‘แอมมี่’ เผยโดนคดีนับสิบ เปิดใจเล่าเรื่องในคุก ต้องเข้าอีกก็ยอมรับ ขอพลีชีพเพื่ออุดมการณ์

แอมมี่

‘แอมมี่’ เผยโดนคดีนับสิบ เปิดใจเล่าเรื่องในคุก ต้องเข้าอีกก็ยอมรับ ขอพลีชีพเพื่ออุดมการณ์

แอมมี่ – เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน แอมมี่ – ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือ แอมมี่ เดอะ บอททอม บลูส์ ให้สัมภาษณ์ในรายการแฉ ทางช่องจีเอ็มเอ็ม 25 ถึงเรื่องการเคลื่อนไหวทางการเมือง

แอมมี่ เผยว่า เรื่องการเมืองเป็นที่ ที่เราสนใจอยู่แล้ว ชอบประวัติศาสตร์เป็นส่วนใหญ่ เพราะโรงเรียนเราเป็นโรงเรียนเอกชน หลักสูตรก็ค่อนข้างจะเปิด มีเรื่อง 6 ตุลา 14 ตุลา เราก็ผูกพัน แต่ที่ตัดสินใจเข้ามา เพราะคิดว่า น่าจะเป็นโอกาสเดียวของชีวิตแล้ว เพราะว่ามันเป็นครั้งแรก เป็นการเรียกร้องของม็อบ ที่มันไม่ได้ถูกจัดตั้ง คือ pure energy พลังงานบริสุทธิ์ ในรอบชีวิตของผม เห็นม็อบสีนี้ๆ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นการเรียกร้องที่เกิดจากความเหลื่อมล้ำ หรือใดๆ ก็ตามที่เขาทนไม่ไหว ก็คุยกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน หลายอาชีพ ผู้กำกับ หลายกิจการอะไร พอเราเห็นพลังบริสุทธิ์ ก็คุยกันว่า เราจะทำอย่างไรเพื่อจะช่วยนักศึกษาได้ ที่ผมยืนยันว่าไม่มีการแต่งตั้ง เพราะผมเป็นผู้ชุมนุมมาก่อน

เมื่อถามว่า ตอนนี้มีคดีอยู่เท่าไหร่แล้วนั้น แอมมี่ เผยว่า ตอนนี้ มีมาเพิ่มอีก 3 คดีชุมนุมหน้าเวสต์เกต ตอนนี้รวมๆ แล้วน่าจะ 11 คดี

กับคำถามที่ว่า อยู่วงการบันเทิง ทำไมตัดสินใจเข้ามาเต็มตัว นายไชยอมร เผยว่า ก็มีการพูดคุย มองถึงฟีดแบ็กที่ต้องเห็นอยู่แล้ว มันเป็นคำพูดติดกัน ว่า นักแสดง นักร้อง ห้ามยุ่งกับการเมืองนะ เพราะว่าสังคมของเรามีการคาบเกี่ยวกันระหว่าง สังคมของชนชั้นกลาง ล่าง และบน อยู่แล้ว แต่เราคิดว่ามันคือการพลีชีพ ที่แน่ๆ เราอาจจะต้องเสียวิชาชีพ หรือ อิสรภาพที่ต้องไปติดคุก หรือ สวัสดิภาพ เรารู้นะ ว่ามันไม่ปลอดภัยมากๆ เรารู้กันอยู่แล้ว มันเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แต่ถ้ามองว่าใหญ่กว่าตัวเราแล้ว และได้เห็นแล้วว่ามีคนสละชีวิตเพื่ออุดมการณ์ ครั้งหนึ่งในชีวิตก็คิดว่าเป็นโอกาสดี

“ผมเป็นตัวอย่างของคนที่มีต้นทุนในสังคม ชื่อเสียง หรือเงินทอง ถ้าออกมาเป็นปากเป็นเสียง ช่วยน้องๆ ได้ก็ยินดี นี่เป็นความคิดเราและหลายๆคน” แอมมี่เผย

เมื่อพิธีกร ถามว่า เด็กๆ อยากได้อะไร นายไชยอมร กล่าวว่า เขาอยากได้คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เรื่องหลักคือยุติธรรม ระบบความยุติธรรมมันไม่ศักดิ์สิทธิ์แล้ว ความเหลื่อมล้ำในสังคม มีช่องว่างสูงขึ้นตั้งแต่รัฐบาลเผด็จการขึ้นมา มันหมายถึงคุณภาพชีวิต โอกาสทางการศึกษา รัฐสวัสดิการ ประเทศที่เจริญแล้ว วัยรุ่นออกมาเรียกร้องค่าบำนาญให้คนแก่ เขาเรียกร้องให้กับอนาคตตัวเอง อยากเห็นเมืองไทยดีขึ้น

