รายที่ 8 ครูใหญ่ โดนแจ้งข้อหา ม.116 กรณีชุมนุมสถานทูตเยอรมนี

รายที่ 8 ครูใหญ่ โดนแจ้งข้อหา ม.116 กรณีชุมนุมสถานทูตเยอรมนี

เว็บไซต์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนระบุว่า เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 63 ที่สน.ทุ่งมหาเมฆ นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือ “ครูใหญ่” แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา “ยุยงปลุกปั่น” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ตามหมายเรียกจากการเข้าร่วมการชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมันเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 63

หตุของคดีนี้มาจากการชุมนุมเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 63 ซึ่งเป็นการรวมตัวเดินขบวนจากแยกสามย่านไปยังสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจําประเทศไทย พร้อมกับมีตัวแทนเข้ายื่นหนังสือกับเอกอัครราชทูตเยอรมัน โดยขอให้ทางเยอรมันตรวจสอบว่าพระมหากษัตริย์ไทยมีการใช้พระราชอำนาจบนดินแดนของเยอรมันหรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลเป็นการใช้อำนาจอธิปไตยบนแผ่นดินเยอรมัน รวมทั้งขอให้มีการตรวจสอบการเสียภาษีมรดกและการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเด็นต่างๆ ที่มีรายงานข่าวในสื่อต่างประเทศ​อีกด้วย

โดยเมื่อวันที่ 5 พ.ย. 63 นักศึกษาและนักกิจกรรม 7 คน ซึ่งถูกออกหมายเรียก ได้แก่ “มายด์” ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล, กรกช แสงเย็นพันธ์, ชนินทร์ วงษ์ศรี, ชลธิศ โชติสวัสดิ์, เบนจา อะปัญ, วัชรากร ไชยแก้ว และณวรรษ เลี้ยงวัฒนา ได้เดินทางเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาเดียวกันนี้แล้ว ต่อมาพนักงานสอบสวนมีการออกหมายเรียกนายอรรถพลเพิ่มเติมอีก

พ.ต.ท.ประจํา หนุนนาค รองผู้กำกับสอบสวนสน.ทุ่งมหาเมฆ และพ.ต.ท.นเรศ ศรีนาราง สารวัตรสอบสวนสน.คลองตัน ได้ร่วมกันแจ้งข้อกล่าวหาอรรถพล ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 (2) และ (3) และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 (ร่วมกันกระทำความผิดกับผู้ต้องหาคนอื่นๆ)

พนักงานสอบสวนบรรยายพฤติการณ์โดยสรุปว่า หลังจากตัวแทนผู้ชุมนุมเข้าไปภายในสถานทูตเยอรมัน เพื่อยื่นข้อเรียกร้อง และกลุ่มคณะราษฎร 2563 ได้อ่านแถลงการณ์ที่จัดเตรียมมาในภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาเยอรมันแล้ว อรรถพลได้ปราศรัยในหัวข้อว่า “ต้องการให้สถาบันกษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ และให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี”  และตัวแทนผู้ชุมนุมยังได้กล่าวหาถึงจดหมายเปิดผนึกที่ยื่นต่อเอกอัครราชทูตเยอรมนี เรียกร้องให้รัฐบาลเยอรมันตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 ซึ่งเป็นการใส่ความทำให้พระองค์เสื่อมเสียพระเกียรติ

ข้อกล่าวหาระบุว่าการพูดถึงพระมหากษัตริย์ในลักษณะดังกล่าว เป็นการจาบจ้วง ล่วงเกิน ไม่เหมาะสม พูดใส่ความ เพื่อปลุกเร้าให้ผู้ชุมนุมและประชาชนที่ผ่านไปมาและผู้รับทราบ ได้ยินข้อความรู้สึกดูหมิ่นเกลียดชังพระมหากษัตริย์ โดยมุ่งหวังให้ประชาชนฝ่าฝืนหรือล่วงละเมิดกฎหมายของแผ่นดินที่บัญญัติไว้เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ จนเป็นเหตุให้ประชาชนแบ่งออกเป็นฝักฝ่าย ก่อให้เกิดความรุนแรงขึ้นในประเทศ และอาจก่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนในแถบนั้น และผู้ที่ทราบข้อความตามสื่อสังคมต่างๆ ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักรได้

อรรถพลให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและขอให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือภายใน 30 วัน ด้านพนักงานสอบสวนให้ปล่อยตัวไปโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ พร้อมนัดส่งสำนวนให้พนักงานอัยการในวันที่ 18 ธ.ค. 63

ขณะนี้มีผู้ถูกดำเนินคดีตามข้อหามาตรา 116 “ยุยงปลุกปั่น” จากการชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมันทั้งหมดจำนวน 8 คน และ และยังมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการออกหมายเรียกผู้ชุมนุมกรณีนี้เพิ่มเติมอีกด้วย

ขอบคุณเนื้อหาจาก เว็บไซต์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“กกต.”ชี้ย้ายที่อยู่ไม่ถึงปีใช้สิทธิเขตเดิม เพื่อนบิ๊กตู่แฉซื้อเสียงอบจ.สงขลาร้อยล้าน
บทความถัดไปอัพเดต ‘สายรถเมล์’เลิกวิ่ง กันรอเก้อ!