หน้าแรก การเมือง ‘วรา’ เผยเบื้...

‘วรา’ เผยเบื้องหลังดีเบตเดือด เชื่อ ‘ดร.เสรี’ เข้าใจหมด ยันเหตุผลเท่านั้นคือทางออกสังคม

15.11.20 | 22:12 น.
‘วรา จันทร์มณี’ เผยเบื้องหลังดีเบตเดือด เชื่อ ‘ดร.เสรี’ เข้าใจหมด จบรายการยังเข้าไปกราบ ยันเหตุผลเท่านั้นคือทางออกสังคม

เป็นคลิปดีเบตที่ได้รับการกล่าวขวัญสนั่นโลกออนไลน์ สำหรับคู่ชกในสมรภูมิทางความคิด ระหว่าง ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ดำเนินรายการ ‘เรื่องลับมาก’ ซึ่งมีสโลแกนว่า ‘เรื่องไม่ลับเราไม่คุย’ ทางเนชั่นทีวีช่อง 22 กับ วรา จันทร์มณี นักวิชาการชื่อดัง ที่มีหลายบทบาท ทั้งเลขาธิการเครือข่ายประชาชนปกป้องประชาชน พิทักษ์สิทธิเสรีภาพและความเป็นธรรม และเลขาธิการชมรมคนรักศิลปวัฒนธรรม

ก่อนจุดพลุในรายการดังกล่าว เคยสร้างความฮือฮามาก่อนหน้านี้ ด้วยการคืนโล่เกียรติยศรางวัลที่ 1 ประกวดคำขวัญฉลอง 50 ปีพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปี 2538 พร้อมเงินรางวัล 5,000 บาทซึ่งได้มาเมื่อครั้งยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ไหนจะเป็นผู้ออกโรงปกป้อง ‘เขายะลา’ จากกรณีกรมศิลปากรลดเขตโบราณสถานเพื่อให้สัมปทานเหมืองหิน ยังไม่นับการต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะทางภาคใต้ จนได้คดีความเป็นของกำนัลมาแล้ว นอกจากนี้ ยังเคยทำงานด้านการรณรงค์ให้ ‘มูลนิธิตับแห่งประเทศไทย’ มานานนับสิบปี

“หลักการคือ ผมเป็นพลเมือง หน้าที่พลเมืองคือการมีส่วนร่วมในการดูแลบ้านเมืองและสังคม ทำอะไรได้ก็จะทำ”

ท่ามกลางกระแสดังกล่าว อาจารย์วรา เล่าให้ ‘มติชน’ ฟังว่ายัง งงๆ ว่าเหตุใดจึง ‘เปรี้ยงปร้าง’ โดยก่อนหน้านี้ ก็เคยไปออกรายการค่าย ‘เนชั่น’ มาแล้วหลายครั้ง ส่วนครั้งล่าสุด ได้รับการติดต่อจากทีมงานว่า ไม่มีคนมาดีเบตด้วย แต่ ดร.เสรี จะรับหน้าที่ทั้งพิธีกร และคู่ดีเบต

“ตอนติดต่อมา เขาบอกว่า ไม่มีคนมาดีเบตนะ ให้ผมคุยกับอาจารย์เสรี คล้ายๆว่าอาจารย์เสรี เป็นทั้งพิธีกร ทั้งคู่ดีเบต 2 หน้าที่ ผมก็โอเค ได้! การนำเสนอเต็มๆแบบนี้ผมชอบ คนจะได้เห็นเลยว่าเราคิดอะไร เราต้องการเสนอประเด็นอะไร จะได้เสนออย่างเต็มที่ เพราะที่ผ่านมาไม่ค่อยเห็นประโยชน์ของการดีเบตสักเท่าไหร่ ต่างฝ่ายต่างยึดมั่นในเหตุผลของตัวเอง รายการโทรทัศน์ 2-3 รายการ ถ้าเอาคนไปชนกันโดยที่เราก็รู้เหตุผลอยู่แล้วว่าเขาจะพูดอะไร มันไม่เกิดประโยชน์” เจ้าตัวกล่าว ก่อนเล่าด้วยว่า เมื่อมาถึงวันถ่ายทำรายการ ได้พูดคุยกับ ดร.เสรีอย่างตรงไปตรงมา ว่าวันนี้จะพูดเต็มที่ ขอให้ไล่ซักให้จนมุมได้เลย ไม่มีปัญหา

Advertisement

“คุยกันเลยว่า ผมพูดเต็มที่นะวันนี้ อาจารย์ก็ซักเต็มที่นะ ไล่ผมให้จนนะ คือเราคุยกันแล้ว ไม่ได้มีปัญหาเลย ผมก็นับถือแกเป็นอาจารย์ แต่ถ้าต้องมาถกเถียงในทางวิชาการ เหมือนทรัมป์กับไบเดน จะไม่มีคำว่ารอมชอม อาจารย์เสรี ให้ผมตั้ง 25 นาที สังคมได้เห็นว่าผมคิดอะไร มีปัญหาอะไร สิ่งที่พูดคือสิ่งที่ผมแปลคำยากๆ ในทางวิชาการ ตรรกะยากๆ ให้สังคมหรือชาวบ้านเข้าใจง่าย คนอาจคิดว่าผมโต้เถียงแบบเป็นนักโต้วาที ซึ่งไม่ใช่ ถ้าคุณไม่แม่นทฤษฎี คุณโต้เถียงไม่ได้

คิดว่าสิ่งที่ผมพูดอาจารย์เสรีเข้าใจหมด โครงสร้างทางสังคม ฝ่ายไหนเป็นอย่างไร ใครได้ประโยชน์ เพียงแต่อาจารย์ก็ทำหน้าที่รับจ้างเป็นพิธีกรในรายการนี้”

จากเนื้อหาเข้มข้น ฝีปากคมคาย ฟาดใส่กันด้วยมุมมองที่แตกต่าง ถามว่า หลังสั่ง คัท! บรรยากาศเป็นอย่างไร ?

“จบรายการผมก็เข้าไปกราบนะ คือยกมือไหว้น้อมตัวไปหาบนโต๊ะในฐานะครูอาจารย์ บอกว่า ขอบพระคุณนะครับอาจารย์ ผมยังแซวโปรดิวเซอร์เลยว่า ไม่ใช่หลังรายการนี้แล้วคุณไม่เชิญผมแล้วนะ เขาก็หัวเราะกัน ระหว่างที่อัดรายการ พวกทีมงานก็หัวเราะกัน ผมถามหัวเราะอะไร เขาบอก มันส์น่ะมันส์ ชอบๆ ผมยังถามว่า อาจารย์จะโกรธไหมเนี่ย เขาบอก ไม่ๆ หรอกพี่ อาจารย์ไม่โกรธหรอก อาจารย์เข้าใจ ซึ่งผมก็เชื่ออย่างนั้น เพราะคนระดับนี้ รู้หมดแล้ว โครงสร้างต่างๆ เพียงแต่ว่าอยู่บทบาทไหน”

อาจารย์วรา บอกด้วยว่า อ่าน ‘คอมเม้นต์’ ในโลกออนไลน์แล้ว มีข้อเสนอแนะว่า อย่าใส่อารมณ์เยอะ ขอให้พูดกันที่ข้อมูลดีกว่า

“ไม่อยากให้สังคมใส่อารมณ์เยอะ คนที่ไม่ชอบใจผม ก็ด่า มีคอมเม้นต์ที่บอกว่า อาจารย์เสรีต้องใช้ความอดทน แต่อย่างน้อย 60 เปอร์เซ็นต์ที่คอมเม้นต์ในยูทูปคลิปนั้นเป็นไอโอ ในส่วนที่เป็นธรรมชาติ ถ้าไม่ชอบอาจารย์เสรี ก็จะด่าอาจารย์เสรี ถ้าชอบผม จะชมผม ด่าอาจารย์เสรี แต่ไม่ได้พูดเรื่องข้อมูล ข้อเท็จจริง คนไทยติดกับเรื่องความขัดแย้งเยอะ ประเด็นที่จะนำไปสู่ประโยชน์ทางสังคมไม่เยอะ ชอบความสะใจมากกว่าหรือเปล่า นี่คือข้อสังเกต”

อาจารย์วรา ย้ำอีกครั้งว่า ส่วนตัว ไม่ได้ชอบทั้งการไปออกรายการดีเบต และทั้งการปราศรัยแม้ได้เห็นในแฟลชม็อบหลายครั้ง

“ทุกรายการที่มีดีเบต ต้องตอบให้ได้ว่า สังคมได้อะไร ไม่ใช่รายการได้เรตติ้งอย่างเดียว ถ้าไปคุยกับพวกบ้าๆบอๆ ผมไม่ไปหรอกนะ ไม่มีประโยชน์”

อย่างไรก็ตาม ไม่ถามไม่ได้ว่า แต่หากต้องดีเบต อยากดีเบตกับใคร ?

“ไม่เอ่ยชื่อดีกว่า อยากดีเบตกับตัวหลักๆของฝ่ายอนุรักษนิยม คุณคิดว่าใครที่แน่ที่สุดในสายอนุรักษนิยม? ขอสักชั่วโมงหนึ่ง เอาเจ๋งๆ มา 2 คนเลยก็ได้ เอามารุมผมคนเดียว ทั้งเรื่องธนาธร ทั้งเรื่องกล่าวหาฝั่งเด็ก มาคุยกับผมเลย เตรียมตัวมาให้ดีนะ สวดมนต์มาด้วย ส่วนที่มีคนบอกว่าอยากเห็นผมไปเจอกับคุณอุ๊ หฤทัย ผมมองว่า ถ้ามีประโยชน์ ผมจะไป แต่นี่ไม่มีประโยชน์ จะไปทำไม ต้องมองว่าไปพูดแล้ว สังคมได้อะไร มันไม่ใช่รายการตลก หรือจะไปออกรายการพร่ำเพรื่อ ผมเป็นนักวิชาการ ทุกรายการที่มีดีเบต ต้องตอบให้ได้ว่า สังคมได้อะไร ไม่ใช่รายการได้เรตติ้งอย่างเดียว”

อาจารย์วรา ทิ้งท้ายว่า ในการช่วยกันหาทางออกให้สังคม ไม่มีอะไรดีกว่าเหตุผล ไม่ควรใช้วาทกรรมที่สร้างขึ้นมา เพื่อรักษาอำนาจของตัวเอง โดยเฉพาะหากนำไปสู่การรัฐประหารซึ่งไม่ใช่ทางออก

“การเปิดพื้นที่ให้ใช้เหตุผลในสื่อสาธารณะควรไม่ถูกปิดกั้น และควรทำเยอะๆ เราสามารถแสวงหาทางออกได้ด้วยความไม่รุนแรง ไม่จำเป็นต้องใช้คนหรือเงินให้สิ้นเปลืองหรือสูญเสีย”