จากนั้น มดดำ คชาภา ตันเจริญ พิธีกร ถามว่า อดทนซิ 2 ปีเลือกตั้ง คุณปารีณา คุณสิระก็มาออก ถามรอได้ไหม แอมมี่เผยว่า “ภาพใหญ่เราเห็นอยู่แล้ว อย่าให้ค่ากับคนแบบนี้ ไม่ควรให้ค่ากับคนแบบนี้”
“เราจะเตะฟุตบอล แล้วเป็นกรรมการเองไม่ได้ มันไม่ยุติธรรมทั้งระบบ จัดตั้งหรืออะไร 2 ปี ก็อาจจะเป็นพรรคเขาที่พร้อมจะส่งลงไปทุกเขต ภาพใหญ่คุณได้เห็นแล้ว ว่าเขาสั่งขังได้แม้กระทั่งนักร้อง คนวิกลจริต นักศึกษา นี่เราไม่ได้ต่อสู้กับอะไรเลย เรากำลังต่อสู้กับสิ่งที่ชั่วร้าย ผมกำลังต่อสู้กับคนที่แคนเซิลงานผมได้ใน 1 วัน ต่อสู้กับคนที่ให้สันติบาลไปก่อกวนให้ยกเลิกคอนเสิร์ตผมใน 1 วัน เรากำลังเจอกับสิ่งชั่วร้าย กับแผนการให้คนเข้ามาลอบทำร้ายผู้ชุมนุม และเรายังยึดมั่นในสันติวิธี มันเจ็บปวดนะพี่”

กรณีเหตุปะทะ หลังการชุมนุมที่ SCB นั้น นายไชยอมร กล่าวว่า ขึ้นปราศรัยแล้วก็กลับเลย กับทางอาชีวะ ผมมีความลึกซึ้ง สนิทสนม เราก็ไปคลุกคลีพอสมควร แต่ต้องให้เกียรติทางอาชีวะเขา แต่ก็อยากให้นำเสนอแบบใช้สัจจะ ยืนพื้น ถ้าผิดเองก็ยอมรับ แต่ในความปลอดภัยของผู้ชุมนุม มาเป็นอันดับ 1 อยู่แล้ว

“ในม็อบไม่ใช่แค่เด็ก มีทุกวัย มีพี่น้องเสื้อแดง แต่ก็จะรวมมาก ไม่ได้ฝักใฝ่ว่า เพื่อไทย หรือทักษิณ เหมือนว่าเขาพ่ายแพ้ไปแล้ว เขาได้กลับมาสู้อีกครั้งหนึ่ง จากที่ตายไปกับข้อครหาต่างๆ ผู้ปกครองเปลี่ยนจากเอเนอร์จี้ที่เป็นห่วง เป็นทำลูกหลานเรา เจอเรา มีกรุ๊ปเด็ก คุณป้าเสื้อแดง วัยรุ่น สเก็ตบอร์ด ศิลปะ วิชาการ เมื่อวานจะเป็นครั้งแรกที่ ส.ศิวรักษ์ ขึ้นปราศรัย”

ยันม็อบไม่มีเบื้องหลัง

สำหรับคำถามว่า เวที สเตจ โปรดักชั่นต่างๆ ดูดี แสดงว่าม็อบมีเบื้องหลังนั้น แอมมี่ กล่าวว่า ผมกับเพนกวิน ปราศรัยกันเสร็จ ก็เรียบแกร็บ กลับ แสง สี เสียง เป็นการเนรมิตจากมวลชน เงินมาจากมวลชนและมีพลังมาก รถห้องน้ำคันหนึ่งต่อหนึ่งวัน เวลาผมไปเล่นดนตรี ก็มีลุงๆป้าๆ มาให้ เงิน เราก็ไม่เอา แต่ว่า กลับไปมีเงินเต็มถุงโดยไม่รู้ แบงก์ 20 แบงก์ 100 เต็มไปหมด และคนก็มาสนับสนุน เรี่ยไร ก็มีแต่ละองค์กร รับบริจาคกัน ไม่ได้มากมาย

ถึงจะมีเงินเช่าเครื่องเสียง ก็ยังไม่เคยเจอระดับที่ผมเล่นคอนเสิร์ตเลย รถเครื่องเสียงก็ต้องเสี่ยงว่าจะโดนยึดไหม ฝากไปถึงผู้ใหญ่ใจดี ใครอยากสนับสนุนก็มา การหารายได้ เป็นองค์กรหนึ่ง ที่ต้องมีฝ่ายดำเนินงาน หารายได้เข้าองค์กร นำมาใช้จ่าย การเรียกร้องครั้งนี้ ไม่ได้ทำให้ใครรวยขึ้น

เมื่อถามว่า กลัวเข้าคุก อีกไหม “เรื่องนี้ ก็คุยกับอานนท์ กับไผ่ ถ้าต้องเสียอิสรภาพอีกรอบ แต่รักษาอุดมการณ์ไว้ ผมก็ยินดีน้อมรับมัน”

