บทนำ : จัดการเข้มข้น

21.11.20 | 09:30 น.

นายกรัฐมนตรีออกแถลงการณ์ ระบุว่า สถานการณ์การชุมนุมที่เกิดขึ้น รัฐบาลและทุกฝ่ายพยายามหาทางออกโดยสงบสันติ แต่สถานการณ์ไม่มีท่าทีบรรเทาลง หน่วยงานด้านความมั่นคงได้ปฏิบัติหน้าที่ ดําเนินการต่างๆ ตามหลักสากลด้วยความระมัดระวัง บนพื้นฐานของการรักษาบรรยากาศของความรักความสามัคคีปรองดองของทุกคนในชาติ แต่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลายในทิศทางที่ดี และมีแนวโน้มจะพัฒนาไปสู่ความขัดแย้ง ความรุนแรงมากยิ่งขึ้น หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปอาจเกิดความเสียหาย รัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคงจําเป็นต้องเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติ โดยจะบังคับใช้กฎหมายทุกฉบับ ทุกมาตราที่มีอยู่ ดําเนินการต่อผู้ชุมนุมที่กระทําความผิด โดยจะดําเนินคดีต่างๆ ตามกระบวนการยุติธรรมที่สอดคล้องกับหลักสากล

การชุมนุมที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่มราษฎร อันเป็นการรวมตัวของเยาวชน นักเรียน นักศึกษาและประชาชน หากพิจารณาอย่างเป็นธรรม จะเห็นว่าเป็นไปโดยสันติปราศจากอาวุธ และเสนอข้อเรียกร้องที่อยู่ในกรอบของกฎหมาย การ์ดของกลุ่มราษฎร แตกต่างจากการ์ดของม็อบในอดีตที่จำลองภาพกองกำลังทหาร ความรุนแรงที่เกิดขึ้นแต่ละครั้ง สังคมรับรู้ว่าเกิดขึ้นจากฝ่ายไหน และน่าห่วงอย่างมาก ที่ทางราชการตัดสินใจใช้ความรุนแรง และปล่อยให้กลุ่มบุคคลใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมที่ล้วนแล้วแต่เป็นลูกหลานประชาชน จนเกิดการบาดเจ็บมากมาย ดังที่ปรากฏเมื่อ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา

ปัญหาการชุมนุมเป็นเรื่องการเมือง
รัฐบาลพึงแก้ไขด้วยการเมือง โดยการเจรจาหารืออย่างจริงใจ ไม่หยิบยกส่วนย่อยมาเป็นอุปสรรค เพื่อจะไม่พูดคุยในสาระสำคัญ การประกาศบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น เป็นเรื่องที่อยู่ในวิสัยที่รัฐบาลกระทำได้ แต่ต้องเป็นไปด้วยความเป็นธรรม เสมอหน้ากัน มิใช่สองมาตรฐาน บังคับใช้กับบางฝ่าย ยกเว้นให้บางฝ่ายดังที่เกิดขึ้น และคาดว่าอาจจะเกิดขึ้นต่อไปอีก หากตีความแถลงการณ์ดังกล่าว ก็เท่ากับบอกว่ารัฐบาลจะใช้วิธีจับกุมดำเนินคดีกลุ่มราษฎรอย่างเข้มข้นมากขึ้นในห้วงต่อไปนี้ และประเมินได้ไม่ยากว่าหากรัฐบาลตัดสินใจใช้วิธีดังกล่าว ก็ยากที่ปัญหาจะยุติอย่างที่คาดหวัง ตรงกันข้าม อาจจะรุนแรงมากขึ้นด้วยซ้ำ