หน้าแรก การเมือง หญิงโชว์ป้ายโ...

หญิงโชว์ป้ายโดนทำอนาจาร แนะปฏิรูป3สิ่งในโรงเรียน เล็งฟ้องหาค่าขนม

24.11.20 | 18:44 น.

หญิงโชว์ป้ายโดนทำอนาจาร แนะปฏิรูป3สิ่งในโรงเรียน เล็งฟ้องหาค่าขนม

 


เมือวันที่ 24 พ.ย.  จากกรณีที่หญิงโชว์ป้ายทำอนาจาร หนึ่งในผู้ชุมนุมที่สวมชุดนักเรียน พร้อมถือป้ายระบุเคยโดนกระทำอนาจารในโรงเรียนในการชุมนุมนักเรียนเลว เมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตั โดยระบุว่า

 “น้องหมวยคิดว่าควรทำยังไงให้​โรงเรียนเป็นสถานที่ปลอดภัย​สำหรับนักเรียน​บ้างคะ​ ? ”
หนูมองว่าทุกที่บนโลกใบนี้ปลอดภัย​
แต่คนต่างหากที่ทำให้พื้นที่เหล่านี้อันตราย​

การจะทำให้โรงเรียนปลอดภัย
จึงต้องอาศัยการปฏิรูปอย่างเป็นระบบ​

Advertisement

หนูเลยอยากขอให้สถานศึกษา
มีการปฏิรูป​ 3 สิ่ง​นี้…

1️⃣ หลักสูตรการศึกษา
หนูอยากเสนอให้มีวิชาการสอนวิชาสิทธิเสรีภาพ​ในเด็ก​ เพราะ​ การที่เด็กๆรู้จักสิทธิเสรีภาพในร่างกายตนเองจะทำให้น้องรู้จักปฏิเสธพฤติกรรมที่น้องรู้สึกได้รับการละเมิด​ หรือรู้ว่าเมื่อตัวเองได้รับการคุกคามจะสามารถบอกใครเพื่อให้เขามาช่วยเหลือได้​

ที่สำคัญที่สุด​ คือ​ น้องจะเรียนรู้ที่จะให้เกียรติและไม่ไปละเมิดสิทธิเสรีภาพในร่างกายคนอื่น

หนูเชื่อว่าถ้าการสอนเรื่องสิทธิเสรีภาพสำเร็จผลแล้วจริงๆ​ คงจะไม่มีเหตุการณ์ที่เด็กนักเรียนชายวิ่งไล่เปิดกระโปรงนักเรียนหญิงเป็นประจำแน่นอน​

2️⃣ องค์กรของโรงเรียน
หนูมองว่า​โรงเรียนควรมีองค์กรเพื่อรับเรื่องการคุกคาม​ และการล่วงละเมิดโดยตรง​ ซึ่งองค์กรนี้ควรประสานงานกับรัฐ​ และองค์กรอิสระภายนอก​ เพื่อป้องกันการปิดข่าวจากใน​โรงเรียน​

รวมถึงโรงเรียนต้องมีบุคลากรที่ชำนาญการประจำองค์กร​ เช่น​ นักจิตวิทยา​ นักสังคมสงเคราะห์​ เจ้าหน้าที่สืบสวน​ นักสันตวิธี​ ทนายความ​ เพื่อจะได้จัดการเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ​ และเยียวยาผู้ถูกกระทำอย่างถูกวิธี​ เพื่อให้เด็กไม่สูญเสียโอกาสทางการบำบัด​ และการรักษาในอนาคต

3️⃣ ภาครัฐ
หนูคิดว่ารัฐควรมีกฏหมายที่กำหนดบังคับอย่างชัดเจน​ ไม่ควรใช้คำว่า​ “ตามดุลยพินิจ” เพื่อป้องกันคนที่ใช้ช่องโหว่จากฏหมายในการทำให้ตนเองพ้นผิด​ รวมถึงทำให้กฏหมายนี้ศักดิ์สิทธิ์​สามารถปกป้องผู้ถูกกระทำ​ มิใช่ผู้กระทำผิด​

สามสิ่งที่บอกไปหนูมองว่าคงขาดข้อใดไม่ได้
… เอายังนี้นะ​ หนูจะขอชวนคิดแบบนี้แล้วกัน

ถ้ามีเพียงหลักสูตรที่สร้างให้เด็กมีความรู้
แต่ไม่มีองค์กรที่เด็กสามารถเข้าถึงได้ง่าย
สุดท้ายก็จะไม่มีใครรับรู้เรื่องนี้

ถ้ามีแต่องค์กรแต่เด็กขาดความรู้
ก็จะไม่มีเรื่องถูกแจ้งเข้าไปเพื่อแก้ปัญหา
เพราะเด็กไม่รู้ว่าตนถูกคุกคาม​

ถ้ามีความรู้​และองค์กรพร้อม
แต่กฏหมายบังคับใช้ยังไม่ชัดเจน
สุดท้ายก็จะมีคนใช้ช่องโหว่ทางกฏหมายอยู่ดี

อย่างที่บอกไปว่าสามข้อนี้คงจะขาดข้อใดไม่ได้
แต่สามารถเพิ่มได้ให้เกิดความรัดกุมได้นะ

สิ่งที่หนูกล่าวมาทั้งหมด
อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด

​แต่เป็นการเสนอความคิดของเด็กคนนึง
ที่มีความฝันอยากโรงเรียนเป็นสถานที่ปลอดภัย

หวังว่าทางผู้ใหญ่จะได้ยินเสียงเล็กๆ
และรับข้อเสนอนี้​ไปพิจารณา​ 😊

ขอบคุณ​ค่ะ​ 🙏

อย่างไรก็ตามหลังโพสต์ดังกล่าวมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็น และแนะนำเรื่องการนำเรื่องเธอมาเปิดเผยนั้นปรากฎว่า น้องคนดังกล่าวระบุว่า ใครอยากส่งหลักฐานฟ้องค่าขนมหนู โพสต์ใต้คอมเม้นท์นี้นะคะ เดี๋ยวหาไม่เจอ