ยอมใจ! นร.เวียงป่าเป้า โดนกดดัน สั่งห้าม หลบมาชุมนุมในป่าช้า แต่ ตร. ยังตาม บุกถามที่อยู่เด็ก
เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Rodjaraeg Wattana” ระบุว่า “หลังจากถูกกดดันถูกสั่งห้ามสารพัด #ราษฎรเวียงป่าเป้า ย้ายมาชุมนุมในป่าช้าซะเลย แต่กระนั้นตำรวจก็ยังตามเข้ามาคุกคามถามที่อยู่เด็กๆ นักเรียน นี่นับถือน้องๆมาก ไม่ท้อไม่ถอยยอมเผชิญกับความเสี่ยงเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของตัวเอง #เวียงป่าเป้าบ่เอาเผด็จการ”
นอกจากนี้ ยังได้โพสต์ข้อความอีกว่า “ปกติการจัดชมนุมเรียกร้องเพื่อประชาธิปไตยจะจัดในตัวจังหวัดกันเป็นหลัก คนต่างอำเภอไปร่วมลำบาก กลุ่มราษฎรเวียงป่าเป้าที่สมาชิกหลักเป็นนักเรียนมัธยมปลายจึงอยากจัดชุมนุมในพื้นที่ตนเอง นัดหมายและเตรียมการกันเสร็จสรรพที่จะจัดชุมนุมกันในเย็นวันนี้บริเวณตลาดแลงแม่ขะจาน แต่โดนสั่งห้ามและกดดันทั้งจากครู/ผู้บริหารโรงเรียน, ตำรวจและเจ้าหน้าที่รัฐอื่นๆ นักเรียนบางคนโดนพ่อแม่ห้ามไม่ให้เข้าร่วม
น้องนักเรียนชายบอกว่ายังไงก็ยืนยันจะจัดให้ได้ แต่ต้องเปลี่ยนสถานที่ — ให้กำลังใจทีมงานทุกคนขอให้ได้มีพื้นที่ในการแสดงออก อำเภอเล็กๆ ก็ควรมีสิทธิในการชุมนุม #เวียงป่าเป้าบ่เอาเผด็จการ”
โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มราษฎรเวียงป่าเป้า ได้เปลี่ยนเป็นลานวัดหลวงราษฎร์เจริญ ตำบลแม่เจดีย์ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เนื่องจาก เจ้าของสถานที่เดิมไม่อนุญาตให้มีการจัดกิจกรรม มีมวลชนเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน ประมาณ 40 คน (ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักเรียน ร.ร.เวียงป่าเป้า, ร.ร.แม่เจดีย์วิทยาคม)
กิจกรรม เป็นการร่วมเขียนข้อความ ที่แสดงออกถึงความรู้สึก อาทิ หยุดคุกคามประชาชน, รัฐบาลเผด็จการ, รัฐธนนมนูญ ปี 60, ฮาบ่าเอาคิง เป็นต้น และทำกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการชู 3 นิ้ว เพื่อทำการบันทึกภาพร่วม ก่อนที่จะมีการกระจายออกไปตาม แพลตฟอร์มสื่อโซเชียลมีเดีย ต่อไป
สำหรับการปราศรัย มีสาระสำคัญ อาทิ เรื่องระบบการเรียน ระเบียบและข้อบังคับของไทยยังเจริญเท่าทันโลกทำให้เกิดความเลื่อมล้ำทางการศึกษา ทั้งการแต่งกายและทรงผม เรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการปรับปรุงเพื่อความทัดเทียมกัน ,เรื่องการปิดกั้นห้าม นักเรียนบางส่วนเข้าร่วมการชุมนุม ซึ่งเป็นการลิดรอนสิทธิ
โดยหนึ่งในผู้จัดชุมนุม ปราศรัยขอโทษผู้มาร่วมกิจกรรมที่ต้องย้ายสถานที่จัด เพราะเจ้าของสถานที่ไม่ยอม จากนั้นกล่าวโจมตีการบริหารของรัฐบาลที่ไม่เหมาะสม เช่นระบบการคมนาคมที่ไม่ค่อยพัฒนาแต่ได้งบประมาณจำนวนมาก ระบบการศึกษาที่ไม่เท่าเทียม, โจมตีรัฐธรรมนูญที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเช่นการชุมนุมที่ กทม.มีการจับกุมแกนนำ และบางโรงเรียนห้าม นักเรียนเข้าร่วมการชุมนุม เรื่องความเสมอภาพทางเพศ การเกณฑ์ทหารเป็นการบังคับ, กล่าวโจมตีรัฐธรรมนูญ กรณีการเลือก สว.250 คนที่ไม่ได้มาจากระบบประชาธิปไตย เป็นต้น และยังกล่าวขอบคุณผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ, จนท.ตร.ที่มาดูแลความปลอดภัย และร่วมกันกล่าวคำว่า เผด็จการจงพินาประชาราษฎร์จงเจริญ จำนวน 3 ครั้ง ก่อนประกาศยุติกิจกรรม



ทั้งนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Rodjaraeg Wattana หรือ รจเรข วัฒนพาณิชย์ คือผู้ก่อตั้งร่วม ร้านหนังสือ ‘Book Re: Public’ และเป็นผู้ก่อตั้งร่วมองค์กรการสร้างความตื่นรู้เพื่อส่งเสริมประชาธิปไตย หรือ โครงการ Cafe Democracy ซึ่งเป็นองค์กรที่อุทิศเพื่อการสร้างความตื่นรู้ทางการเมือง ความเข้มแข็งของพลเมืองและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางความคิดอย่างเสรี
นอกจากนี้ ยังเคยเป็นผู้ที่ได้รับคัดเลือกจากกระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกาให้ได้รับรางวัล International Women of Courage หรือรางวัล “ผู้หญิงกล้าหาญ” เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับสตรีจากทั่วโลก ผู้แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและความเป็นผู้นำในด้านการปกป้องสิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียมทางเพศ และสนับสนุนให้เกิดความก้าวหน้าทางสังคม โดยไม่เกรงกลัวภัยอันตรายที่ตามมา และถือเป็นผู้หญิงไทยคนแรกที่ได้รับรางวัล จากสตรีกว่าหนึ่งร้อยคนจาก 60 ประเทศทั่วโลกที่เคยได้รับรางวัลมาแล้ว

