู่ที่การเป็น ส.ส. แต่อยู่ที่การร่วมต่อสู้เพื่อ ปชต. บอกขอให้ “มีชัย” จับตาดูด้วยว่า รธน.จะสร้างวิกฤตให้ ปท.

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกล ว่า เมื่อผลประชามติออกมาเป็นความพ่ายแพ้ของฝ่ายเห็นต่างแล้ว พวกตนยอมรับการตัดสินใจของประชาชน แต่จะไม่อยู่กับความเสียใจนานนัก ต้องลุกขึ้นมาต่อสู้กันใหม่ ตนเห็นว่าเมื่อผลลัพธ์ออกมาชัดเจนแล้ว จึงต้องทำตามที่พูดไว้ชัดเจนเช่นกันว่าจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งใหม่นี้แน่นอน เพราะความสุขของตนไม่ได้อยู่ที่การเป็น ส.ส. แต่อยู่ที่การร่วมต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยกับประชาชน ดังนั้น ฝ่ายเห็นต่างย่อมเสียใจและล้มลงได้ แต่ควรลุกขึ้นให้เร็ว ส่วนการร้องเรียนทุจริตประชามตินั้น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดเวลาไว้ภายใน 16.00 น. ของวันนี้เท่านั้น

นายจตุพรกล่าวว่า เป็นธรรมดากับความพ่ายแพ้กับการต่อสู้ในสงครามที่ไม่มีโอกาสชนะเลย จึงต้องยอมรับผลประชามติแบบคณิตศาสตร์ สิ่งสำคัญนั้น อยู่ที่จะลุกขึ้นเพื่อนำพาขบวนการประชาธิปไตยนี้อย่างไร ซึ่งเป็นความลำบาก จึงต้องสู้เพื่อความหวังประชาธิปไตยและจะไม่ยอมสิ้นหวัง แนวโน้มในอนาคตนั้น พรรคการเมืองควรประกาศว่า จะเอานายกรัฐมนตรีคนในหรือคนนอก จึงต้องประกาศออกมาให้ชัดเจนก่อนเลือกตั้ง และต้องจับตาดูว่ารัฐธรรมนูญจะสร้างวิกฤตให้ประเทศ ดังนั้น นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ควรเฝ้าดูด้วย รวมทั้ง เมื่อรัฐธรรมนูญผ่านแล้ว รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ควรปล่อยตัวผู้ต้องหา ซึ่งเกี่ยวข้องการแสดงความเห็นต่างที่ถูกย่ำยี พวกเขาต้องได้รับอิสรภาพ

“ส่วนการต่อสู้ของพวกผมยังดำเนินไปเป็นปกติ แม้ร่างกายจะทรุด อ่อนล้าระทวยก็ตาม แต่ลมหายใจยังไม่แพ้ ใครหยามเหยียดก็ต้องทน หากถูกตามมากระทืบอีกคงต้องสู้ และถ้าให้เกิดความเป็นธรรมแล้ว ควรต่อสู้ด้วยกติกาที่เท่ากัน หรือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ตั้งพรรคทหารลงเลือกตั้งกันหรือไม่ ทั้งนี้ การแพ้ครั้งนี้ เป็นเพียงยกแรกเท่านั้น ยังเหลืออีกหลายยก แต่เนื้อหารัฐธรรมนูญตนก็ยังเชื่อว่า จะเกิดวิกฤตให้กับประเทศในอนาคต ซึ่งพวกตนพูดมาตลอดนั้น คงไม่ผิด หากนายมีชัยไม่รีบไปไหนเสียก่อน คงมีโอกาสได้เห็นวิกฤตของบ้านเมืองที่รออยู่เบื้องหน้า” นายจตุพรกล่าว