หน้าแรก การเมือง “ก้าวไกล” กัง...

“ก้าวไกล” กังวลระเบิดเวลา หลังรัฐสภาตีตกร่างไอลอว์ ลั่นเดินหน้าวาระที่ 2 และวาระ 3 ต่อ

18.11.20 | 20:36 น.

“ก้าวไกล” กังวลระเบิดเวลา หลังรัฐสภาตีตกร่างไอลอว์ ลั่นเดินหน้าวาระที่ 2 และวาระ 3 ต่อ ชี้ต้องแก้ไขได้ทุกหมวด จวกต้องจริงใจไม่จิงโจ้ แนะควรต้องชุดเจรจาม็อบ

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. เวลา 19.20 น. ที่รัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นำส.ส.พรรคก้าวไกล แถลงภายหลังลงมติที่ประชุมรัฐสภาปัดตกร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนของไอลอว์ว่า แม้รัฐสภาจะรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 และ 2 ของรัฐบาลและฝ่ายค้าน แต่ยังกังวลว่าจะเกิดระเบิดเวลาที่ชื่อรัฐธรรมนูญปี 60 ที่ยังไม่ถูกถอดสลัก พร้อมรู้สึกผิดหวังที่รัฐสภาคว่ำร่างของประชาชน ทำลายความฝันและฝากความขัดแย้งกลับไปสู่ท้องถนน รวมถึงทัศนคติในเนื้อหาการอภิปรายที่เป็นภัยต่อการแสดงความคิดเห็นของประชาชน อันตรายถึงขั้นนำสถาบันมาเป็นเกราะกำบังซึ่งจะนำนำประเทศไปสู่ความรุนแรงและทางตัน ถึงขั้นกล่าวหาประชาชนว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง ทั้งนี้พรรคก้าวไกลพร้อมเดินหน้านำหลักการของประชาชนมาผลักดันในรัฐสภาต่อวาระที่ 2 และวาระ 3 ที่จะต้องแก้ไขได้ทุกหมวด นอกจากนี้ยังกังวลถึงระเบิดเวลาที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ 4 ที่ให้ยกเลิกมาตรา 272 ที่ให้อำนาจส.ว.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองที่นายกฯต้องลาออกหรือยุบสภา กติกาก็เหมือนเดิมและความขัดแย้งก็ยังเกิดขึ้นอีก รวมถึงที่มาของส.ส.ร.ก็มีปัญหา คือสัดส่วนของการแต่งตั้งที่ล็อคสเปคเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบและไม่เป็นกลาง

เมื่อถามว่าผลการโหวตในวันนี้ทำให้พรรคก้าวไกล เหนื่อยล้ากับระบบรัฐสภาไทยหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ไม่มี เพราะตอนนี้ยังสติดี และมีกำลัง พร้อมเปลี่ยนแปลงประเทศด้วยระบบรัฐสภา ส่วนสภาไทยถึงขั้นเป็นเผด็จการรัฐสภาหรือไม่ ยอมรับว่ามีความเหลื่อมล้ำ ไม่เป็นกลางสูง เพราะมีการสืบทอดอำนาจด้วยส.ว.แต่งตั้งที่โหวตเลือกนายกฯ อย่างไรก็ตามยืนยันจะต่อสู้ต่อไป เพราะต้องชนะในเกมของเขา

ในขณะที่ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล แถลงถึงการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ในการควบคุมผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมาที่ด้านหน้าอาคารรัฐสภาว่า เกิดปัญหาผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งการฉีดน้ำแรงดันสูง และใช้แก๊สน้ำตาเกินสัดส่วน รวมถึงกำลังเจ้าหน้าที่ ทำให้มีผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บกว่า 50 คน อีกทั้งเจ้าหน้าที่ยังปฏิบัติสองมาตรฐานต่อกลุ่มผู้ชุมนุมราษฎรและกลุ่มคนเสื้อเหลือง ทั้งนี้เป้าหมายของการควบคุมฝูงชนควรจะป้องกันการปะทะ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับไม่ดำเนินการเต็มที่ ปล่อยให้เกิดการปะทะในยามวิกาลเหมือนตั้งใจให้สถนการณ์เลวร้ายขึ้นจนมีผู้ถูกยิงด้วยกระสุนจริง 6 ราย และยังได้รับบาดเจ็บจากระเบิดปิงปอง ซ้ำร้ายทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังแถลงเหตุผลอย่างไม่น่ายอมรับได้ที่บอกว่าเจ้าหน้าที่ต้องมีความเป็นกลางจึงต้องอยู่เฉยๆ ทั้งนี้การปล่อยให้ประชาชนปะทะกันถือเป็นมิติใหม่ของการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยที่ไม่สามารถยอมรับได้

“ผบ.ตร.ต้องตอบให้ได้ว่าทำไมปล่อยให้มีคนใช้อาวุธร้ายแรงกับเยาวชนและผู้ชุมนุมแม้มีเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนหลายกองร้อย ดังนั้นพรรคก้าวไกลขอเรียกร้องให้ผบช.น. ผบ.ตร. และนายกฯ เร่งสอบสวนหาผู้ที่ใช้อาวุธมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด เพราะหากไม่ดำเนินคดีถือว่าเป็นการส่งสัญญาณให้คนเข้าใจได้ว่าหลังจากนี้ผู้มีอำนาจเปิดทางให้กลุ่มคนเสื้อเหลืองใช้อาวุธกับเยาวชนได้ใช่หรือไม่ ต้องการเปิดทางใช้อำนาจพิเศษ เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ใช่หรือไม่” นายชัยธวัช กล่าว

ด้าน พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดชุดเจรจากับผู้ชุมนุมเริ่มตั้งแต่คืนนี้ไปจนถึงการชุมนุมในอนาคต เพราะถ้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่รู้จักอดทนอดกลั้นรับแรงกระแทกของประชาชน ต้องจริงใจไม่จิงโจ้ ไม่งั้นปัญหาก็จะเกิดซ้ำ พร้อมขอให้รัฐบาลรู้จัดลดราวาศอก ต้องดูว่าใครเป็นคนก่อความรุนแรง ซึ่งวันนี้รัฐสภากลับทิ้งโอกาสปัดตกความฝันของประชาชน เตือนแล้วว่าเมื่อไหร่ที่ประชาชนไม่เห็นรัฐสภาเป็นที่พึ่งจะเป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย

Advertisement