‘อนุชา’ เผย มส.กำลังพิจารณาโทษ ‘พระสงฆ์’ ร่วมม็อบ ชี้ถ้าผิดอาญาไม่มีข้อยกเว้นให้ใคร

‘อนุชา’ เผย มส.กำลังพิจารณาโทษ ‘พระสงฆ์’ ร่วมม็อบ ชี้ถ้าผิดอาญาไม่มีข้อยกเว้นให้ใคร

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 11 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีพระสงฆ์และเณรไปร่วมชุมนุมทางการเมืองในช่วงการชุมนุมที่ผ่านมาว่า ทางมหาเถรสมาคม (มส.) ได้มีการหยิบยกประเด็นนี้มาหารือกันอย่างเร่งด่วน และทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ก็ได้ติดตาม สอบถามกับทางพนักงานสอบสวนว่ามีพระสงฆ์ที่เป็นพระจริงหรือไม่ ก็ต้องมีการตรวจสอบว่ามีการผิดวินัยสงฆ์หรือไม่ อย่างไร ก็ต้องดำเนินการกันตามครรลองของสงฆ์

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามกฎระเบียบแล้วพระสงฆ์ไม่สามารถไปร่วมชุมนุมทางการเมืองได้ใช่หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ใช่ ไปร่วมชุมนุมทางการเมืองไม่ได้อยู่แล้ว และถือเป็นมติของมหาเถรสมาคมแต่เดิม ที่ทราบกันอยู่แล้วว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และจริงๆ แล้วเราก็ไม่อยากให้ศาสนาของพวกเราที่เป็นเสาหลักไปยุ่งเกี่ยวกับด้านการเมือง ไม่ว่าจะเป็นฝั่งไหนและประชาชนก็คงไม่อยากเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นในสังคมของเรา

เมื่อถามว่า ในส่วนของรัฐมนตรีที่กำกับดูแลพศ. ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า ได้บอกให้ พศ.ไปดูเรื่องนี้และดำเนินการร่วมกับมหาเถรสมาคมเพื่อดำเนินการให้พระสงฆ์อยู่ในระเบียบวินัยของสงฆ์

เมื่อถามว่า ปกติมีบทบลงโทษพระสงฆ์ที่กระทำผิดระเบียบวินัยของสงฆ์หรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า ตามวินัยสงฆ์ก็คือต้องให้เจ้าอาวาสหรือผู้ปกครองคณะสงฆ์ทำการตรวจสอบว่าผิดวินัยสงฆ์หรือไม่ ถ้าผิดก็คงต้องมีการว่ากล่าวตักเตือน หรือกรณีที่เจ้าอาวาสว่ากล่าวตักเตือนแล้วยังไม่เชื่อ ก็อาจจะมีมาตรการดำเนินการกัน แต่ตนไม่อยากลงรายละเอียด ส่วนโทษจะถึงขนาดต้องสึกจากความเป็นพระสงฆ์หรือไม่นั้น ถ้าเขาไม่ปฏิบัติตามก็ต้องดำเนินการ

“เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนเป็นเรื่องของศาสนา ผมคิดว่าให้ทางสงฆ์ดำเนินการในส่วนนี้ดีกว่า ทั้งนี้การดำเนินการ จะใช้บรรทัดฐานเดียวกันทั้งหมดกับพระสงฆ์ที่ไปชุมนุมกับกลุ่มเสื้อเหลืองหรือกลุ่มอื่นๆ ด้วย”

เมื่อถามว่า การที่พระสงฆ์ไปชูสามนิ้วเป็นเรื่องไม่สมควรใช่หรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า เป็นเรื่องของทางคณะสงฆ์ว่าจะพิจารณาอย่างไร ตนคงไม่สามารถไปชี้นำหรือไปบอกได้ว่าใครผิดหรือถูก เมื่อถามว่า หากมีการกระทำผิดทางอาญาจะดำเนินการอย่างไร นายอนุชากล่าวว่า ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ เรื่องกฎหมาย ไม่มีข้อยกเว้นให้กับผู้หนึ่งผู้ใด ยกเว้นที่มีกฎหมายบรรญัติไว้เฉพาะให้ยกเว้นเท่านั้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘สุริยะ’ อุ้มธุรกิจสู้วิกฤตโควิด-19 ครม.เว้นค่าธรรมเนียมจดทะเบียนเครื่องจักร1ปี
บทความถัดไปสนุกแน่! ฟาลเคสการ์ดยันแนวรุกออล สตาร์ พร้อมทดสอบแข้งช้างศึก