ส.ส.หญิง ก้าวไกล ซัดสิระ ดูหมิ่นม็อบชูป้าย สวมชุดคอสเพลย์ ไม่ใช่ข้ออ้างทำอนาจารใคร!

 

วันนี้ (24 พ.ย.) น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม พรรคก้าวไกล ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า

“จากกรณีที่นางสาวนลินรัตน์ ตู้ทับทิม หนึ่งในผู้ชุมนุมที่เข้าร่วมชุมนุมเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สวมชุดนักเรียนและชูป้าย “หนูถูกครูทำอนาจาร ร.ร.ไม่ใช่สถานที่ปลอดภัย”

คุณสิระ เจนจาคะ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยบอกว่าจะเรียกน้องหมวยเข้ามาให้ข้อมูลต่อ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน แต่ในขณะเดียวกัน คุณสิระในฐานะประธาน กมธ.กลับตั้งคำถามดูหมิ่นและเหยียดหยามศักดิ์ศรีของน้อง โดยถามว่า “น้องชอบแต่งคอสเพลย์เพื่อยั่วยุกามารมณ์หรือไม่ ที่เห็นตามภาพ เป็นนิสัยหรือพฤติกรรมของเด็กคนนี้ อย่าให้พ่อแม่ของน้องได้อับอายอีกเลย อย่าทำเลย คิดว่าพ่อแม่ก็อับอายพอแล้ว แต่งคอสเพลย์เพื่อไปยุยงยั่วยวนให้มีการละเมิดทางเพศ”

สิ่งที่เกิดขึ้น เห็นได้ชัดว่า คุณสิระไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจถึงปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบันเลย การที่น้องออกมาชูป้ายดังกล่าว เขาไม่ได้ทำเพื่อให้เรียกร้องให้ตัวเองเท่านั้น แต่เขากำลังชี้ให้เห็นว่า มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริง และเป็นหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการที่จะต้องตรวจสอบและมีมาตรการในการดูแลเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษา เด็กนักเรียนที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ บางครั้งไม่ได้แต่งตัวโป๊หรือแต่งตัวล่อแหลม พวกเขาอยู่ในชุดที่มิดชิด หลายครั้งก็อยู่ในชุดนักเรียนที่ถูกระเบียบด้วยซ้ำ แต่พวกเขาก็ถูกกระทำอนาจารได้ นั่นไม่ได้เกี่ยวกับการแต่งกาย แต่เกี่ยวกับความไม่รู้จักคิด ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจของคนบางคนเสียมากกว่า และที่สำคัญ ไม่ว่าพวกเขาจะแต่งตัวอย่างไร ก็ไม่มีใครมีสิทธิไปล่วงละเมิดทั้งนั้น ในที่นี้หมายถึงการล่วงละเมิดทางกายและรวมถึงการล่วงละเมิดทางคำพูดด้วย

คุณสิระเป็นถึงประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน คุณต้องทราบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของเด็กนักเรียนผู้ถูกกระทำ นี่เป็นเรื่องที่เราควรตรวจสอบร่วมกัน ไม่ใช่ไล่บี้เหยื่อผู้ถูกกระทำว่า เป็นนักเรียนจริงไหม มีสิทธิแต่งชุดนักเรียนหรือเปล่า และโทษน้องว่าทำให้เกิดความเสียหายกับสถานศึกษา นี่เป็นการตีแผ่ให้เห็นถึงปัญหาที่มีมายาวนานและยังมีตลอดมา

นอกจากนั้น การแต่งชุดนักเรียนเพื่อคอสเพลย์ ก็เป็นเรื่องที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป และการที่น้องจะแต่งคอสเพลย์ในชุดอื่นๆ เพื่อถ่ายแบบ นั่นก็เป็นสิทธิของน้อง ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะให้ใครมาล่วงละเมิดทางเพศได้ จากสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้เห็นว่า การออกมาสะท้อนปัญหาเหล่านี้ ต้องแลกกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย และนี่ก็เป็นอีกสาเหตุที่เหยื่อผู้ถูกล่วงละเมิดทางเพศไม่กล้าออกมาบอก ไม่กล้าออกมาแจ้งความ แล้วยิ่งถ้าสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องระหว่างนักเรียนกับครูแล้ว นักเรียนยิ่งปิดปากเงียบ สาเหตุหลักๆ มาจากระบอบอำนาจนิยมในโรงเรียน และความเกรงกลัวต่ออิทธิพลของครูผู้อยู่เหนือกว่า ปัญหาเหล่านี้จึงยังมีให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน

อยากให้คุณสิระลดอคติ และเพิ่มความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ลองคิดดูว่าผู้ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศรู้สึกเช่นไร หากโดนกระทำแล้วไม่สามารถส่งเสียงเพื่อบอกใครได้ เพราะผู้ที่กระทำมีอำนาจมากกว่า ถ้าคุณสิระไตร่ตรองให้ดี คงจะไม่พูดจาดูหมิ่นเหยียดหยามคนอื่นเช่นนี้ ไม่อยากให้สภาผู้แทนราษฎรรู้สึกอับอาย ที่มีประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ที่ดูหมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และไม่เข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชน”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ฝนกระหน่ำ น้ำท่วมสงขลา 4 อำเภอ ประชาชนเดือดร้อนกว่า 300 ครัวเรือน
บทความถัดไปปีติ กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานพร ส.ค.ส.2564 ‘ปีฉลูวัวใจดี’