“ผบ.เรือนจำ” ยันไม่มีตร.นอกเครื่องแบบทำร้ายร่างกาย “ไมค์-เพนกวิน” เผยตรวจร่างกายตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้ายหลังเข้าเรือนจำ
เมื่อเวลา 13.00น. วันที่ 12 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา มีการประชุมของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เป็นประธาน โดยได้เชิญพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา บัญชาการตำรวจนครบาล และนายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เข้าชี้ในกรณีเหตุการณ์ควบคุมตัว 3 แกนนำกลุ่มราษฎร คือ นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวินจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และน.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง จากทัณฑสถานหญิงกลาง มายังสน.ประชาชื่น แล้วถูกทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 30 ต.ค.63
นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กล่าวชี้แจงว่าในวันที่มีการปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังทั้งสามคน เจ้าหน้าที่ที่ดูแลประตูสองแจ้งว่าไม่ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบทำร้ายร่างกายทั้งสองคนแต่อย่างไร ในวันนั้นทางพ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมหวล ผู้กำกับสน.ประชาชื่นได้ใส่เครื่องแบบมารับตัวทั้งสองคนด้วยตัวเอง แต่ทั้งคู่ขัดขวางและไม่ยอมขึ้นรถ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่สุดท้ายก็ต้องขึ้นรถไป อย่างไรก็ตามทางเรือนจำได้มีการตรวจร่างกายของผู้ต้องขังตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรือนจำ และตรวจวันต่อวันอยู่แล้วจึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องตรวจร่างกายในวันสุดท้ายของการปล่อยตัว


ซึ่งหลังจากที่มีการปล่อยตัวออกจากเรือนจำแล้วและมีคดีหนึ่งมารอจับอีกตรงนี้อยู่นอกขอบเขตหน้าที่ของทางเรือนจำ โดยการแจ้งขออายัดตัวผู้ต้องหาสามารถแจ้งได้ 2 ทาง คือการแจ้งทางเรือนจำว่าเป็นเจ้าของคดีและแจ้งท้องที่ด้วย การส่งมอบในท้องที่ก็จะให้ทางท้องที่ตกลงกันว่าใครจะดำเนินคดีก่อนและหลัง ทั้งนี้จะมีการอายัดตัวไปที่สน.ประชาชื่นก่อนจากนั้นจะให้ทางสน.ประชาชื่นประสานต่อเอง โดยมีการส่งหนังสือมาขออายัดตัวก่อนตัว 3 วัน เมื่อมีหนังสือมาขออายัดตัวทางเรือนจำจะต้องตรวจสอบก่อนว่าเป็นหมายที่มาจากผู้ที่อายัดมีอำนาจหน้าที่หรือไม่และเป็นหมายที่มาจากสน.ที่เรือนจำตั้งอยู่หรือไม่ ในส่วนของคดีทางการเมือง เคยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจบางเขนเข้าไปในเรือนจำเพื่อพบกับนายพริษฐ์เพื่อไปสอบปากคำ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา
เมื่อถามถึงหมายอายัดที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำมาอายัดตัวนายพริษฐ์และนายภาณุพงษ์ ทางผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า นายภาณุพงษ์มีสองคดีคืออายัดตัวหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรีและทางสน.ประชาชื่นตามคำสั่งของหมายจับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่วนของนายพริษฐ์มีสี่คดีได้แก่หมายจับของสถานีตำรวจนนทบุรีตามหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรี, สถานีตำรวจอุบลราชธานีตามหมายจับของศาลอุบลราชธานี, สน.บางเขนในฐานความผิดร่วมกันกระทำผิดชุมนุมสาธารณะโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและสถานีภูธรเมืองลำปางในฐานความผิดร่วมกันจัดให้มีการชุมนุม การทำกิจกรรมหรือมั่วสุ่มใดๆ ในสถานที่แออัด การกระทำดังกล่าว การยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย การกระทำดังกล่าว การชุมนุมอาจเสี่ยงให้เกิดการแพร่เชื้อโรค ซึ่งหมายอายัดตัวของทางสน.บางเขนและสภ.เมืองลำปางไม่ได้มีหมายจับ
ในช่วงของการให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าชี้แจงนั้นได้มีพล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผู้บังคับการตำรวจนครบาล2 และพ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมหวล ผกก.สน.ประชาชื่น เข้าชี้แจงแทน แต่ด้วยทางที่กมธ.ได้เชิญคือผบ.ตร. และผบช.น. มา แต่เมื่อไม่ได้มาด้วยตนเอง ทางพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จึงได้กล่าวกับตำรวจที่มาว่า การเชิญครั้งนี้เชิญผบ.ตร. กับผบช.น. เพื่อมาสอบถามถึงนโยบายการทำงาน และการดูแลความเรียบร้อยของการชุมนุมที่ผ่านมา แต่ในเมื่อทั้ง 2 คนไม่ได้มาด้วยตนเอง ทางกมธ.ก็จะยังไม่ขอรับคำชี้แจงใดๆ แต่จะมีการเชิญทั้งสองคนจนกว่าจะมาชี้แจงด้วยตนเองในครั้งต่อไป


