“ยิ่งชีพ” ร่ายยาว 5 ความฝัน ปชช.เข้าชื่อแก้รธน. “เรามาขอความปกติ คืนสู่ระบบการเมือง”
นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการไอลอว์ ในฐานะผู้แทนริเริ่มเสนอกฎหมาย ชี้แจงหลักการตอนหนึ่ง ว่า ตนได้นำความฝันไปนำเสนอสู่สาธาณะก็มีคนที่เห็นด้วย และมาช่วยกันเข้าชื่อถึง 100,732 คน ภายในเวลาเพียง 43 วัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัว และความต้องการของสังคมที่แพร่กระจายไปทั่วในปัจจุบัน ความฝันของพวกเรามี 5 ข้อ 1.เราฝันว่า จะมีการปกครองที่ประชาชนเลือกนายกรัฐมนตรี อย่างน้อยด้วยการเลือกทางอ้อมผ่านสมาชิกรัฐสภาที่มาจากประชาชนทุกคน 2.เราฝันว่า จะได้อยู่ในประเทศที่รัฐบาลโปร่งใส และถูกตรวจสอบได้ โดยมีองค์กรเข้ามาตรวจสอบโดยตรง ซึ่งจำเป็นต้องมีที่มาเป็นอิสระจากคนที่ใช้อำนาจตรวจสอบ 3.เราฝันว่า จะอยู่ในประเทศที่ประชาชนกำหนดอนาคตของตัวเอง โดยผู้สมัครเลือกตั้งต้องแถลงนโยบายว่า จะพาประเทศไปทางไหน และประชาชนมีสิทธิเปลี่ยนใจได้ทุกๆอย่างน้อย 4 ปี 4.เราฝันว่าจะอยู่ในประเทศที่ระบบยุติธรรมเท่าเทียมกัน โดยไม่มีการยกเว้นความผิดให้กับใคร ไม่ว่าจะมีอำนาจหรือใหญ่โตมาจากไหน และ 5.เราฝันว่า จะอยู่ในกติกาสูงสุดที่รับรองสิทธิขั้นพื้นฐานที่เขียนขึ้นโดยประชาชน โดยประชาชนมีส่วนร่วม อย่างน้อยการยกร่างต้องมีที่ทางจากประชาชนทุกคน ภายใต้บรรยากาศที่ปลอดภัย เปิดกว้างให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการเข้าร่วมกระบวนการนี้
“ความฝันเหล่านี้ของพวกเราเป็นเรื่องยากเกินไปหรือไม่ คน 1 แสนคนได้ช่วยกัรนำเสนอต่อรัฐสภา ล้วนเป็นข้อเสนอที่ธรรมดา เป็นเรื่องพื้นฐานมาก ซึ่งครั้งหนึ่ง ประเทศไทยก็เคยเป็นเช่นนั้นมาก่อน ผมเชื่อว่า สมาชิกรัฐสภาต่างมีความฝันเหล่านี้เช่นกัน นี่จึงไม่ใช่ข้อเรียกร้องที่เป็นเรื่องใหม่ ไม่ใช่เรื่องสุดโต่ง หรือไม่ใช้เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ และยังไม่มีใครที่เคยให้เหตุผลอันเป็นเหตุเป็นผลได้เลยว่า เหตุใดเราจึงต้องการรูปแบบการปกครองที่เป็นอย่างอื่น ที่แตกต่างไปจากความฝันอันธรรมดาเหล่านี้ แต่เนื่องจากรัฐธรรมนูญ 2560 มีกลไกหลายประการที่ขัดขวางไม่ให้ความฝันเหล่านั้นเป็นจริง เราจึงต้องเสนอยกเลิกบางเรื่อง และแก้ไขบางข้อ” นายยิ่งชีพ กล่าว
นายยิ่งชีพ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้องดำเนินการโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่ต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน 100% เพื่อป้องกันการซ่อนเร้นการสืบทอดอำนาจอยู่ตามกลไกต่างๆโดยส.ส.ร.สามารถหยิบทุกปัญหาในสังคมที่มีความขัดแย้งกัน โดยเฉพาะปัญหาที่อึดอัดจนต้องลงบนถนนมาพูดคุยกันในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นทางออกเดียวที่จะทำให้เราได้กติกาใหม่ที่อยู่ร่วมกันได้และเป็นกติกาที่ใช้กันยาวนาน สิ่งเหล่านี้ที่นำมาเสนอต่อรัฐสภา เป็นข้อเสนอธรรมดา พื้นฐานมากๆ เป็นข้อเรียกร้องที่อยากจะขอแก้ไขระบอบการเมืองการปกครองที่ผิดปกติอยู่ในปัจจุบัน ให้กลับเป็นปกติเท่านั้น หากรัฐสภาลงมติรับหลักการก็จะเป็นโอกาสที่ดี ในการพัฒนาประชาธิปไตยและทำให้ข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นบนถนนได้มีพื้นที่พูดคุยอย่างมีเหตุผล แต่หากรัฐสภาไม่รับไว้พิจารณาในขั้นตอนต่อไป สมาชิกรัฐสภาจะต้องอธิบายต่อประชาชนนับแสนคน และเจ้าของอำนาจอีกหลายล้านคนที่กำลังติดตาม และกำลังรอฟังคำอธิบายอยู่เช่นเดียวกัน

