หน้าแรก การเมือง “วิรัช” ชี้กา...

“วิรัช” ชี้การพิจารณาร่างรธน. จะพยายามทำให้เร็วที่สุด

23.11.20 | 15:14 น.

“วิรัช” ชี้การพิจารณาร่างรธน. จะพยายามทำให้เร็วที่สุด

ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เปิดเผยว่า ในการประชุมวันนี้มีระเบียบวาระเพื่อรับทราบกฎหมายที่จะเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่ค้างมาจากการประชุมครั้งที่แล้ว รวมถึงการพิจารณากฎหมายใหม่เพิ่มเติม ส่วนในวันพรุ่งนี้ (24 พ.ย.) มีการประชุมคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราขอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ….) พ.ศ…….. (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1) ครั้งแรกในเวลา 9.30 น. ซึ่งจะเป็นการเลือกตำแหน่งต่างๆ ของกรรมาธิการ เช่น ประธาน รองประธาน เลขานุการ โฆษกและตำแหน่งอื่นๆ นอกจากนี้ ในเวลา 10.30 น. จะมีการประชุมร่วมกัน 3 ฝ่าย คือฝ่ายค้าน, ฝ่ายรัฐบาลและวุฒิสภา เพื่อพิจารณาการตั้งคณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์ด้วย


ทั้งนี้ ถือเป็นเรื่องดีที่จะเป็นการร่วมกันพิจารณาระหว่าง ส.ส.ฝ่ายค้าน, ฝ่ายรัฐบาลและวุฒิสภา ซึ่งถือว่าเป็นกรรมาธิการที่มีความเข้มข้นคณะหนึ่ง ส่วนกรอบเวลาการพิจารณาและวันประชุมจะเป็นวันใดบ้างก็ต้องไปหารือร่วมกันอีกครั้ง ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการเสนอชื่อตนให้เป็นประธานกรรมาธิการชุดนี้นั้นต้องรอดูในวันพรุ่งนี้ แต่สิ่งที่ต้องพิจารณากันคือ กว่าจะมาถึงวันนี้ ถ้าหากวันนั้นไม่มีการตั้งคณะกรรมาธิการก่อนรับหลักการ ก็จะไม่มีการลงมติในวันที่ 17-18 พ.ย.ที่ผ่านมา ญัตติก็จะตกตั้งแต่วันที่ 23-24 ก.ย. ฉะนั้นในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลจึงเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า พรรคร่วมรัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเมื่อได้นำรัฐธรรมนูญมาใช้แล้ว ก็พบจุดบกพร่องของรัฐธรรมนูญจึงต้องมีการแก้ไข

นอกจากนี้ยังกล่าวต่อว่า คณะกรรมาธิการจะดูแลและแก้ไขเฉพาะในส่วนของการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) โดยการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญจะใช้ร่างของรัฐบาลเป็นหลัก ยืนยันว่าจะไม่แก้ไขหมวด 1 และ หมวด 2 ส่วนที่ผู้ชุมนุมมองว่าคนที่แก้รัฐธรรมนูญเป็นคู่ขัดแย้งของผู้ชุมนุมนั้น ตนมองว่าอย่าเพิ่งติเรือทั้งโกลนขอให้รอดูการทำงาน ส่วนการพิจารณาจะแล้วเสร็จภายใน 45 วัน ตามกรอบระยะเวลาหรือไม่นั้น จะพยายามทำให้เร็วที่สุด ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็มีขั้นตอนก่อนจะผ่านเข้าสู่วาระที่ 2 และวาระ 3 ต่อไป ซึ่งกรรมาธิการไม่สามารถทำงานนอกเหนือจากที่สภาส่งมาให้ได้ ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยจะขอให้มีคนนอกมาเป็นที่ปรึกษาในกรรมาธิการนั้น จะต้องเป็นความเห็นพ้องของกรรมาธิการทั้ง 45 คน จะเป็นความเห็นของคนใดคนหนึ่งหรือพรรคใดพรรคหนึ่งไม่ได้ ถ้าทั้ง 45 คน เห็นพ้องต้องกันก็มีโอกาสที่จะเป็นไปได้