หน้าแรก การเมือง ศูนย์ทนายฯ เป...

ศูนย์ทนายฯ เปิดบทสัมภาษณ์ 3 พ่อลูกพลัดหลงเข้าพื้นที่ชุมนุมหน้ารัฐสภา ลูก 3 ขวบบาดเจ็บ

20.11.20 | 17:57 น.

ศูนย์ทนายฯ เปิดบทสัมภาษณ์ 3 พ่อลูกพลัดหลงเข้าพื้นที่ชุมนุมหน้ารัฐสภา ลูก 3 ขวบบาดเจ็บ

สืบเนื่องจากราษฎรประกาศนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 17 พฤศจิกายน เพื่อรวมพลังปักหลักชุมนุมล้อมสภา ทั้งทางบก ทางน้ำ และอากาศ ซึ่งวันนั้นเป็นวันเดียวกับที่รัฐสภาเริ่มพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 7 ร่าง (รวมถึงร่างจากภาคประชาชน) อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกันนั้น เจ้าหน้าที่รัฐได้ใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูง น้ำผสมสารเคมี และแก๊สน้ำตา ใส่ผู้ชุมนุมตั้งแต่ช่วงบ่ายถึงค่ำ โดยมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือเด็กนักเรียนวัยเตรียมอนุบาล ซึ่ง ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดผยบทสัมภาษณ์ผ่านรายงาน เผยวินาที 3 พ่อลูกพากันหนีสารเคมี-แก๊สน้ำตา ขณะพลัดหลงเข้าพื้นที่สลายการชุมนุม 17 พ.ย. เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน รายละเอียดคือ

หนึ่งในผู้บาดเจ็บวัยเตรียมอนุบาลชื่อ “ไผ่” (นามสมมุติ) มีอาการอาเจียน ระคายผิว และตาจากละอองสารเคมีในอากาศ โดยไพรัช (สงวนนามสกุล) พ่อของไผ่ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 17 พ.ย.63 เขากำลังพาลูก 2 คน ไปทานข้าวตามที่นัดไว้กับพี่สาวซึ่งทำงานอยู่ย่านเกียกกาย แต่เนื่องจากไม่คุ้นกับเส้นทาง จึงหลงผ่านเข้าไปในที่ชุมนุม ไม่ได้ตั้งใจมาเข้าร่วมการชุมนุมแต่อย่างใด หากกลับทำให้ลูกชายคนเล็กได้รับผลกระทบจากปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่

ส่วนเสื้อคลุม หน้ากาก และเครื่องป้องกันที่ลูกของเขาสวมใส่นั้นเป็นสิ่งที่การ์ดของผู้ชุมนุมนำมาสวมให้ เพื่อป้องกันเด็กจากอันตรายของแก๊ซน้ำตาและสารเคมีจากการฉีดน้ำของเจ้าหน้าที่รัฐ

ทั้งนี้ ในช่วงหนึ่ง ไพรัชเปิดเผยกับศูนย์ทนายฯ ว่า วันนั้นมีนัดทานข้าวกับป้าของหลานๆ ที่ทำงานอยู่แยกเกียกกาย เขาจะพาหลานไปทานข้าว ตนตัดสินใจเดินทางเส้นถนนราชดำเนิน แล้วเลี้ยวขวาไปบางโพ เพราะคิดว่าเส้นนี้วิ่งได้ ระหว่างที่วิ่งไปก็ถามทางไป เขาชี้ให้ไปที่แยกสะพานแดงแล้วเลี้ยวซ้าย ผมไม่ชินเส้นทาง คิดว่าเส้นนี้วิ่งได้ แล้วผมก็ขับรถไปถึงเส้นที่มุ่งหน้ามาจากบางซื่อ จนหลุดไปที่ที่มีม็อบในช่วงที่มีเหตุการณ์ชุลมุนแล้ว ตอนนั้นเป็นช่วงที่เริ่มมีการดัน [ของกลุ่มมวลชน] เข้ามามากแล้ว

Advertisement


“ถ้าเอะใจสักนิดผมคงไม่เข้ามาตรงนี้หรอก แต่ในใจผมไม่รู้จริงๆ คิดว่าเขาเปิดทางให้ขับรถออกได้ แต่พอเข้าไปจริงๆ แล้วไม่ใช่ ผมหลุดเข้ามา [ในที่ชุมนุม] เอง ผมไม่รู้ว่าตรงนี้มันจะมีการสลายการชุมนุม คิดไม่ถึงเลย

“ผมจำจุดที่จอดรถได้เลย ติดตาจำได้ดี ผมจอดตรงที่เขาเรียกว่าถนนประชาราษฎร์ ผมจอดที่ริมฟุตบาท ฝั่งซ้ายของถนน ห่างจากจุดที่มีการฉีดน้ำ 5-600 เมตร ซึ่งยังไม่ถึงระยะน้ำ การ์ดผู้ชุมนุมเขาเห็นแล้วบอกให้ผมรีบขับรถออกจากพื้นที่เลย แต่มันเป็นช่วงที่เริ่มมีการดันของคนและรถเข้ามามาก ผมเลยตัดสินใจจอดรถดีกว่า และจะพาลูกเดินออกไปให้ไกลจากจุดที่มีการฉีดน้ำ