กับประเด็นการนำสีไปสาดตำรวจ หรือสถานที่นั้น แอมมี่ กล่าวว่า สี ยังเป็นสันติวิธี ก่อนหน้าที่จะเข้าไปสำราญราษฎร์ มันเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ เพดานทางการพูดของการชุมนุม สูงมาก แต่นี่คือสีกระป๋องเดียว วันนั้น ผมต้องไปนั่งชูสามนิ้วในวันที่เขาจับน้องชายผม ต่อหน้าลูกต่อหน้าเมีย จับนักศึกษา ผมทนไม่ได้ เพดานในการชุมนุมวันนั้น ผมก็คุยกับกวินทั้งคืน ให้ผมร้องเพลงทั้งวัน ก็ไม่ได้อะไร ผมก็อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง มันเต็มไปด้วยอารมณ์ ผมไม่ได้ตอบอะไรเลย แต่สิ่งที่ประทับใจ นี่คือประชาธิปไตย คนต้องถกกัน

มดดำ ได้ถามต่อว่า ตำรวจที่มา เป็นตำรวจชั้นผู้น้อย เงินไม่มี แอมมี่ ตอบกลับว่า นี่ตอกหน้าเขากลับ ว่ารัฐสวัสดิการเราไม่ดี ถ้าการเมืองดี ชุดก็คงไม่ต้องไปเบิก หลังจากที่สาดไป เราก็ชดเชยค่าเสียหายทันที แต่เงินที่ให้ไป ไม่ถึงตำรวจชั้นผู้น้อย ตอนนี้เรื่องเป็นแบบนี้

เปิดเรื่องเล่าในเรือนจำ

นอกจากนี้ แอมมี่ ยังได้เล่าประสบการณ์ ช่วงที่อยู่ในเรือนจำว่า ตอนอยู่ข้างใน คำพูดที่ติดตัวทุกคนออกมา ทุกคนเข้าไปในฐานะนักสู้ ไม่ใช่นักโทษ เราเลยได้รับเกียรติจากนักโทษห้องอื่นๆ ที่ลุกขึ้นมา เรียกชื่อเรา ชู 3 นิ้วให้เรา ผมคิดว่า นั่นทำให้บรรยากาศในคุก แตกต่างจากทุกคน เป็นมิตรภาพ

เมื่อถามว่า เข็ดไหม ต้องเข้าคุก งานก็หาย แอมมี่ เผยว่า เรียกว่ามีวันที่ดาวน์ รู้สึกแย่เหมือนกัน แต่ก็พยายามหนุนจิตใจกัน เราก็วางเป็นระยะยาวว่า จะทำให้เกิดประโยชน์อย่างไร ก็มีออกกำลังกายกัน มีเด็กนิติ 4 คน ก็แบบติวกฎหมาย และก็มีทำเลกเชอร์ ที่หนังสือเยอะมาก ก็มาคุยกัน เปลี่ยนทุกที่เป็นสวรรค์ได้

อย่างวันที่ผมไปตรวจสุขภาพ เขาก็แอบเอาตัวผมไปเล่นดนตรี เขาขอเพลง เก็บรัก กับ กำแพง พอเล่นไป เสียงดนตรี มีค่ามาก พอขึ้นมาบนห้องขัง มีขนม อาหาร เต็มเลย เพราะเรายังไม่มีเครดิต เขามีขนมกองเต็มห้องขัง น้ำอัดลม ขวดนึง กับน้ำแข็ง มีค่ามาก ซึ่งผมเป็นคนที่ใช้เสียงดนตรี ในการขับเคลื่อนมาตลอด

เมื่อถามว่า ม็อบถึงทางตัน คนเริ่มน้อยลงแล้ว แอมมี่ บอกว่า มันไม่มีทางตัน คำว่า ให้มันจบที่รุ่นเรา คนวิจารณ์ว่าไม่จบหรอก ถึงมันไม่จบที่รุ่นผม ก็ขอให้จบในรุ่นนักศึกษา ถึงไม่จบ เราก็ได้เพาะปลูกเมล็ดพันธุ์อุดมการณ์แล้ว

“สิ่งที่ผมทำอยู่ มันมากกว่าสิ่งที่เคยทำ ผมเคยภูมิใจกับเพลงเก็บรัก 12345 ว่ายิ่งใหญ่ในเส้นทางอาชีพ ณ วันนี้ ที่คุณเปลี่ยนแปลงสังคมได้ อย่าง แกนนำคนอื่น ก็เหมือนเพื่อนผมคนหนึ่ง คนออกมาเรียกร้องก็มีความผูกพัน ผมถอยไม่ได้ เหมือนทิ้งมวลชน แค่เรื่องเมื่อวาน กลับก่อนยังรู้สึกผิดเลย หากผมอยู่ก็อาจจะแก้ไขอะไรได้”

“ในฐานะของแกนนำหลายๆ คน อาจไม่มีโอกาสมา บางคนอาจจะวางตัวเองเป็นกลาง หรืออะไรก็ตาม หากอยากเห็นสังคมที่เปลี่ยนแปลง ก็ต้องออกมาแล้ว ไม่ได้รับรองว่า มาม็อบแล้วปลอดภัย ทุกคนรู้ แต่ก็เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง”

“สำหรับคนที่เห็นต่างกับเรา ให้เกียรติกัน”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon