ธนาธรชู 3 ข้อ ศึก อบจ. ‘ชนบ้านใหญ่’ ปิยบุตรลุยคืนอำนาจสู่ท้องถิ่น

ธนาธรชู 3 ข้อ ศึก อบจ. ‘ชนบ้านใหญ่’ ปิยบุตรลุยคืนอำนาจสู่ท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ที่บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า พร้อมด้วย นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า นายชำนาญ จันทร์เรือง กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า และผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ประกอบด้วย นายธัชชัย เมตโต ผู้สมัครนายก อบจ.สมุทรปราการ นายชัชวาล นันทะสาน ผู้สมัครนายก อบจ.นครปฐม และ น.ส.พลอยลภัสร์ สิงห์โตทอง ผู้สมัครนายก อบจ.ชลบุรี ได้เดินทางมาแถลงถึงการเคลื่อนไหวหาเสียงเลือกตั้ง อบจ.

นายธนาธรกล่าวว่า นอกจากเลือกตั้ง อบจ.อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นประเภทอื่นๆ คือเทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา จากนั้นต่อด้วยการเลือกตั้งระดับประเทศ ที่ผ่านมาไม่เคยมีกลุ่มไหนที่ส่งผู้สมัครได้จำนวนมากเท่าคณะก้าวหน้า ในครั้งนี้คือ 42 จังหวัด หากให้เวลาอีก 3 เดือนเชื่อว่าจะสามารถส่งครบทั้ง 76 จังหวัด ตั้งใจส่งให้ครบทุกภูมิภาค ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ รวมถึงจังหวัดชายแดนใต้ เชื่อว่าการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนขั้นพื้นฐานควรจะอยู่ที่ระดับท้องถิ่น การเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมาไม่ถูกเห็นความสำคัญ เพราะถูกผูกขาดมานาน มีอิทธิพลบ้านใหญ่จนไม่มีใครกล้าท้าทาย เมื่อไม่มีการแข่งขันจึงไม่มีผลงานใหม่ ทั้งที่มีงบประมาณในท้องถิ่นเยอะมาก

อยากเปลี่ยนแปลงการเมืองท้องถิ่นด้วยหลัก 3 ข้อคือ 1.ยืนยันผลักดันให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย ต่อต้านอำนาจเผด็จการ 2.ไม่มีการซื้อสิทธิ ซื้อเสียง ที่เป็นก้าวแรกของการเมืองเก่า และ 3.การไม่ทุจริตคอร์รัปชั่น เราเชื่อว่าเมื่องบประมาณไม่ต้องถูกไปตอบแทนคุณใครก็จะมีงบไปทำให้ประชาชนมีชีวิตดีขึ้น เราต่อสู้ด้วยนโยบายที่เหมาะสมกับท้องถิ่นนั้นๆ คณะก้าวหน้าสร้างนโยบายด้วย เดิน 3 จริง คือ ลงพื้นที่จริง คุยกับประชาชนจริง และดูสถานการณ์จริง ไม่มีการปูพรมแดง ผมเชื่อว่าอิทธิพลบ้านใหญ่แผ่วลงไปเยอะมากแล้ว และไม่เชื่อว่าจะเกิดความรุนแรงแบบอดีต แต่ยอมรับว่าผู้สมัครของคณะก้าวหน้าถูกข่มขู่คุกคามและใช้เงินซื้อแตกต่างกันไป นอกจากนี้ จากการลงพื้นที่หลายจังหวัด พบว่ากลุ่มบ้านใหญ่มีการปรับตัวในการหาเสียง และลงพื้นที่พบกับประชาชนมากขึ้น เพราะแต่เดิมผู้สมัครนากยก อบจ.จะไม่ลงพื้นที่เองเลย แต่จะทำผ่าน ส.อบจ. ส่วนการเลือกวันที่ 20 ธันวาคม เป็นวันเลือกตั้งซึ่งไม่ใช่วันหยุดยาว ทั้งที่หน้าที่ของ กกต.ควรจะส่งเสริมให้คนออกไปใช้สิทธิมากที่สุด แต่กลับเลือกจัดเลือกตั้งในวันที่ 20 ธันวาคม ที่ยากต่อการออกไปใช้สิทธิ เพราะคงไม่มีใครกลับ 1 วัน เพื่อจ่ายเงิน 2,000-4,000 บาท เพื่อไปใช้สิทธิแค่ครั้งเดียว” นายธนาธรกล่าว

ขณะที่นายปิยบุตรกล่าวว่า คณะก้าวหน้ายืนยันเรื่องจุดยืนการยุติรัฐราชการรวมศูนย์คืนอำนาจสู่ท้องถิ่น ปัญหากลุ่มคนเห็นต่างที่พยายามเข้ามาขัดขวางการหาเสียงนั้นถือเป็นเรื่องปกติเกิดขึ้นได้ คาดว่ากลุ่มคนเหล่านี้ไม่ได้เน้นหรือสนใจเนื้อหาหรือการเลือกตั้ง แค่ต้องการโจมตีตน ธนาธร และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำก้าวหน้า เป็นสิ่งที่น่ากังวล เมื่อเกิดการขีดเส้นแบ่ง เช่น กลุ่มคนที่มีความคิดฝังหัวว่าอยู่เบื้องหลังการชุมนุมเช่นนี้จะยังคงอยู่กับภาพที่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ทั้งที่การชุมนุมวันนี้มันไปไกลกว่านั้นแล้ว เรากลายเป็นที่ระบายของคนที่เห็นต่าง กังวลว่านี่อาจทำให้บรรยากาศการเมืองย้อนไปสู่ 10 ปีที่แล้วอีกครั้ง และทำให้บรรยากาศการเมืองท้องถิ่นบิดเบือน บิดเบี้ยวไป แทนที่ประชาชนจะได้ก้าวมาสู่เนื้อหาการพัฒนาท้องถิ่นบัานเกิด เลือกตั้งนายก อบจ. แต่กลับแบ่งขั้วแล้วมาพุ่งเป้าที่การโจมตีเราเป็นหลัก

“อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราหวังกับการเลือกตั้งท้องถิ่นคือ 1.หากคณะก้าวหน้าได้รับความไว้วางใจจนสามารถชนะในจังหวัดที่มีผูกขาดมาหลายสิบปีได้ หมายความว่ากลุ่มอิทธิพลผูกขาดไม่สามารถทำงานในระดับท้องถิ่นได้อีกแล้ว 2.จะมีโอกาสบริหารในระดับท้องถิ่น และมีโอกาสผลักดันนโยบายกระจายออกไปสู่การพัฒนาจริง และ 3.สามารถส่งผลถึงการเมืองระดับชาติได้ นี่คือความหวังที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 20 ธันวาคม” นายปิยบุตรกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘อาคม’ แย้มของขวัญปีใหม่คลัง ‘คนละครึ่ง’ เฟส 2-ลูกหนี้ดี กยศ.เฮ
บทความถัดไปพระราชินี ทรงงานเพชรบุรี สนพระทัยจักสานป่านศรนารายณ์ อาชีพพระราชทาน ‘สมเด็จพระพันปี’