‘ทวี’ รับทราบข้อกล่าวหา รุกป่าสวนผึ้ง ย้อนกรมป่าไม้บอกสับสน ไม่มีป่านานแล้วเพิ่งมาจับ

23.11.20 | 16:10 น.

‘ทวี’ รับทราบข้อกล่าวหา รุกป่าสวนผึ้ง ย้อนกรมป่าไม้บอกสับสน ไม่มีป่านานแล้วเพิ่งมาจับ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 พฤศจิกายน ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) นายทวี ไกรคุปต์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม บิดาของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาตามความผิดใน 4 ข้อหา กรณีถูกร้องเรียนว่าบุกรุกที่ดินรัฐกว่า 1,000 ไร่ บริเวณ หมู่ 9 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

นายทวีกล่าวว่า วันนี้นำเอกสารใบจองเพื่อออกเป็นหนังสือ นส.3 มามอบเป็นหลักฐานเพื่อขอเลื่อนวันให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเป็นเอกสารที่ออกไว้เมื่อปี 2516 ทั้งนี้ ยังไม่ทราบว่าเจ้าของเดิมได้ที่ดินมาครอบครองอย่างไร เพราะช่วงนั้นยังทำธุรกิจอยู่ในกรุงเทพฯ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับที่ดินในสวนผึ้งเลย กระทั่งเป็น ส.ส.ราชบุรี ในปี 2522 ต่อมามีนายหน้านำที่ดินมาขาย 3 แปลง 90 กว่าไร่ เห็นว่ายังไม่มีทรัพย์สินที่จังหวัดราชบุรีเลย ทั้งที่เป็น ส.ส.ราชบุรี จึงได้ซื้อไว้ กระทั่ง 3 ปีต่อมา มีนายหน้านำที่ดินอีก 3 แปลง 30 ไร่ ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับที่เดิมมาขาย สภาพที่ดินตอนนั้นเตียนโล่ง ไม่มีสภาพเป็นป่าไม้ก็เลยซื้อไว้ กระทั่งเมื่อต้นปี​ 2563​ กรมป่าไม้ได้ออกแถลงข่าวกล่าวหาว่าครอบครองที่ดินในเขตป่า ก็รู้สึกสับสนว่าไม่มีป่าตั้งนานแล้ว เหตุใดไม่จับกุมดำเนินคดีตั้งนานมาแล้ว

ด้าน พ.ต.อ.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ รอง ผบก.ปทส.กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกนายทวี มารับทราบ 4 ข้อกล่าวหาตามที่ น.ส.ปารีณา ถูกตำรวจป่าไม้ ร้องทุกข์กล่าวโทษไปก่อนหน้านี้ ได้แก่ ความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 และ มาตรา 31 ความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน และความผิดตาม พ.ร.บ.น้ำบาดาล พ.ศ.2520 ร่วมกันประกอบกิจการน้ำบาดาล ในเขตน้ำบาดาลใดๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้มีสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ดิน ในเขตน้ำบาดาลโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยนายทวี ได้นำเอกสาร นส.3 มาแสดงต่อพนักงานสอบสวนว่าครอบครองที่ดินประเภทดังกล่าว 200 ไร่ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่ บก.ปทส.ได้สอบสวนเจ้าหน้าที่กรมที่ดินว่านายทวี ครอบครองที่ดินผืนดังกล่าวจริง เมื่อตรวจสอบกับที่ดินทั้งหมดที่ครอบครองพบว่านายทวี ได้บุกรุกที่ดินเกินกว่าที่ครอบครองประมาณ 800 กว่าไร่ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะได้นำภาพถ่ายทางอากาศของที่ดินบริเวณดังกล่าวมาให้นายทวี ชี้เพื่อดูว่าที่ดินใดเป็นที่ดินที่ได้ครอบครองถือเอกสาร นส.3 โดยระหว่างนี้ บก.ปทส.จะสืบสวนสอบสวนหาเจ้าของที่ดินเดิมว่าเป็นใคร ได้มาอย่างไร​ และนายทวี ได้ซื้อที่ดินมาอย่างถูกต้องหรือไม่ เพื่อมาประกอบสำนวนว่าตรงกับที่นายทวี นำชี้จุดครอบครองหรือไม่

พ.ต.อ.วัชรินทร์ กล่าวอีกว่าในสัปดาห์หน้า ตำรวจ บก.ปทส.พร้อมเจ้าหน้าที่ศาล ผู้เชี่ยวชาญด้านแปรภาพถ่ายทางอากาศและแผนที่ เจ้าหน้าที่กรมที่ดิน และกรมป่าไม้ จะลงพื้นที่เกิดเหตุพร้อมด้วยนายทวี เพื่อให้นำชี้บริเวณที่ครอบครองตามเอกสาร นส.3 หลังจากนี้ พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานและคำให้การของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดไปสรุปสำนวนส่งให้พนักงานอัยการพิจารณาสั่งฟ้องตามกฎหมายต่อไป

Advertisement