“ผมมองเห็นเขาฉีดน้ำสีม่วง ผมดูแล้วคิดว่ามันฉีดน้ำอะไรเนี่ย ผมรีบจอดรถแล้วฝากการ์ดผู้ชุมนุมตรงนั้นให้ดูรถให้หน่อย การ์ดบอกผมว่าไม่ต้องเป็นห่วง ให้เอาน้องออกไปก่อน แล้วเขาก็เอาเสื้อกันฝนมาคลุมให้ เอาแว่นมาแจกให้ใส่ป้องกันไว้ก่อน พร้อมบอกให้ระวังละออง เพราะเด็กเล็กผิวบางโดนละอองไม่ได้

“ขนาด [ละออง] โดนตัวผม ผมยังคันยังแสบไปหมด

“ผมไม่ได้เข้าไปด้านหน้าที่มีการฉีดน้ำเลย หลังใส่เสื้อกันฝนให้ลูกเสร็จก็รีบพาเขาออกมา ตอนนั้นคนเยอะมาก ลูกคนโตพอเขาเจอเหตุการณ์นี้เขาตกใจมาก เขาดึงเสื้อผมแน่น คือชั่วโมงนั้นผมก็ไม่รู้จะทำไงแล้ว ลูกคนเล็กผมก็ต้องอุ้ม ลูกอีกคนผมก็ต้องพยายามดึงให้แน่นๆ มันเลยกลายเป็นว่าช่วงนั้นผมไม่ได้ใส่ใจแล้ว ผมต้องการที่จะเอาลูกผมออกไปให้ไกลที่สุดแล้ว เพราะคนโตก็ตกใจหน้าซีดลนลานไปหมด

“พอผมพาลูกเดินออกมาได้ประมาณ 20 ก้าว ก็เดินมาเจอนักข่าวนั่งอยู่ตรงเวิ้ง เขาบอกให้เข้ามาหลบตรงนี้ก่อน ตรงนี้ปลอดภัย ผมก็เลยพาลูกๆ เข้าไปหลบก่อน แต่จังหวะที่ลูกคนเล็กกำลังจะนั่งลงตรงนั้น เขาก็เริ่มอาเจียนออกมา พออาเจียนก็ร้องไห้แสบตาน้ำหูน้ำตาไหล


“หลังจากนั้นก็มีอาสาสมัครวิ่งเข้ามาช่วยเหลือเบื้องต้น และอุ้มไปปฐมพยาบาลบริเวณที่มีรถพยาบาลจอดแสตนบายอยู่ ซึ่งตรงจุดนั้นเป็นจุดที่ไกลจากรถน้ำพอสมควรอยู่ พอน้องเขาได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนั่งพักอีกประมาณ 20 นาที เขาก็อาการดีขึ้น

“พอน้องเขาอาการดีขึ้น ผมก็เดินไปดูสถานการณ์ เห็นว่าหยุดฉีดน้ำแล้วเลยรีบกลับดีกว่า เลยพาน้องเดินออกมาจากจุดนั้นและมาเอารถที่จอดไว้ หลังจากนั้นพอการ์ดเห็นว่าเป็นผมและแอมมี่ [The Bottom Blues] ก็ยังอยู่ตรงนั้นก็บอกว่าพี่กลับเลย เอาน้องกลับเลย ถามผมว่าน้องหายดีแล้วใช่ไหม ผมก็บอกว่าโอเคๆ หายดีแล้ว แอมมี่เขาก็มาขอโทษว่าผมขอโทษนะพี่ ผมดูแลน้องไม่ได้

“ผมบอกเขาว่าไม่เป็นไร ผมผิดเอง ผมดันหลุดเข้ามาโดยไม่ได้ดูเลยว่ามีการสลายการชุมนุม คิดไม่ถึงเลย ก็คิดแต่ว่าจะพาไปหาป้าของหลานๆ เพราะป้านัดหลานไปทานข้าว”

อย่างไรก็ตาม ไพรัชยังกล่าวถึงกรณีที่ครอบครัวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ รวมทั้งมีบุคคลนิรนามโทรมาข่มขู่เมื่อเช้าวันที่ 18 พ.ย. 63 โดยกล่าวหาว่าไพรัชพาลูกไปเข้าร่วมการชุมนุมเพื่อสร้างสถานการณ์ พยายามสอบถามที่อยู่ปัจจุบันของครอบครัว และขู่ว่าจะไปตามหาที่บ้าน

คลิกอ่านฉบับเต็ม เผยวินาที 3 พ่อลูกพากันหนีสารเคมี-แก๊สน้ำตา ขณะพลัดหลงเข้าพื้นที่สลายการชุมนุม 17 พ.ย.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

โลกออนไลน์แชร์ภาพ เด็ก-นักเรียน-เยาวชน โดนแก๊สน้ำตา