“ถาวร” ชี้ผลประชามติเป็นชัยชนะของประชาชน เหตุชาวบ้านปฏิรูปตัวเองแล้ว พรรคการเมืองชี้นำไม่ได้ ยัน กปปส.-ปชป.ยังเหนียวแน่น เคารพผู้ใหญ่ในพรรคเหมือนเดิม แนะพรรคถอดบทเรียนไม่ใช่คิดแต่ ลต. ลั่น กปปส.จับตา กรธ.ร่างกฎหมายลูก 4 ฉบับ-แผนปฏิรูป
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงผลคะแนนประชามติ ว่า การลงคะแนนครั้งนี้ไม่ถือเป็นชัยชนะของพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองใดกลุ่มการเมืองหนึ่ง แต่เป็นชัยชนะของประชาชนเสียงเงียบผู้ที่ขาดโอกาสได้แสดงทรรศนะผ่านสื่อ ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มที่มีผลทำให้ประชามติผ่าน สำหรับผลการนับคะแนนในภาคใต้นั้น แสดงให้เห็นว่าคนไทยได้ปฏิรูปตัวเองแล้ว มีแต่นักการเมืองและข้าราชการบางคนที่ยังไม่ปฏิรูป ซึ่งประชาชนได้ปฏิรูปตัวเองตั้งแต่มีโรงเรียนการเมืองหรือแลกเปลี่ยนความเห็นท่ามกลางบรรยากาศข้างถนน เป็นระยะ 204 วัน นั่นคือการชุมนุมของมวลมหาประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องภาคใต้ที่เข้าร่วมชุมนุมจำนวนมากเขาได้ปฏิรูปตัวเองไปแล้ว อย่างไรก็ตาม นักการเมืองต้องนำไปวิเคราะห์และถอดบทเรียนว่านักการเมืองไม่สามารถที่จะสั่งประชาชนได้แล้ว ถ้าประชาชนไม่เห็นด้วยก็สั่งไม่ได้ ประชาชนเขาเป็นตัวของตัวเอง
นายถาวรกล่าวต่อว่า ส่วนความสัมพันธ์ระหว่าง กปปส.และพรรค ปชป.ยังเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน การที่ กปปส.ไม่ได้ลงคะแนนเสียงตามที่หัวหน้าพรรคตัดสินใจทั้งที่ กปปส.ยังสังกัดประชาธิปัตย์อยู่ เป็นเพราะเหตุว่าเป็นความคิดส่วนตัวของหัวหน้าพรรค แม้จะอ้างอุดมการณ์ของพรรคก็ตาม เมื่อไม่ได้เป็นมติพรรค การตัดสินใจของหัวหน้าพรรคจึงไม่ใช่กฎเหล็กที่ต้องอยู่ในกรอบนั้น และใครก็แล้วแต่ที่หวังดีว่า กปปส.จะแตกกับประชาธิปัตย์ ขอให้สบายใจได้ว่าเรายังคงเหนียวแน่น มีความเป็นประชาธิปัตย์เหมือนเดิม กปปส.ยังคงเคารพนับถือผู้ใหญ่ในพรรคเหมือนเดิม แม้ความเห็นของเราจะแตกต่างกับผู้ใหญ่ในพรรคก็ตาม ถือเป็นเรื่องการให้เกียรติในการที่จะแสดงความคิดเห็น อย่างไรก็ตาม พรรค ปชป.ก็ต้องถอดบทเรียนว่าอุดมการณ์ประชาธิปไตยนั้นต้องโปร่งใส ไม่ใช่คิดแต่การเลือกตั้งทุกตำแหน่ง
นายถาวรกล่าวต่อว่า สำหรับการมี ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้ง และมี ส.ว.โดยตำแหน่ง 6 ตำแหน่งนั้น มวลมหาประชาชนยังมีนกหวีดเป็นอาวุธ เมื่อเราพูดถึงเรื่องการทุจริตของยุคต่อไป หรือคิดว่าตัวเองเป็นเสียงข้างมากมี ส.ว.ในมือ 250 เสียงแล้ว บทเรียนของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็มีให้เห็นว่าแม้จะมีเสียงข้างมากเท่าไหร่ก็ไม่สามารถเอาชนะเจ้าของอำนาจได้ เพราะฉะนั้น กปปส.จะจับตามองนับแต่การร่างกฎหมายลูก 4 ฉบับ และแผนปฏิรูป ดังนั้นสิ่งที่อยากฝากไว้คือต้องเปิดใจกว้าง รับฟังความเห็นของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะของพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง หรือแม้แต่ความเห็นของสื่อ คสช.ได้อำนาจอย่างน้อย 4-8 ปีไปแล้ว จะเรียกว่าสืบทอดอำนาจก็ไม่ผิด แต่ กปปส.เห็นว่าเสียงข้างมากที่ได้ไปนั้นอย่าใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ขอให้รับฟังเสียงข้างน้อยด้วย เพื่อให้การปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยได้เซตและได้ปรับปรุง แล้วหันมาทบทวนตัวเอง

