‘บิ๊กหน่อย’เรียกประชุม กอ.รมน.ติดตามแผนปฏิบัติงาน ด้าน’โฆษกฯ’เผยนายกฯกำชับแผนป้องกันชายแดนเฝ้าระวังโควิด-ลักลอบเข้าเมือง

13.11.20 | 17:19 น.

‘บิ๊กหน่อย’เรียกประชุม กอ.รมน.ติดตามแผนปฏิบัติงาน ด้าน’โฆษกฯ’เผยนายกฯกำชับแผนป้องกันชายแดนเฝ้าระวังโควิด-ลักลอบเข้าเมือง เรงขับเคลื่อนคอลเซ็นเตอร์รับแจ้งเหตุ

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิายน ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ กอ.รมน. เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรง กอ.รมน. ครั้งที่ 11/2563 สรุปผลการปฏิบัติงานในรอบเดือนที่ผ่านมา โดยมีผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงของ กอ.รมน. (ส่วนกลาง) และผู้แทนของ กอ.รมน.ภาค 1-4 เข้าร่วมประชุมฯ
พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. กล่าวว่า สรุปเรื่องที่สำคัญคือ เรื่องที่ 1 พล.อ.ประยุทธ์ จัทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะ ผอ.รมน. กำชับ กอ.รมน. บูรณาการร่วมกับหน่วยงานราชการ และภาคเอกชนดำเนินการป้องกัน การแพร่ระบาดโควิด-19 ของผู้ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย และรณรงค์มาตรการป้องกันส่วนบุคคลจากแนวทางการบริหารสถานการณ์การป้องกันการแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19(ศปก.ศบค.) ในห้วงเดือนตุลาคมได้มีความมุ่งหมาย เพื่อสร้างความปลอดภัยแก่สังคมควบคู่กับการลดผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนจากสถานการณ์โควิด-19 โดยให้ความสำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยทั้งนี้ จะต้องสอดคล้องกับความพร้อมของทุกภาคส่วนโดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ นอกจากนี้ยังคงให้ความสำคัญกับปัญหาการลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายตามแนวชายแดนอีกด้วย

“ตามนโยบายของ ผอ.รมน. ที่ได้มอบหมายให้ กอ.รมน. โดย กอ.รมน.จังหวัด และ กอ.รมน.ภาค ได้มีส่วนร่วมสำคัญในการสร้างความตระหนักและการรับรู้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่รับผิดชอบเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานของรัฐบาลร่วมดำเนินการป้องกัน ตรวจสอบ และสกัดกั้นผู้หลบหนีเข้าเมืองตามแนวชายแดน รวมถึงการเฝ้าระวังสถานการณ์ประชาสัมพันธ์รับทราบถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ของประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีการป้องกันการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเป็นที่เชื่อมั่นแก่ประชาชน โดยเฉพาะในการรณรงค์ให้ปฏิบัติตามมาตรการส่วนบุคคล ได้แก่ การสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย, การล้างมือบ่อยๆ การรักษาระยะห่าง รวมถึงการใช้แอพพลิเคชั่นไทยชนะเมื่อเข้าไปสถานที่สาธารณะ กอ.รมน. จึงใคร่ขอให้ประชาชนได้เข้าใจถึงแนวทางการบริหารสถานการณ์ของรัฐบาลตลอดจนร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันส่วนบุคคล เพื่อสร้างความปลอดภัยให้เกิดขึ้นแก่ตนเอง และสังคมของเรา”โฆษก กอ.รมน.กล่าว

พล.ต.ธนาธิป กล่าวว่า เรื่องที่ 2 กอ.รมน. ขับเคลื่อนระบบบริหารจัดการรับแจ้งเหตุความมั่นคง 1374 เป็นช่องทางให้ประชาชนแจ้งเหตุในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคง กอ.รมน. ได้พัฒนาจัดระบบการให้บริการการรับแจ้งเหตุความมั่นคงของ กอ.รมน. ด้วยระบบCALL CENTER 1374 เพื่อให้บริการประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งการรับแจ้งเหตุความมั่นคง ปัจจุบันได้กำหนดขอบเขตการให้บริการข้อมูลด้านความมั่นคง ในเบื้องต้นแก่ประชาชน ให้สามารถบริหารจัดการเหตุความมั่นคงได้อย่างทั่วถึง ครอบคลุมทุกพื้นที่ และทุกเวลาในการให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและหลายช่องทางตั้งแต่เดือน กรกฎาคม- ตุลาคมที่ผ่านมา มีประชาชนแจ้งเหตุและแก้ไขปัญหาแล้วคิดเป็นร้อยละ 30ซึ่ง กอ.รมน. มีเป้าประสงค์ ในการให้บริการประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

Advertisement


พล.ต.ธนาธิป กล่าวว่า เรื่องที่3 กอ.รมน. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการกำกับติดตามและประเมินผลแผน ตำบล มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนเพื่อให้เกิดความพร้อมของเจ้าหน้าที่ โครงการกำกับติดตามและประเมินผลแผน ตำบล มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของ กอ.รมน. เป็นโครงการสำคัญ (Flagship project) ในการขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงโดยนำพันธกิจ 4 ประการของ กอ.รมน. มากำหนดเป็นกิจกรรมในการดำเนินงานโครงการ ได้แก่ กิจกรรมการแจ้งเตือน และประเมินแนวโน้มภัยคุกคามด้านความมั่นคง, กิจกรรมการวางแผน และการอำนวยการ, กิจกรรมการเสริมสร้างความตระหนัก ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน, กิจกรรมการติดตามและประเมินผล โดยในปี 63 ได้ดำเนินการทั้ง 77 จังหวัด1,200 ตำบล ตามความเร่งด่วนของภัยคุกคามแต่ละจังหวัด

พล.ต.ธนาธิป โดยในปี 64 ได้จัดพื้นที่เป้าหมายเพิ่มขึ้น จำนวน 3,000 ตำบล เพื่อให้ครอบคลุมภัยคุกคามที่มากขึ้น โดยจะดำเนินการจนครบทุกพื้นที่ภายในปี 2565 จะทำให้ทุกตำบลในประเทศไทยมีระบบการทำงานด้านความมั่นคงที่สมบูรณ์ขึ้นมีแผนการปฏิบัติที่ชัดเจน และทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการดำเนินงานทุกขั้นตอนสำหรับประโยชน์ต่อโครงการดังกล่าวคือ จังหวัดจะมีความพร้อมในการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ การป้องกัน/แก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทุกภาคส่วนในพื้นที่เป้าหมายมีความตระหนักรู้ และเข้าใจสถานการณ์ภัยคุกคาม โดยเข้ามามีส่วนร่วนในการป้องกัน/แก้ไขปัญหา กอ.รมน. จึงได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการฯ จำนวน 3 วัน เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของ กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัด ทั้ง77 จังหวัด ให้มีความเข้าใจต่อการดำเนินโครงการกำกับติดตาม และประเมินผลเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ของโครงการ