จุรินทร์ นำ 3 ประสานพาณิชย์-เกษตร-ทบ. ผนึกกำลังขับเคลื่อนนโยบาย“เกษตรผลิตพาณิชย์ตลาด”

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ที่ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร พลเอกณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ประสานความร่วมมือทำบันทึกข้อตกลงขับเคลื่อนนโยบาย “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้ ภาคการเกษตรไทย เพื่อไปสู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพของโลกภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา(โควิด-19) สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในภาคการเกษตร เพราะความมั่นคงด้านอาหารถือเป็นหัวใจสำคัญของทุกประเทศที่ต้องจัดหาอาหารให้เพียงพอแก่ความต้องการของประชาชน ซึ่งประเทศไทยถือเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรแหล่งใหญ่ของโลก

นายจุรินทร์ กล่าวถึงการกำหนดนโยบายในภาคการเกษตรโดยความร่วมมือของสามฝ่าย ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกร  โดยวางเป้าหมายให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพของโลก ด้วยการกำหนดวิสัยทัศน์ “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” ภายใต้ยุทธศาสตร์ ตลาดนำการผลิต ซึ่งหน่วยงานขับเคลื่อนหลักในการผลิต ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ และได้เซ็นแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินยุทธศาสตร์ทางด้านนี้ร่วมกันทั้งสองกระทรวงมาแล้ว และวันนี้เป็นโอกาสดีที่ทางกองทัพบกจะได้มาเป็นความร่วมมือทั้งหมดจะเป็นโอกาสของเกษตรกรไทยทั้งเรื่องของการนำรายได้เข้าประเทศและการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจฐานราก

นายเฉลิมชัย กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการส่งเสริมกิจการด้านการเกษตร ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และกองทัพบก โดยสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ซึ่งทั้ง 3 หน่วยงาน จะร่วมกันส่งเสริมกิจการด้านการเกษตร ทั้งภาคการผลิตและการตลาด ตลอดจนการสื่อสารประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างครบวงจร ผ่านช่องทางสื่อโทรทัศน์ดิจิทัล สื่อออนไลน์ และออฟไลน์ โดยมีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมและสนับสนุนการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสาร สาระความรู้ ความคิดเห็นด้านการเกษตรไปสู่เกษตรกร ผู้ประกอบการ ผู้นำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตร ผู้บริโภคและประชาชนทั่วไป อีกทั้งยังเป็นการขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐที่มุ่งส่งเสริมการผลิตสินค้าการเกษตร ให้มีคุณภาพมาตรฐานและปลอดภัย ในปริมาณที่เหมาะสม ทั้งเพื่อการบริโภคภายในประเทศและการส่งออก สร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ ส่งเสริมการเกษตรด้วยนวัตกรรม และฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ใช้การตลาดนำการพัฒนาด้านการเกษตร สร้างความมั่นคงทางอาหารภายในประเทศ และนำพาประเทศไทยสู่การเป็นครัวของโลก และส่งเสริม สนับสนุนการดำเนินโครงการต่าง ๆ ระหว่าง 3 หน่วยงาน อันจะเป็นประโยชน์ในการฟื้นฟูประเทศ หลังวิกฤตการณ์การระบาดของโควิด-19 ด้วยการใช้องค์ความรู้ ศักยภาพ และทรัพยากรต่าง ๆ ของทั้ง 3 หน่วยงานที่มีมาบูรณาการให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน

นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ภายใต้แนวคิด “เกษตรทฤษฎีใหม่” เช่น เกษตรปลอดภัย เกษตรนวัตกรรม ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูง  สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ เป็นไปตามมาตรฐานสากล  ส่วนกระทรวงพาณิชย์มีบทบาทในการเชื่อมโยงสินค้ากับตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยมีพาณิชย์จังหวัด รับบทเป็นเซลล์แมนจังหวัด ทำหน้าที่ประสานเชื่อมโยงโดยใช้กลไกตลาดต่าง ๆ ทั้งในแบบออนไลน์และออฟไลน์ และตลาดรูปแบบใหม่ ๆ ในลักษณะตลาดไฮบริด ระบบเคาเตอร์เทรด เชื่อมโยงระหว่างภาคความต้องการและ ภาคการผลิต ในขณะที่ทูตพาณิชย์ทั่วโลกเป็นเซลล์แมนประเทศผลักดันสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลก โดยมุ่งเน้นการแสวงหาตลาดใหม่ ๆ แต่ยังคงต้องรักษาฐานตลาดเดิม ต่อไปหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และเกษตรกรจะใช้ฐานข้อมูลกลางมีระบบการผลิตที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ มีแพลตฟอร์มที่สามารถเชื่อมโยงการค้าเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งจะดำเนินการควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรในภาคการเกษตรในทุกมิติเพื่อดำเนินการดังกล่าวได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต มีปลัดกระทรวงพาณิชย์และปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม ทั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพในเรื่องของการลดต้นทุนการจัดหาเมล็ดพันธุ์ ท่อนพันธุ์ต่างๆ รวมถึงการสื่อสารไปยังภาคการผลิตภาคการค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดโครงการ “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” ที่กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ดำเนินการร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายการตลาดนำการผลิต ซึ่งมีแนวทางในการสนับสนุนให้เกษตรกรผลิตสินค้าที่เป็นความต้องการของตลาด สินค้าที่มีคุณภาพ รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชน ในการต่อยอดและผลักดันสินค้าเกษตร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ มุ่งเน้นที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และมีความปลอดภัย โดยจะต้องปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และต้องส่งเสริมให้เกษตรกรมีความเข้มแข็ง เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นครัวของโลกต่อไปในอนาคต การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ จึงถือเป็นอีกก้าวหนึ่งในการยกระดับให้พี่น้องเกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นการยกระดับอาชีพเกษตรกรรมให้เป็นอาชีพที่มีเกียรติในสังคมได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป” นายเฉลิมชัย กล่าว

พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า กองทัพบกได้เข้ามามีส่วนร่วมที่จะช่วยกันขับเคลื่อนการดำเนินยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิตภายใต้นโยบายเกษตรผลิต โดยกองทัพบกจะนำที่ดินว่างเปล่าจำนวนถึง 4.5 ล้านไร่ ภายใต้ความดูแล รวมทั้งกำลังพล อุปกรณ์ และเครื่องมือต่าง ๆ มาพัฒนาพื้นที่ เพื่อรองรับการผลิต และการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ กิ่งพันธุ์ เพื่อสนับสนุนภาคการผลิตสินค้าเกษตรสำคัญของประเทศตามความต้องการของตลาด รวมทั้งสนับสนุนการผลิตสื่อต่าง ๆ ซึ่งรวมถึง Social Media เพื่อสร้างการรับรู้ให้ประชาชน และประชาสัมพันธ์ด้านการตลาดอย่างกว้างขวางและทั่วถึง ผ่านช่องทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานสื่อของกองทัพบกที่สามารถเข้าถึงประชาชนในระดับชุมชนได้เป็นอย่างดี จึงได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกเพื่อขับเคลื่อนต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้นายจุรินทร์ นายเฉลิมชัย และพล.อ.ณรงค์พันธ์ร่วมเป็นสักขีพยาน การทำบันทึกข้อตกลงจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างกองทัพบก กระทรวงพาณิชย์ กับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จะร่วมกันส่งเสริมและพัฒนาภาคการเกษตรแบบครบวงจร จากต้นน้ำจนถึงปลายน้ำซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน หลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

 

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รองโฆษกตร.เผยกลุ่มไทยภักดีแจ้งชุมนุมหน้ารัฐสภา 17พ.ย. ไม่อยากให้เรียกม็อบชนม็อบ
บทความถัดไป“ขุนคลัง” สั่งแบงก์ชาติดูแลค่าบาทหลังหุ้นไทยดีดตัวดี ดึงเงินนอกไหลเข้า